รัฐบาล จ่ออนุมัติ งบหมื่นล้าน ลัดคิวดันโครงการ แก้น้ำท่วม กทม.-น่าน -สุโขทัย ชง แผนแม่ยมน้ำ 20 ปี ให้ คกก.ยุทธศาสตร์ชาติเคาะกลาง มค. 62

แก้น้ำท่วม – วันที่ 19 ธ.ค. ที่ทำเนียยรัฐบาล นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ว่า ที่ประชุมสทนช.ได้วิเคราะห์โครงการขนาดใหญ่-โครงการสำคัญ ที่ต้องเร่งดำเนินการปี 2562 – 2565 พบว่า ยังไม่สามารถขับเคลื่อนโครงการได้ทั้งหมดตามที่ระบุในแผนแม่บทฯ น้ำภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ เนื่องจากมีข้อจำกัดด้านงบประมาณ เช่น ในปี 2563 มีงบผูกพันต่อเนื่องมากกว่า 5 หมื่นล้านบาท

ซึ่งการคาดการณ์กรอบงบประมาณแผนงานบูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำประมาณปีละ 63,000 ล้านบาท แต่มีความต้องการงบประมาณมากถึงแสนล้านบาท ที่ประชุม กนช.จึงได้มอบหมายสำนักงบประมาณ และกระทรวงการคลัง พิจารณาหาแนวทางอื่นให้สามารถขับเคลื่อนโครงการขนาดใหญ่ และโครงการสำคัญที่อยู่ภายใต้แผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปีให้เกิดขึ้นโดยเร็ว ขณะเดียวกันที่ประชุมได้เห็นชอบการทบทวนการแบ่งพื้นที่ลุ่มน้ำที่เหมาะสม สำหรับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและผลกระทบการแบ่งพื้นที่ลุ่มน้ำ โดยแบ่งพื้นที่ลุ่มน้ำจากเดิม 25 ลุ่มน้ำหลัก 254 ลุ่มน้ำสาขา เป็น 22 ลุ่มน้ำหลัก 353 ลุ่มน้ำสาขา

ซึ่งใช้แผนที่มาตราส่วน 1:4,000 ที่มีความละเอียดสูง เป็นแผนที่หลักในการศึกษาการแบ่งพื้นที่ลุ่มน้ำที่เหมาะสมสำหรับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและผลกระทบการแบ่งพื้นที่ลุ่มน้ำ โดยมอบ สทนช. ดำเนินการจัดทำแผนที่แสดงแนวเขตลุ่มน้ำ ตามร่าง พ.ร.บ.ทรัพยากรน้ำ มาตรา 25 และดำเนินการออกเป็นพระราชกฤษฎีกาเพื่อมีผลบังคับใช้ต่อไป รวมถึงที่ประชุมยังได้มอบหมาย สทนช.เป็นเจ้าภาพหลักในการอำนวยการ และกำกับดูแลให้เป็นไปตามแผนปฏิบัติการ 5 ปี สาขาทรัพยากรน้ำ พ.ศ.2561 – 2565 ภายใต้กรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง เพื่อให้ดำเนินงานเกิดผลเป็นรูปธรรมด้วย

สำหรับแผนแม่บทในการบริหารจัดการน้ำ 20 ปี ทางสำนักงานคณะกรรมการการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติหรือ สศช.จะนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติในกลางเดือนมกราคม 2562 นี้ ซึ่งอาจจะมีการปรับปรุงแผนแม่บทดังกล่าวอีกครั้ง เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด ทั้งนี้แผนแม่บทดังกล่าวจะนำไปสู่การปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และจัดตั้งองค์กรด้านการบริหารจัดการน้ำ แผนบริหารจัดการน้ำทั้งในภาวะปกติและภาวะวิกฤตรวมถึงแผนการจัดสรรน้ำและการสร้างความร่วมมือด้านน้ำระหว่างประเทศ

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่เพิ่มเพื่อน

นอกจากนี้ยังได้กำหนดให้มีการแก้ไขพื้นที่ที่มีน้ำท่วมประจำโดยเร่งด่วน ที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา จังหวัดนครศรีธรรมราช ลุ่มน้ำยม-น่านตอนล่าง รวมทั้งต้องแก้ปัญหาภัยแล้งโดยด่วนด้วย

ด้านนายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์กล่าวว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบโครงการขนาดใหญ่ที่สำคัญสองโครงการประกอบด้วย 1.โครงการอุโมงค์ระบายน้ำใต้คลองเปรมประชากร กรุงเทพมหานคร วงเงิน 9,800 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่ปี 2563 ถึง 2569 ซึ่งเป็นโครงการที่แก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ในเขตดอนเมืองหลักสี่ สายไหม และบางเขน รวมทั้งพื้นที่ใกล้เคียง และ 2. ปรับปรุงคลองยม-น่าน จังหวัดสุโขทัย เพื่อบรรเทาอุทกภัยในตัวเมืองสุโขทัย และเป็นแหล่งกักเก็บน้ำสำหรับอุปโภคบริโภค รวมทั้งรักษาระบบนิเวศน์วงเงิน 2,875 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่ปี 2562-2565 โดยที่ประชุมพิจารณาและขอให้นำเข้าสู่การพิจารณาของ ครม.ในสัปดาห์หน้าทันที

ขณะที่นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคพักบ่ายจาก 4 จังหวัดปัจจุบันลดลงเหลือ 3 จังหวัดแล้วคือ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และตรัง โดยมีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้จำนวน 3 รายแบ่งเป็นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช 2 ราย และที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี 1 ราย อีกทั้งยังมีผู้สูญหายอีก 1 รายในจังหวัดนครศรีธรรมราช อย่างไรก็ตามสถานการณ์โดยรวมในแนวโน้มที่ดีขึ้น

ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ในพื้นที่โดยเฉพาะผู้ว่าราชการจังหวัด และคณะทำงานได้ร่วมกันประเมินสถานการณ์ และเข้าช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยได้อย่างทันท่วงที สำหรับพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายจากทุกข์ภัยในครั้งนี้ ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ทำการเกษตร มีพื้นที่ทางเศรษฐกิจในตัวเมืองบ้างเล็กน้อย แต่โดยภาพรวมถือว่าไม่เสียหายรุนแรง เนื่องจากมีปริมาณน้ำท่วมไม่มากนักเมื่อเทียบกับครั้งที่ผ่านผ่านมา ถือว่าอุทกภัยครั้งนี้ความเสียหายน้อยมาก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน