ส.ส.ประชาธิปัตย์ โพสต์ขอโทษ ที่เคยร่วมล้มรัฐบาล “แม้ว-ปู” แฉสารพัดวิธีกำจัด!

“นคร มาฉิม” อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กขอโทษ “ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์” ที่เคยร่วมวางแผนล้มรัฐบาล เผยวิธีกำจัดฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง!

– ส.ส.ปชป. ขอโทษ “แม้ว-ปู” / 27 ก.ค. 2561 นายนคร มาฉิม อดีต สมาชิกสภาผู้แทนราษฏร พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) จังหวัดพิษณุโลก ได้ออกมาโพสต์เฟซบุ๊ก ขอโทษ นายทักษิณ ชินวัตร และ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เคยร่วมให้มีการล้มรัฐบาลของพรรคไทยรักไทย พรรคพลังพลังประชาชน และพรรคเพื่อไทย ทั้งยังเล่าถึงสารพัดวิธีในการกำจัดรัฐบาลของนายทักษิณ โดยอ้างถึง นักการเมือง กองทัพ ข้าราชการ และทุกสรรพกำลัง

โดย นายนคร มาฉิม อดีต ส.ส.ประชาธิปัตย์ ระบุว่า

นายนคร มาฉิม อดีต สมาชิกสภาผู้แทนราษฏร จ.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.)

ถึงนายก ทักษิณ ชินวัตร

ถึงนายกทักษิณ ชินวัตร ก่อนหน้านี้ผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลกสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ อยู่ฝ่ายตรงข้ามกับท่านที่เป็นทั้งหัวหน้าพรรคไทยรักไทยและเป็นนายกรัฐมนตรีหลังการเลือกตั้ง ปี 2544 ท่านเป็นรัฐบาล ผมเป็นฝ่ายค้าน ต่างคนต่างทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจากประชาชน ในระบอบประชาธิปไตย ท่านทำหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินให้เป็นไปตามนโยบายที่หาเสียงไว้และที่ได้แถลงต่อรัฐสภา ท่านทำหน้าที่ฝ่ายบริหาร ผมทำหน้าที่ตรวจสอบในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ โดยต่างฝ่ายต่างยึดเอาผลประโยชน์ของชาติบ้านเมืองและประชาชนเป็นที่ตั้ง

ขณะนั้นต้องยอมรับความจริงว่า ท่านบริหารชาติบ้านเมืองได้ดี มีนโยบายใหม่ๆ เช่น 30 บาทรักษาทุกโรค กองทุนหมู่บ้านละ 1 ล้าน โครงการ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน สร้าง สนามบินสุวรรณภูมิ การค้า การลงทุนเฟื่องฟูเจริญรุ่งเรือง ต้องยอมให้ในการบริหารงานของท่านว่าเก่งมาก ทำให้พรรคไทยรักไทยโดยการนำของท่านชนะการเลือกตั้งแบบถล่มทลาย 377 เสียงสส. จาก 500. สส. เป็นประวัติศาสตร์ทางการเมือง ผมอยู่ฝ่ายตรงข้ามก็มองอย่างแปลกใจว่าเป็นไปได้อย่างไร ทำไมท่านจึงชนะใจประชาชน

และเหตุใดพวกเราพ่ายแพ้ต่อท่าน อย่างยับเยินทั้งที่พวกเรา และ แนวร่วมฝ่ายอนุรักษ์นิยมมีความพร้อมทั้งทุน เครือข่าย นายทุน กลุ่มขุนศึก กลุ่มศักดินาอำมาตย์ และเครือข่ายข้าราชการ ได้ใช้สรรพกำลังทุกองคาพยพอย่างเต็มที่แล้ว ใช้การโฆษณาประชาสัมพันธ์ ใช้วาทกรรมทำลายทั้งทางตรงและทางอ้อม ไม่ว่าจะ รวยแล้วโกง โกงทั้งโคตร ทุจริตเชิงนโยบายฯลฯ. แต่ยังไม่สามารถหยุดยั้งความนิยมในตัวท่านและพรรคของท่านได้

