‘หญิงหน่อย’ ปราศรัยหาเสียงหนองคาย เปิดตัวผู้สมัครหน้าใหม่ไฟแรง ลั่น!! ขอ เพื่อไทย เข้ามาบริหารประเทศ ไม่ขอทนเห็น เศรษฐกิจตกต่ำ-ล้าหลัง ชูธงแก้ราคายางพาราตกต่ำ ฝาก กกต.เป็นตัวกลางสร้างบรรทัดฐานความยุติธรรม ตรวจสอบคลิปหลุดบัตรประชารัฐ และสมาชิกพรรค ระบุ 4 รมต. ที่หาเสียงควรมีจิตสำนึก
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 26 ธ.ค. คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย อาทิ นายสุทิน คลังแสง, นายประยุทธ์ ศิริพานิช, นายประสิทธิ์ จันทาทอง, นางชมภู จันทาทอง ได้พบปะปราศรัยหาเสียงช่วยผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรคเพื่อไทย ทั้ง 3 เขต คือ เขต 1 นายกฤษดา ตันเทอดทิตย์, เขต 2 นางชนก จันทาทอง และเขต 3 นายเอกธนัช อินทร์รอด ที่ตลาดในเขตเทศบาลตำบลโพนพิสัย อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย จากนั้นได้เดินทางไปเปิดศูนย์ประสานงานพรรคเพื่อไทย เขต 1 ที่ อ.เมืองหนองคาย และเดินตลาดท่าเสด็จ อ.เมืองหนองคาย พบปะพ่อค้าแม่ค้าตลาดท่าเสด็จ โดยได้รับการตอบรับที่ดีจากชาวหนองคาย
คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ กล่าวว่า ผู้สมัครที่หนองคายแม้จะเป็นคนหน้าใหม่ เป็นคนรุ่นใหม่ แต่เป็นคนมีความรู้ความสามารถ ที่จะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศได้ ตลอด 4-5 ปีที่ผ่านมา แม้จะไม่ได้ออกมาพบปะประชาชนแต่ก็คำนึงถึงเสมอ และรับรู้ว่าประชาชนเดือดร้อนจากเศรษฐกิจตกต่ำ พืชผลทางการเกษตรราคาไม่ดี โดยเฉพาะยางพารา 6-7 กก. ได้ราคา 100 บาท ไม่เหมือนสมัยรัฐบาลพรรคไทยรักไทย กก.ละ 100 บาท ยาเสพติดก็ระบาดมากขึ้น ถึงเวลาแล้วที่พรรคเพื่อไทยจะเอาราคายางพาราที่ชาวสวนต้องการกลับคืนมา ขอโอกาสให้พรรคเพื่อไทยได้บริหารประเทศ โดยตนอาสาเป็นคนพายเรือพาพี่น้องประชาชนลงเรือลำเดียวกันก้าวออกจากวังวนแห่งความทุกข์ ไปสู่อนาคตที่มั่งคั่ง เงินเต็มกระเป๋า หนี้สินหมดไป
ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่![]()
คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวถึงกรณีทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทยยื่นเรื่องให้ กกต.ตรวจสอบคลิปหลุดที่จ.ยโสธร ในกรณีมีคนออกมาแฉว่า สมัครบัตรประชารัฐ พ่วงการสมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐว่า วันนี้เศรษฐกิจจะดีความเชื่อมั่นจะเกิดขึ้น การเลือกตั้งที่เป็นธรรม โปร่งใส ปราศจากการซื้อเสียง หรือการใช้อำนาจรัฐ สามารถจะเรียกความเชื่อมั่นให้กับประเทศได้ เศรษฐกิจจะฟื้น คนในประเทศต้องแข็งแรง ถ้าการเลือกตั้งบริสุทธิ์ยุติธรรมเป็นที่ยอมรับได้ ดังนั้นฝากความหวังไว้ที่ กกต.
วันนี้คงจะเห็นชัดแล้วว่ามีการทำผิดกฎหมายเยอะแยะมากมาย โดยที่อาจจะรู้สึกว่ามีอำนาจ ก็อาจจะย่ามใจในอำนาจที่ตนมีจึงมีการใช้สารพัดวิธี การสมัครสมาชิกหรือให้ผู้สมัคร ส.ส.ของบางพรรคไปแจกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไม่ใช่เรื่องใหม่ มีปรากฏทั้งภาคอีสานและภาคเหนือ การใช้ข้าราชการเนื่องจากเป็นรัฐบาลที่มีอำนาจโยกย้ายเต็ม ข้าราชการก็ต้องเกรงกลัวอำนาจ ก็มีข้าราชการที่ยอมก้มหัวให้กับอำนาจโดยไม่ได้มองความถูกผิด มีการเอื้อประโยชน์ให้ผู้สมัครบางพรรคอย่างออกหน้าออกตา แบบนี้ก็ผิด พรรคเพื่อไทยเก็บหลักฐานเพื่อจะยื่นให้ กกต.ตรวจสอบแล้วเช่นกัน หรือแม้แต่การไปรับสมัครสมาชิกโดยจะพ่วงเรื่องบัตรประชารัฐด้วยหรือไม่
สิ่งที่เห็นได้ชัดคือการไปว่าจ้างคนให้มาสมัครเป็นสมาชิกพรรคแล้วมีการจ่ายเงินแทนประชาชนที่ไปสมัคร เรื่องเหล่านี้เป็นข้อเท็จจริงที่ กกต.กลาง หรือผู้ตรวจการ น่าจะเก็บข้อมูลได้ ฝากความหวังไว้ว่าการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ยุติธรรมปราศจากการซื้อสิทธิ์ขายเสียง การใช้อำนาจรัฐ ไม่ใช่เป็นประโยชน์ให้กับพรรคใดพรรคหนึ่ง แต่เป็นประโยชน์กับทุกพรรคและเป็นประโยชน์ต่อการสร้างความเชื่อมั่นของประเทศ ฝากให้ กกต.พิจาณาเพื่อให้ภารกิจสำเร็จลุล่วงโดยไม่เกรงกลัวอำนาจของผู้มีอำนาจใดๆ
กรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ออกมาขู่ว่าจะฟ้อง คนเอาชื่อหรือนโยบายรัฐบาลไปใช้หาเสียง คุณหญิงสุดารัตน์ ให้ความเห็นว่า ก็เห็นด้วย ถ้าทำไม่ถูกต้องก็ต้องดำเนินการ การที่แกนนำไปปราศรัย ซึ่งแกนนำก็บอกเองว่าจะเสนอชื่อพล.อ.ประยุทธ์ แล้วเอานโยบายทั้งหมดซ้ำยังบอกว่า รัฐธรรมนูญนี้เขียนให้เราและเอาสิ่งที่รัฐบาลทำทั้งหมด โดยการที่รัฐบาลทุ่มเทเอาเงินมาแจกก็เอาไปหาเสียงทั้งหมด ถามว่าห้ามได้มั้ย ถ้าจะห้ามจริงห้ามได้แต่จะห้ามจริง ๆ หรือไม่เท่านั้นเอง
ส่วน 4 รัฐมนตรีที่ รองนายกฯ วิษณุ เครืองาม บอกว่าการไปแนะนำตัวผู้สมัคร จะเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับพรรคการเมืองนั้น คุณหญิงสุดารัตน์ ให้ความเห็นว่า การที่จะคืนอำนาจให้กับประชาชน การเลือกตั้งครั้งนี้มีความหมายเราอยู่กับสภาพเศรษฐกิจตกต่ำ ความล้าหลัง ความยากจน มา 4-5 ปีแล้ว การเลือกตั้งคือความหวังของประชาชน เราห้ามคนที่เอารัดเอาเปรียบหรือคนที่จ้องจะครองอำนาจ ตั้งแต่การวางโรดแม็ปของการสืบทอดอำนาจต่อตั้งแต่วันแรกที่ทำรัฐประหาร
เห็นได้ตั้งแต่ในรัฐธรรมนูญ การออกกฎหมายลูก วิธีการทำงานเป็นรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มในการโยกย้ายข้าราชการได้ ใช้งบประมาณได้เต็มที่ ซึ่งไม่เคยเกิดในการเลือกตั้งของเมืองไทย รัฐบาลรักษาการจะไม่มีอำนาจเหล่านี้ หน้าที่ของ กกต.คือเอาผิดให้ได้จริงๆ ซึ่งไม่ใช่แค่ 4 รัฐมนตรี แต่หมายรวมถึงผู้ที่จะถูกเสนอชื่อแคนดิเดตด้วยว่า เป็นจิตสำนึกว่าทำหน้าที่เป็นกรรมการกลาง ทั้งเป็นไลน์แมน แล้วจะลงแข่งขันด้วย มันเหมาะสมหรือไม่ ตนจะไปบังคับหรือไปตอบแทนคงไม่ได้ขึ้นอยู่กับประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจ