บิ๊กตู่ ลั่น! เป็นนายกฯ ก็ต้องถูกตรวจสอบ- เปรียบประเทศเป็น ‘โครงกระดูก’ ต้องมีเส้นเลือดเป็นส่วนประกอบไปหล่อเลี้ยงทุกส่วน แต่บางเส้นเลือดที่เป็นเส้นเลือดหลักเส้นเลือดใหญ่มัน กะพร่องกะแพร่ง ติดๆ ดับๆ พัฒนายาก
ตรวจสอบ – เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 6 กันยายน ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ให้การต้อนรับคณะผู้บริหารสำนักงานศาลยุติธรรม ที่นำเยาวชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โครงการ “เยาวชนไทยหัวใจเดียวกัน” รุ่นที่ 6 เข้าเยี่ยมคารวะ พร้อมให้โอวาทว่า เยาวชนไทยถือเป็นคนรุ่นใหม่ ที่เติบโตท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของโลก ไทยวันนี้อยู่ในช่วงการเปลี่ยนแปลง จึงต้องเตรียมคนให้พร้อม ทั้งประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐ
เพื่อรับมือภัยคุกคามทุกด้าน ที่นับวันยิ่งมีมากขึ้น สิ่งสำคัญคือ ต้องมีภูมิคุ้มกัน ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 และความเป็นจิตอาสาตามแนวทางของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 เพราะสองแนวทางดังกล่าว จะเป็นเข็มทิศนำคนไทยทุกคน ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลเจ้าหน้าที่ ประชาชน ขอให้ทุกคนทำความเข้าใจซึ่งกันและกัน เพราะถ้าไม่สร้างความเข้าใจซึ่งกันและกัน ก็จะทำงานลำบาก แก้ปัญหาอะไรไม่ได้ รัฐและประชาชนต้องร่วมมือกัน ขจัดความขัดแย้งทั้งสองฝ่าย ทั้งนี้ตนไม่อาจโทษใครได้ แต่ขอความร่วมมือทุกคนให้ช่วยกัน
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ต้องเข้าใจว่าประชาธิปไตยอาจเป็นมติคนส่วนใหญ่ แต่ทุกรัฐบาล จะต้องดูแลเสียงส่วนน้อยด้วย แม้เขาจะไม่ได้เลือกเรามา ทุกรัฐบาลต้องเป็นอย่างนี้ รัฐบาลนี้ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง แต่เราต้องดูแลคนทั้งประเทศ ซึ่งรัฐบาลต่อไปก็ต้องทำแบบนี้ จึงขอฝากทุกคนให้ช่วยกันแก้ไขปัญหาสังคม ให้มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ เพราะเราจะเติบโตอย่างมีคุณภาพและทุกศาสนาสอนให้ทุกคนมีความสุข ศรัทธา หลักธรรม คำสอน ให้ทุกคนเป็นคนดีต่อครอบครัวและสังคมประเทศชาติ ไม่มีศาสนาใดสอนให้ทุกคนทะเลาะขัดแย้งกัน ศาสนาเป็นสิ่งกล่อมเกลาชีวิต เพื่อให้มีความสุขทั้งกายและใจ
นายกฯ กล่าวว่า 4 ปีที่ผ่านมาโครงการรัฐบาลลงไปในพื้นที่จำนวนมาก แต่หลายคนอาจยังไม่รู้ เพราะยังมาไม่ถึงเรา แต่สิ่งเหล่านี้เหมือนร่างกายของเรา ประเทศไทยเหมือนโครงกระดูก ต้องมีเส้นเลือดเป็นส่วนประกอบไปหล่อเลี้ยงทุกส่วน แต่บางเส้นเลือดที่เป็นเส้นเลือดหลักเส้นเลือดใหญ่มัน กะพร่องกะแพร่ง ติดๆ ดับๆ พัฒนายาก วันนี้ต้องต่อเส้นเลือดใหญ่เราให้ได้ จากนั้นก็มีเส้นเลือดฝอย เราทำทุกอย่างที่เป็นโครงสร้างให้ได้ เพื่อให้ไปทุกพื้นที่ และต้องยอมรับในกติกา ไม่อย่างนั้นจะเหมือนกับร่างกายที่มีแต่โครงกระดูก เส้นเลือดไปไม่ถึงก็อ่อนแอ ใช้แขนขาไม่ได้
นี้เป็นหลักที่อยากฝากให้คิด นายกฯ ก็คิดแบบนี้ก็ไม่รู้ว่าผิดหรือถูก สิ่งสำคัญความรู้ คุณธรรม หลักนิติธรรม เป็นหลักสำคัญที่ฝ่ายตุลาการใช้ การที่มีผู้ต้องหาเกิดขึ้นซักคนก็ต้องมีกฎ กติกา กฎหมายเขียนไว้ ไม่ว่าคนจนหรือคนรวย แต่หากถูกรังแกรัฐบาลพร้อมแก้ไขให้ในส่วนของกระบวนการยุติธรรม หากมองหาความขัดแย้งใส่กันก็จะอยู่แบบนี้ กระบวนการศาลยุติธรรม ทำเป็นแสนล้านคดีถ้าไม่ดี ประเทศไทยอยู่ถึงวันนี้ไม่ได้ อาจจะมีบางส่วนที่ไม่ดีต้องขจัดออกไป ข้าราชการ พลเรือน ตำรวจ ทหาร ถ้าไม่ดีต้องขจัดออกไป ซึ่งตนมีความมุ่งมั่นแก้ปัญหาเหล่านี้ให้ได้
นายกฯกล่าวว่า กฎหมายทุกฉบับถ้าเราไปละเมิดแล้วบอกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม เป็นภาระให้กับประชาชน ตนก็มีภาระของตน และตนระวังกฎหมายทุกข้อ ทำอะไรต้องไม่ละเมิดกฎหมาย และไม่ใช่ตนมาแบบนี้แล้วไม่ถูกตรวจสอบ ตนต้องรับผิดชอบในฐานะหัวหน้ารัฐบาล เป็นนายกรัฐมนตรี อะไรที่ผิดถูกตนต้องร่วมรับผิดชอบทั้งสิ้น
“อย่าสร้างความเข้าใจว่านายกฯ อยู่อย่างไร้การตรวจสอบ หรือเป็นการตรวจสอบที่ไม่จริงจัง โดนทุกอัน แต่เรามีหลักการ เริ่มด้วยสิ่งที่ถูกต้อง และมีเจตนาบริสุทธิ์หรือเปล่า ผมไม่มุ่งหวังให้ประเทศถอยหลัง การที่ผมเข้ามาวันนี้ เพื่อให้ประเทศเดินไปข้างหน้า หน้าที่ผมก็มีอยู่ในช่วงเวลาที่ผมมีอยู่ วันหน้าเป็นประชาธิปไตยต้องมีคนทำเรื่องนี้ต่อไปให้ได้ สุดแล้วแต่พวกเราว่าจะเลือกใคร หรือจะเลือกแบบเดิม จะเอาอย่างไรก็ไปคิดกันเอง เรื่องของท่าน” นายกฯ กล่าว