ขณะนั้นพวกเราตื่นตระหนกกันมาก จึงร่วมกันทุกฝ่ายระดมสรรพกำลัง ทั้งฝ่ายการเมือง ทั้งฝ่ายทหาร ฝ่ายข้าราชการประจำและที่สำคัญที่สุดและแนบเนียนที่สุดคือ ฝ่ายตุลาการระดับสูงบางคนที่เชื่อมั่นและศรัทธาฝ่ายเผด็จการอนุรักษ์นิยมในนามตุลาการภิวัฒน์ ร่วมกันขย้ำท่าน และพรรคของท่านให้ตายคามือ ยึดอำนาจด้วยปืน ยุบพรรคท่านทิ้งด้วยกฎหมาย ตัดสิทธิ์ทางการเมืองของคณะกรรมการบริหาร

เมื่อนักการเมืองแถวสอง มาในนามพรรคพลังประชาชน ทำไมพวกท่านยังชนะการเลือกตั้งอยู่ พวกเราจึงร่วมกันใช้วิธีการเดิม ยึดอำนาจด้วยกำลังอาวุธ ยุบพรรคท่านทิ้งด้วยอำนาจทางกฎหมาย นักการเมืองพวกท่านแถวที่สาม มาตั้งพรรคใหม่ชื่อเพื่อไทย เอาน้องสาวท่านซึ่งไม่ประสีประสาเรื่องการเมืองมาลงก็ชนะพวกเราอีก มันเกิดอะไรขึ้นกับคนไทยส่วนใหญ่ ท่านมีดีอะไรทำไมท่านจึงชนะตลอดและทำไมฝ่ายเรา ที่ครองอำนาจ มายาวนานมีครบเครื่องทุกองคาพยพจึงพ่ายแพ้ตลอดและไม่เห็นช่องทางที่จะชนะท่านได้เลย

สุดท้ายพวกเราจึงปรึกษากันว่าคงจะต้องให้ทหารยึดอำนาจอีก และเพื่อตอกฝาโลง ก็ใช้กระบวนการยุติธรรมในมือตัดสินเอาผิดอีก ท่านกับน้องสาวจะต้องไม่อยู่ในประเทศ เพราะถ้าท่านอยู่พวกเราคงจะไม่ได้มีโอกาสชนะและกลับมาครองอำนาจเป็นแน่ พวกท่านอยู่ต่างประเทศคงจะสบายดีนะ พวกเราขอแช่แข็งประเทศสัก5-20ปีก่อนจนกว่าจะมั่นใจได้ว่าพวกเราจะบริหารจัดการอำนาจและปกครองแบบเบ็ดเสร็จ

การสมคบคิด การวางแผนการยึดอำนาจ กระบวนการทำลายประชาธิปไตยทำลายอำนาจของประชาชนจึงมีอยู่จริง ไม่ใช่เป็นแค่เพียงทฤษฎี แต่จะทำอย่างไรได้ เพราะนี่มันคือสงคราม สงครามระหว่างฝ่ายประชาธิปไตย กับฝ่ายเผด็จการและแนวร่วมฝ่ายเผด็จการ ในหลายๆเรื่อง หลายๆเหตุการณ์ หลายๆสถานการณ์ผมอยู่และรับรู้จากเหตุการณ์จริงนั้นด้วย

