สสว.ประกาศผลรางวัลสุดยอดเอสเอ็มอี เสริมฐาน เศรษฐกิจไทยเข้มแข็ง สู่ระดับนานาชาติ

เศรษฐกิจไทยเข้มแข็ง

สสว.ประกาศผลรางวัลสุดยอดเอสเอ็มอีแห่งชาติ-เอสเอ็มอี สตาร์ท อัพ มั่นใจศักยภาพ เตรียมแผนพัฒนาต่อเนื่อง เสริมฐาน เศรษฐกิจไทยเข้มแข็ง พร้อมมุ่งแข่งขันในระดับนานาชาติ

เศรษฐกิจไทยเข้มแข็ง – วันที่ 10 ก.ย. นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม เป็นประธานในพิธีประกาศผลและมอบรางวัลสุดยอดเอสเอ็มอีแห่งชาติ ครั้งที่ 10 และรางวัล เอสเอ็มอี สตาร์ท อัพ ครั้งที่ 2 ที่ห้องบอลรูม ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยมีนายสุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล ผอ.สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และ ดร.พานิช เหล่าศิริรัตน์ ผอ.สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ พร้อมด้วยผู้บริหาร และผู้ประกอบการเอสเอ็มอีให้การต้อนรับ ซึ่งผู้ประกอบการที่ได้รางวัลล้วนแต่เป็นเอสเอ็มอี ระดับแนวหน้าที่มีศักยภาพสูง แบ่งเป็น รางวัลสุดยอดเอสเอ็มอีแห่งชาติ ครั้งที่ 10 จำนวน 45 กิจการ และรางวัล เอสเอ็มอี สตาร์ท อัพ ครั้งที่ 2 จำนวน 104 กิจการ

ผลการคัดเลือกอย่างเข้มข้นจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ ผู้ประกอบการต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้น การสัมภาษณ์ การตรวจประเมินสถานประกอบการ และผ่านการพิจารณาตัดสินรางวัลจากคณะกรรมการฯ ที่เป็นผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการเงิน และผู้แทนจากสมาคมฯ ที่เกี่ยวข้องกับเอสเอ็มอี รวม 17 องค์กร

นายอุตตม กล่าวแสดงความยินดีกับผู้ประกอบการที่ได้รับรางวัลไว้ว่า การส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอี ถือเป็นวาระแห่งชาติที่รัฐบาลให้ความสำคัญ และดำเนินการเป็นภารกิจเร่งด่วนมาตลอด เนื่องจากเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจ โดย สสว.เป็นศูนย์กลางประสานการทำงาน และเชื่อมโยงนโยบายรัฐบาลในการส่งเสริมเอสเอ็มอีอย่างเป็นระบบ เพื่อเตรียมพร้อมพัฒนาตนเองให้เติบโตจากผู้ประกอบการธุรกิจขนาดเล็ก ไปสู่ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สะท้อนบทบาทของเอสเอ็มอีให้มีความชัดเจน

รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า รางวัลสุดยอดเอสเอ็มอีแห่งชาติ และรางวัลเอสเอ็มอี สตาร์ท อัพ เป็นเสมือนเครื่องหมายเชิดชูเกียรติทุกท่านสู่การเป็นต้นแบบผู้ประกอบการที่มีความสามารถในการบริหารกิจการได้อย่างมีประสิทธิภาพตามมาตรฐานที่ดีโปร่งใส และมีธรรมาภิบาล ซึ่งจะเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับผู้ประกอบการรายอื่นๆ เกิดความตื่นตัว และตระหนักถึงความสำคัญในการพัฒนาศักยภาพของธุรกิจให้เติบโต เข้มแข็ง พร้อมรองรับการแข่งขันทั้งตลาดภายในประเทศและตลาดต่างประเทศ

“นับเป็นช่วงเวลาที่ดี ที่ผมมีโอกาสพบกับผู้ประกอบการต้นแบบที่เต็มเปี่ยมไปด้วยศักยภาพ พร้อมเป็นแบบอย่างและสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้ประกอบการอื่นๆ ทั่วประเทศ ได้มีพลังแห่งความมุ่งมั่น ในการพัฒนาตนเอง พร้อมก้าวสู่การเป็นผู้ประกอบการที่มีระบบบริหารจัดการที่ดี มีธรรมาภิบาล มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับสากล สำหรับผู้สมัครเข้าร่วมโครงการที่ยังไม่ผ่านเกณฑ์คัดเลือกรับรางวัล ผมขอเป็นกำลังใจให้มุ่งมั่นและพยายามต่อไป ซึ่งเวทีการประกวดนี้เปิดกว้างให้ทุกคนได้เรียนรู้ตนเอง เพื่อพัฒนาศักยภาพการบริหารจัดการองค์กร รวมถึงสร้างเครือข่ายทางการค้า ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อธุรกิจของทุกคนต่อไป” นายอุตตม กล่าว

ด้านนายสุวรรณชัย กล่าวว่า ตลอด 10 ปีกับภารกิจเจียระไนเพชรน้ำดีบนเวทีการประกวดแห่งนี้ สามารถส่งเสริมผู้ประกอบการที่มีความสามารถในการบริหารจัดการธุรกิจและมีธรรมาภิบาลให้เป็นพลังในการขับเคลื่อน เศรษฐกิจของประเทศ เมื่อเดือนก.ค.ที่ผ่านมา สสว.ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) นำผู้ประกอบการที่ได้รางวัลสุดยอดเอสเอ็มอี แห่งชาติครั้งที่ผ่านมาจำนวน 3 ราย ไปร่วมประกวดสิ่งประดิษฐ์ นวัตกรรม “Silicon Valley International Invention Festival” (SVIIF 2018) เป็นงานแสดงนิทรรศการในเวทีระดับสากลที่สำคัญงานหนึ่งในทวีปอเมริกา ซึ่งผู้ประกอบการไทยประสบความสำเร็จคว้ารางวัลเหรียญทองจำนวน 2 รางวัล และรางวัลเหรียญเงิน 1 รางวัล มีผลงานที่เข้าร่วมนำเสนอกว่า 100 ผลงาน จาก 15 ประเทศทั่วโลก นับเป็นการสร้างชื่อเสียงเกียรติคุณแก่ประเทศชาติ ยิ่งกว่านั้นเป็นการต่อยอดและขยายโอกาสทางการตลาดของผู้ประกอบการสู่เวทีการค้าในระดับสากล