‘พรรคประชาชาติ’ แนะวิธีแก้ปัญหาเสพติดชายแดนใต้ ชี้ มาคู่กับเหตุการณ์ ‘ความไม่สงบ’
5 ก.ย. แฟนเพจ พรรคประชาชาติ โพสต์เฟซบุ๊ก ถึงแนวทางการแก้ปัญหายาเสพติด ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยระบุว่า
เนื่องจากช่วงนี้ประเทศไทยเพิ่งมีการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูง พลเรือน ตำรวจ ทหาร เป็นที่น่ายินดีที่ปัญหายาเสพติดได้รับความสนใจและถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นเรื่องเร่งด่วนของผู้บริหารหน่วยงานรัฐและความมั่นคง ทั้งนี้ ยาเสพติดนอกจากจะเป็นปัญหาสำคัญของประเทศแล้ว ยังมีนัยสำคัญเป็นพิเศษในพื้นที่ชายแดนใต้
งานศึกษาทางวิชาการหลายชิ้นระบุว่า สถานการณ์ความไม่สงบ กับการ แพร่หลายของยาเสพติดมีความเกี่ยวข้องกันอย่างซับซ้อนและลึกซึ้ง ครอบครัวและชุมชนของคนชายแดนใต้จำนวนมากที่ต้องเผชิญความเจ็บปวดรวดร้าวกับการที่ลูกหลาน ญาติพี่น้อง หรือแม้แต่สามี เข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ในช่วงเกือบสองทศวรรษที่ผ่านมายาเสพติดได้เปลี่ยนชีวิตของคนชายแดนใต้จำนวนมากไปทางที่เลวร้ายลง
“ประชาชาติ” ตระหนักถึงความสำคัญของปัญหายาเสพติดในฐานะวาระสำคัญแห่งชาติ โดยมองว่านอกจากการปราบปรามแล้ว ยังต้องมีการป้องกัน บําบัด ฟื้นฟู อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งต้องให้ความสำคัญกับการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับตัวยาและสารเสพติด มาตรการทางการแพทย์ และรูปแบบวิธีการแก้ปัญหาที่เป็นยุทธศาสตร์ ยุทธวิธี และปฏิบัติการ เพื่อมาใช้ในการแก้ไขให้สอดคล้องกับบริบทท้องถิ่น สังคมไทย และสังคมโลก
กรณีผู้ใช้ยาเสพติด ให้นําระบบ “ยุติธรรมทางเลือก” หรือ “ยุติธรรมชุมชน”มาใช้ควบคู่กับกระบวนการยุติธรรมกระแสหลัก ที่มีจุดอ่อนอยู่หลายประการ โดยส่วนหนึ่งส่งผลให้ผู้ต้องขังคดียาเสพติดในเรือนจำมีจำนวนมากเกินกว่าครึ่ง และนำมาสู่การกระทำผิดซ้ำด้วยความชำนาญที่มีมากขึ้น
ที่สำคัญ “ประชาชาติ” เน้นการทำความเข้าใจปัญหา และส่งเสริมบทบาทของครอบครัว (แม่/พ่อ) ผู้นําศาสนา และผู้นําชุมชนในการแก้ไข และเห็นว่าควรมีการจัดสรรงบประมาณหรือโอนภารกิจจากส่วนราชการไปให้กับหมู่บ้านชุมชนในการแก้ไขปัญหา ที่สำคัญต้องสร้างเงื่อนไขที่ดีในการทำให้ผู้ใช้ยาเสพติด ทั้งในระหว่างที่ยังคงใช้ยาและหลังเลิกใช้ยาแล้ว ยังคงสามารถเป็นสมาชิกคนหนึ่งของครอบครัวและชุมชน รวมทั้งใช้การกีฬาให้เกิดประโยชน์ในการแก้ไขปัญหา
สำหรับกรณีจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีการแพร่ระบาดของนํ้าต้มใบกระท่อมอย่างหนัก “ประชาชาติ” สนับสนุนให้มี “ศูนย์กีฬาประจําตําบล” และมี “สภาเยาวชน …” ซึ่งกรณีหลังสุดนี้ เป็นไปเพื่อให้เยาวชนใช้เวลาไปในกิจกรรมทางสังคมการเมือง และได้ทําความรู้จักดูแลซึ่งกันและกันเพื่อป้องกันปัญหาจากยา
เสพติด