แต่พอมีสติ พิจารณาศึกษาอย่างรอบด้านจึงรู้ว่าเหตุผลทีทำให้ท่านชนะ เพราะท่านทำเพื่อประชาชนในวิถีประชาธิปไตย เหตุผลที่ฝ่ายเราพ่ายแพ้ตลอดเพราะฝ่ายเราทำเพื่อนายทุน ขุนศึก และศักดินาอำมาตย์ซึ่งเป็นคนส่วนน้อยไม่ได้ทำเพื่อประชาชนและประชาธิปไตย ที่สำคัญที่สุด ประชาชนส่วนใหญ่รู้เท่าทันและรู้ความจริงทุกอย่างแล้วว่าใครเป็นใคร ใครต่อสู้เพื่อประชาชนและประชาธิปไตย ใครต่อสู้เพื่อเผด็จการและเครือข่ายเผด็จการ

ผมขอโทษท่านและน้องสาวท่านด้วยนะครับที่เคยต่อสู้กับท่าน แต่เมื่อความจริงปรากฏ ความอยุติธรรมและเผด็จการปกครองครอบงำประเทศ ปนะชาชนเดือดร้อน ทุกข์ยากลำบาก สิทธิเสรีภาพสูญสิ้น ชาติบ้านเมืองของเราบอบช้ำ เข้าขั้นวิกฤต ผมจึงขออนุญาตมาร่วมอุดมการณ์เดียวกันกับท่าน ขอร่วมสู้กับท่านและเหล่าวีรชนฝ่ายประชาธิปไตย เพื่อนำพาประเทศไทยของเราให้ข้ามพ้นจากความขัดแย้ง ข้ามพ้นจากยุคมืดของเผด็จการ ที่กดขี่ข่มเหงพวกเรา เดินทางไปสู่ระบอบประชาธิปไตย สร้างความเสมอภาพ ความเจริญรุ่งเรืองเช่นอารยประเทศ

วันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดครบ 69 ปีของท่าน ชีวิตที่ผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่านทุกข์ผ่านสุข ผ่านอุปสรรคหนักหนามาอย่างท่าน มีทั้งคนรัก มีทั้งคนเกลียด มีทั้งคนกลัวท่าน ถือว่าท่านใช้ชีวิตโคตรจะคุ้มเลย ท่านอย่าพึ่งเป็นอะไรไปเสียก่อนละ เชื่อว่าอีกไม่นาน ฝ่ายประชาธิปไตยและประชาชนจะเป็นฝ่ายชนะ ฝ่ายเผด็จการแน่นอน ไม่ต้องรอชาติหน้า เพื่อเป็นของขวัญในวันเกิดของท่าน ประชาชนผู้รักประชาธิปไตยก็จะรู้สึกมีความสุข เอิบอิ่มใจ ลูกหลานพวกเราก็ไม่ต้องเป็นทาสไพร่อีกต่อไป คุณความดีของท่านที่เคยทำไว้คนไทยส่วนใหญ่จะไม่ลืม ในฐานะผู้แทนคนหนึ่งแม้จะไม่ได้ไปพบปะกับท่าน

ก็ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายจงอำนวยพรให้ท่านและครอบครัวมีความสุข สุขภาพแข็งแรง ขอให้ท่านใช้สติ ปัญญาที่ชาญฉลาดของท่านอย่างสุขุมรอบคอบ อย่าหลงระเริงไปกับลาภ ยศ สรรเสริญเยินยอจนลอยห่างไปจากความจริง ไปจากประชาชนนะครับ และขอให้ท่านและน้องสาวยิ่งลักษณ์ ได้กลับมาสู่อ้อมกอดของแผ่นดินครับ

นคร มาฉิม
อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก
อดีตประธานคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมืองสภาผู้แทนราษฎร
26 ก. ค. 2561″

 

บทความก่อนหน้านี้อดีตผญบ.รับมีเพศสัมพันธ์หลายครั้งกับสาวม้ง แต่ไม่ได้ข่มขืน คุมตัวแถลงข่าวบ่ายนี้
บทความถัดไปสุดแหก! พนักงานฟาสต์ฟู้ดจิกหัวตบลูกค้า เหตุเอาแก้วน้ำฟรีเติมน้ำอัดลม (คลิป)