พรรคประชาชาติยกทัพ เปิดศูนย์ประสานงานพรรคที่โคราช พร้อมสู้ศึกเลือกตั้ง เผยนโยบายระบบบำนาญแห่งชาติ และ สวัสดิการแห่งชาติ

พรรคประชาชาติยกทัพ – พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ พร้อมด้วย พล.ต.ท.ไพฑูรย์ ชูชัยยะ รองหัวหน้าพรรค นำทีมว่าที่ผู้สมัครเลือกตั้งส.ส.เขตจังหวัดนครราชสีมา คณะกรรมการบริหารพรรค และสมาชิกพรรคประชาชาติหลายร้อยคน เดินขบวน “ประกาศอิสรภาพทางการเมืองของคนโคราช” โดยได้กราบสักการะอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี หรือย่าโม วีรสตรีผู้มีส่วนกอบกู้เมืองนครราชสีมา ก่อนจะเดินเท้าไปตามถนนเพื่อพบปะพูดคุยกับพี่น้องประชาชนชาวโคราช

โดยมีพลังมวลชนของพรรคประชาชาติเดินขบวนถือป้ายและโบกธงประชาติไปตามท้องถนนในเมืองนครราชสีมา บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก จากการพูดคุยกับพ่อค้าแม่ค้าในตลาดแม่กิมเฮง ต่างบอกว่าเศรษฐกิจย่ำแย่มาก รายได้ลดลง เพราะประชาชนไม่มีกำลังซื้อ จะมีแต่ภาคส่วนราชการเท่านั้นที่มีกำลังซื้อ จึงฝากความหวังไว้กับพรรคประชาชาติ ช่วยแก้ปัญหาเรื่องเศรษฐกิจและปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชน

จากนั้นคณะผู้บริหารพรรคประชาชาติได้เปิดศูนย์ประสานงานพรรคประชาชาติจังหวัดนครราชสีมา ที่ศูนย์การค้าแพลตตินัมพลาซ่าโคราช ถือเป็นการปักธงชัยพร้อมสู้ศึกเลือกตั้งในพื้นที่ภาคอีสาน

นายอัคคชา พรหมสูตร กรรมการบริหารพรรคประชาชาติ และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.จังหวัดนครราชสีมา เขต 1 กล่าวว่า พรรคประชาชาติ พร้อมส่งผู้สมัคร ส.ส.ครบทั้ง 14 เขตของจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งดีกรีของผู้สมัครประกอบด้วยอดีตข้าราชการระดับสูง นักการเมืองท้องถิ่น ตำรวจและนักธุรกิจ ทั้งหมดล้วนเป็นบุคคลที่มีศักยภาพที่พร้อมอาสาทำหน้าที่เป็นผู้แทนราษฎรแก่ชาวเมืองโคราช และพร้อมสู้ศึกเลือกตั้งในเดือนกุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ กล่าวกับสมาชิกพรรคและมวลชนกว่า 400 คน ที่ศูนย์ประสานงานพรรคประชาชาติ จังหวัดนครราชสีมาว่า พรรคประชาชาติให้ความสาคัญกับความเป็นมนุษย์ อาจจะเรียกได้ว่าเป็นพรรคมนุษย์นิยมไม่ใช่วัตถุนิยม การจัดตั้งพรรคประชาชาติประสงค์ให้เป็นพรรคของคนทั้งประเทศ เราจึงส่งส.ส.ลงสมัครทั่วประเทศ มีนโยบายหลักที่จะส่งเสริมสังคมพหุวัฒนธรรม ซึ่งพหุวัฒนธรรมหมายถึงสังคมที่มีมากกว่า 2 วัฒนธรรม

เราต้องส่งเสริมให้ประชาชนเคารพในทุกความคิดและความเชื่อของคน ต้องเคารพและให้เกียรติซึ่งกันและกัน เราเชื่อว่าถ้าใช้แนวทางพหุวัฒนธรรมสร้างความเท่าเทียมกันแล้ว ไม่ว่าประชาชนจะแตกต่างกันอย่างไร เราจะสามารถอยู่ด้วยกันได้ ซึ่งประเทศไทยมีชาติพันธุ์กว่า 70 ชาติพันธุ์ ตัวอย่างเช่น ชาติพันธุ์มลายู เป็นชนกลุ่มน้อยในประเทศไทย

และพรรคประชาชาติเรามีหัวหน้าพรรคเป็นชาติพันธุ์มลายู คือวันมูหะมัดนอร์ มะทา เป็นชาวมลายูนับถือศาสนาอิสลาม ส่วนเลขาธิการนับถือศาสนาพุทธ ท่านอัคคชา พรหมสูตร กรรมการบริหารพรรคศรัทธาพระพรหม นั่นคือความเชื่อจากจีน ท่านสุพจน์ รองโฆษกพรรคมีเชื้อสายมอญ และ ดร.ณหทัย ทิวไผ่งาม รองหัวหน้าพรรคนับถือศาสนาคริสต์ นี่คือความแตกต่างหลากหลายที่เราอยู่ร่วมกันได้ภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรม

พ.ต.อ.ทวี เปิดเผยนโยบายสาคัญของพรรคประชาชาติว่า จะผลักดันให้มีระบบบำนาญแห่งชาติและสวัสดิการแห่งชาติ เนื่องจากปัจจุบันประเทศไทยมีผู้สูงอายุมากกว่า 10 ล้านคน ซึ่งไม่ว่าจะรวยหรือจนพรรคประชาชาติจะทำให้ผู้สูงอายุมีค่าบำนาญเท่ากันทั้งหมด ประมาณ 3,000 บาท และต้องส่งเสริมให้ประชาชนมีการศึกษาให้สูงสุดถึงระดับปริญญาตรี หรือศึกษาสายอาชีพ

พ.ต.อ.ทวี เปิดเผยนโยบายพรรคประชาชาติว่า สิ่งสำคัญที่สุดที่พรรคประชาชาติจะส่งเสริมให้ประชาชนไทย คือ “5 อ.”

อ.1 อาหาร ประชาชนต้องมีอาหารกิน ต้องไม่ยากจน

อ.2 อาชีพ ประชาชนต้องมีอาชีพ ในที่ดินทากินของตัวเอง ได้รับสินเชื่อให้ลงทุน ได้รับสนับสนุนสินค้าเกษตรให้จำหน่ายได้ราคาสูงขึ้น และได้ใช้ประโยชน์จากที่ดินว่างเปล่าของรัฐ

อ.3 อนามัย ประชาชนต้องได้รับบริการสาธารณสุขที่ดี แม้ว่าจะมี 30 บาทรักษาทุกโรคแล้วแต่ในด้านการรักษาที่โรงพยาบาลไม่ว่าจะรวยหรือจนต้องได้รับการรักษาอย่างเท่าเทียมกัน

อ.4 โอกาส ประชาชนต้องได้รับโอกาสที่ดี โอกาสเรียนฟรีถึงปริญญาตรี โอกาสปกครองท้องถิ่นในรูปแบบที่ประชาชนต้องการ (รูปแบบการปกครองอยู่ภาคใต้รัฐธรรมนูญ ไม่มีกองกำลังทหารของตนเอง แต่จะมีกองกำลังตารวจเพื่อดูแลความสงบสุขได้ และจะทำการต่างประเทศไม่ได้ แต่สานสัมพันธ์ด้านวัฒนธรรมกับประเทศเพื่อนบ้านได้ และต้องมีระเบียบในการดูแลประชาชนอย่างเท่าเทียมเสมอภาค)

อ.5 อยุติธรรม ต้องไม่มีความอยุติธรรม ประชาชนต้องมีความยุติธรรมถ้วนหน้า และมีส่วนร่วมในกระบวนการยุติธรรม

ส่วนนโยบายสาคัญของพรรคประชาชาติที่มีต่อภาคอีสาน พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า พรรคประชาชาติต้องพัฒนาภาคอีสานให้มีความเจริญทัดเทียมเมืองอื่นๆ ซึ่งนครราชสีมาเป็นจังหวัดที่มีค่าจีดีพีสูงสุดในภาคอีสาน 260,000 บาทต่อปี เราต้องพัฒนาให้โคราชเป็นเมืองหลวงของภาคอีสาน ซึ่งผู้สมัคร ส.ส.สังกัดพรรคประชาชาติในภาคอีสานเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ การพัฒนาเมืองโคราชต้องให้คนโคราชทำเอง ซึ่งพรรคประชาชาติเป็นพรรคของคนโคราช

เราจะกระจายอำนาจให้คนในท้องถิ่น ที่ผ่านมายังไม่ใช่การกระจายอำนาจ แต่เป็นการมอบอำนาจให้กระทรวงมายังภูมิภาคเท่านั้น พรรคประชาชาติเราจะส่งเสริมการกระจายอำนาจด้วยการส่งเสริมให้มีการเลือกตั้งท้องถิ่นขึ้นโดยมีระบบการเลือกตั้งท้องถิ่นที่ดี

เชื่อว่าหากมีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดแล้ว นายอัคคชา พรหมสูตร ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 นครราชสีมา อาจจะเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาก็ได้ ซึ่งเราจะต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนมีโอกาสนำความเจริญเข้ามาให้ท้องถิ่น ไม่ใช่ให้จังหวัดในภูมิภาค เป็นจังหวัดสาหรับรอข้าราชการมาเกษียณอายุราชการ

พ.ต.อ.ทวี กล่าวทิ้งท้ายว่า เราศรัทธาต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เราปฏิเสธการปกครองที่ไม่ได้มาด้วยประชาธิปไตย และเราปฏิเสธอย่างยิ่งต่อการสืบทอดอำนาจ พรรคประชาชาติเราจะส่งเสริมสนับสนุนพรรคการเมืองที่มีส.ส.เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมากที่สุดเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล


 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน