นักการเมือง ชื่อตู่ เมื่อพล.อ.ประยุทธ์ เคยปัดว่าเขาเป็นนักการเมือง ถึง 9 ครั้ง ก่อนจะยอมรับอย่างเต็มปาก ในช่วงที่การเลือกตั้งใกล้เข้ามา

หลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมคณะ เดินทางมาที่สวนสาธารณะหนองบึงกาฬและบึงสวรรค์ ต.บึงกาฬ เพื่อพบปะกับประชาชน และเยี่ยมชมผลงานการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลของจ.บึงกาฬ เมื่อวันที่ 12 ธ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งตอนหนึ่งนายกรัฐมนตรี พูดยอมรับกับชาวบ้านว่าตอนนี้เป็นนักการเมืองเต็มตัวแล้ว ความว่า

“ผมมาวันนี้ ถ้าเป็นนักการเมืองเต็มตัว ตอนนี้ผมจะบอกว่าไม่ใช่ก็ไม่ได้ เพราะผมบริหารประเทศ ถ้าเป็นนักการเมืองจะดีใจ เพราะมีคนมารับเยอะ เรียกลุงตู่ ลุงตู่ รู้ไหมว่าผมเป็นทุกข์ แต่ผมยอมเป็นทุกข์ ยอมตายจากตรงนี้

ถ้าผมกลับไป ผมก็นอนคิดว่าทำไมเขาต้องมาหวังที่เรา ทำไมเขาต้องให้เราทำงาน เพราะเขามีความหวังไง เราต้องทำความหวังให้เป็นความจริง แต่เราจะมาหลอกลวง ล่อลวง ไม่ได้ โดยเฉพาะที่บอกว่าเดี๋ยวจะดีขึ้น จะทำไอ้นั่นไอ้นี่ เราต้องทำทีละขั้นทีละตอน ประชาชนต้องศึกษาสิ่งที่รัฐบาลทำมา”

โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 3 ม.ค.61 ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน หลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยยอมรับว่า เป็นนักการเมืองที่เคยเป็นทหาร อาจมีนิสัยทหารติดมาบ้าง พร้อมกับยืนยันว่าไม่ใช่ทหาร

อย่างไรก็ดี ก่อนที่จะยอมรับว่าเป็นนักการเมืองเต็มตัวนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ได้ปฏิเสธมาตลอดว่า เขาไม่ใช่นักการเมือง และเมื่อย้อนดูคำสัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน มีถึง 9 ครั้ง ที่เขาบอกปัดว่าตัวเองไม่ใช่นักการเมือง

บรรทัดต่อจากนี้ไป คือคำให้สัมภาษณ์ ของพล.อ.ประยุทธ์ ในช่วงเวลาต่างกรรมต่างวาระ ที่เขายืนยันว่า ตัวเองไม่ได้เป็นนักการเมือง

ครั้งแรก เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.2557 พล.อ.ประยุทธ์ นัดพูดคุยกับผู้บริหารสื่อ ที่สโมสรราชพฤกษ์ นอร์ธปาร์ค เพื่อชี้แจงการทำงานของรัฐบาล โดยในวันนั้น นายกรัฐมนตรี ได้พูดว่า “สื่อมวลชนกับนักการเมืองเป็นศัตรูกัน แต่ผมไม่ใช่นักการเมือง เป็นนักการทหารถึงเป็นนายกฯ ก็เข้ามาทำเพื่อคนไทย”

ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 24 ก.พ.2558 พล.อ.ประยุทธ์ แถลงหลังประชุมครม.ว่า “ผมไม่ได้มาจากการเมือง ไม่ใช่นักการเมือง ผมมาในช่วงวิกฤติด้วยวิธีพิเศษ”

ครั้งที่ 3 วันที่ 3 ก.ย.2558 พล.อ.ประยุทธ์ พูดตอนหนึ่งระหว่างเป็นประธานการรับฟังการแถลงยุทธศาสตร์ชาติ-ยุทธศาสตร์ทหาร พ.ศ. 2559-2563 ของนักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 57 ความว่า “มีคนบอกว่าผมเป็นนักการเมืองแล้ว ยืนยันว่าไม่ใช่ ผมยังเป็นนักการทหาร เพียงแต่เข้ามาทำหน้าที่นักการเมืองบริหารงานของภาครัฐเท่านั้น”

ครั้งที่ 4 เมื่อวันที่ 8 ก.ย.2558 พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์หลังประชุมครม. หลังสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) คว่ำร่างรัฐธรรมนูญฉบับ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เมื่อวันที่ 6 ก.ย. 2558 นำมาสู่เสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า คสช.อยากสืบทอดอำนาจ ความว่า “ผมไม่ใช่นักการเมืองที่ต้องอยู่ให้นานเพื่ออำนาจ ผมเคยบอกหลายครั้งแล้วเรื่องนี้”

ครั้งที่ 5 เมื่อวันที่ 18 ม.ค.2559 พล.อ.ประยุทธ์ ตอบคำถามสื่อมวลชนที่ถามว่าจะเปิดบ้านให้อวยพรเนื่องจากวันขึ้นปีใหม่หรือไม่ ว่า “บ้านใครนะ ผมไม่ใช่นักการเมือง”

ครั้งที่ 6 เมื่อวันที่ 22 ส.ค.2559 พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ระหว่างเป็นประธานพิธีเปิดทางพิเศษสายศรีรัช-วงแหวนรอบนอก ความว่า “ผมเป็นผู้ใหญ่และเป็นทหาร เลยขี้โมโหไปหน่อย ผมไม่ใช่นักการเมือง อย่าหวังว่าผมจะพูดเพราะ พูดเพราะแล้วโกหก ผมไม่ทำ

ครั้งที่ 7 เมื่อวันที่ 15 พ.ย.2559 พล.อ.ประยุทธ์ ตอบคำถามนักข่าว หลังถูกนำไปเปรียบเทียบกับ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐฯ ความว่า “ผมไม่ใช่นักการเมือง เวลาพูดอะไรก็จะพูดไปตามความเชื่อในหลักการและข้อเท็จจริงตามกฎหมาย”

ครั้งที่ 8 เมื่อวันที่ 28 พ.ย.2560 หลังมีชื่อนายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ นักการเมืองอดีตพรรคชาติไทย เข้ามาเป็นรมว.ท่องเที่ยว ในครม.ประยุทธ์ 5 ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องรีบออกมาปฏิเสธว่ามีดีลพิเศษกับพรรคขนาดกลาง ความว่า “ผมไม่ได้มองหรือดีลการเมืองกับใคร เพราะผมไม่ใช่นักการเมือง ผมไม่ดีลกับใครทั้งสิ้น”

และครั้งสุดท้าย ในวันเดียวกันกับที่ปฏิเสธเรื่องดีลกับพรรคการเมืองขนาดกลาง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวกับประชาชน หลังการประชุมครม.สัญจร ที่จ.สงขลา ความว่า “ผมเป็นนายกฯ ที่ไม่เอาใจคน ผมไม่ใช่นักการเมือง ผมบริหารงานในแบบของผม ดูแลประชาชนโดยไม่เลือกว่าใครสนับสนุนผม”

ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่า การออกมายอมรับในครั้งนี้ เนื่องจากใกล้ที่จะถึงช่วงเลือกตั้ง ที่จะมีขึ้นในวันที่ 24 ก.พ.2562

และหากไม่มีมีอะไรผิดพลาด พล.อ.ประยุทธ์ จะได้รับการเสนอชื่อให้กับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง โดยพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)

ซึ่งการออกมายอมรับว่าเป็นนักการเมืองเต็มตัวนั้นผิดกับในช่วงยึดอำนาจครั้งแรกๆ ที่พล.อ.ประยุทธ์ ยืนยันมาตลอดว่าเขาเป็นทหาร เช่นเดียวกับที่เคยปฏิเสธว่าจะไม่มีการยึดอำนาจเมื่อครั้งยังดำรงตำแหน่ง ผู้บัญชาการทหารบก

หลังจากนี้ต้องติดตามว่า นักการเมืองชื่อตู่ จะก้าวขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีได้อีกครั้งหรือไม่ และชีวิตนักการเมือง จะง่ายเหมือนการเป็นนายกรัฐมนตรีที่มาจากการรัฐประหาร ที่มีอาญาสิทธิ์มาตรา 44 อยู่ในมือหรือไม่

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน