“มาร์ค” โอด ระเบียบกกต.รุงรัง จี้ ชัดเจนให้เร็วที่สุด ชี้ อย่าควบคุมจนเสียบรรยากาศเลือกตั้ง เชื่อสุดท้ายพรรคที่ปฏิบัติตามจะเสียเปรียบ จับตาเคาะบัญชีรายชื่อนายกฯ 1 ก.พ. นี้
ระเบียบกกต.รุงรัง – เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 24 ม.ค. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคปชป. กล่าวว่า ขณะนี้พรรคมีความพร้อมและต้องการเดินหน้ารณรงค์ และให้ทุกคนเดินตามกฎกติกาและกฎหมาย เพื่อเป็นแบบอย่างให้กับพรรคการเมืองอื่นๆ สิ่งที่พรรคต้องการให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทำ เนื่องจากมีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งทั่วไปแล้ว และกกต.ก็ให้ระเบียบในการหาเสียงมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ประกาศพระราชกฤษฎีกา
ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่![]()
เพราะฉะนั้นจึงอยากให้กกต.เร่งดำเนินการกำหนดรายละเอียดให้เร็วที่สุด เช่น ผู้สมัครบางคนคิดว่าเมื่อมีพระราชกฤษฎีกาแล้ว ติดตั้งป้ายหาเสียงได้ แต่ปรากฏว่ากกต.ยังไม่กำหนดจุดที่จะติดป้าย อีกทั้งการหาเสียงทางอิเล็กทรอนิกส์จะต้องแจ้งกกต.ก่อน ซึ่งผู้สมัครบางส่วนก็ได้แจ้งเรียบร้อยแล้ว แต่มีผู้สมัครบางคนไปยื่นแล้วปรากฏว่ากกต.จังหวัดไม่รับแจ้ง โดยอ้างยังไม่ถือว่าเป็นผู้สมัคร แต่บางจังหวัดก็รับแจ้ง จึงเกิดความสับสนและมีปัญหาในความชัดเจนเกี่ยวกับการทำงาน นอกจากนี้ยังมีเรื่องใหม่อีกหลายประการทำให้เกิดข้อสงสัย แต่ก็ไม่สามารถรอจนเกิดเรื่องแล้วค่อยมีการวินิจฉัย เช่น กำหนดให้มีผู้ช่วยหาเสียงได้ไม่เกิน 20 คน ถามว่าต้องนับใครบ้าง และนับอย่างไร เป็นต้น
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ทราบปัญหาในเรื่องที่สื่อมวลชนจะทำงานในการจัดเวทีต่างๆ ซึ่งเราต้องการให้ผลประโยชน์ตกกับประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งว่าจะทำอย่างไรให้มีข้อมูลมากที่สุดเกี่ยวกับพรรคการเมืองต่างๆ เพื่อนำมาพิจารณาประกอบการตัดสินใจว่าจะเลือกพรรคใด แต่กลายเป็นว่า สื่อมวลชนที่จะจัดเวทีเริ่มถูกเตือนในทำนองว่า ถ้าไม่เชิญทุกพรรคการเมืองจะมีปัญหาเรื่องความเท่าเทียม
ทั้งที่ความเป็นจริงหลักการเสมอภาค และเท่าเทียมต้องพิจารณาจากความเป็นจริงเกี่ยวกับการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง โดยธรรมชาติของสื่อ เป็นไปไม่ได้ที่จะจัดเวทีแล้วมีพรรคการเมืองมาเป็นร้อยพรรค ดังนั้นกกต.อย่าจำกัดเวทีการประชันวิสัยทัศน์ของพรรคการเมืองที่สื่อมวลชนใช้ดุลยพินิจตามหลักวิชาชีพของเขาอยู่แล้ว ในการเชิญทุกฝ่ายที่คิดว่า จะมีบทบาทสำคัญในการทำงานระดับชาติหลังการเลือกตั้ง
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ส่วนการหาเสียงทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ อยากให้ กกต.ชัดเจนในการปฏิบัติ โดยในส่วนของพรรค ได้ดูกฎระเบียบเรียบร้อยแล้ว และจะพยายามทำให้ดีที่สุด แต่คิดว่ามีอยู่หนึ่งปัญหา คือ การหาเสียงทางช่องทางดังกล่าว จะต้องแจ้งชื่อผู้ผลิต ผู้ว่าจ้าง จำนวนชิ้นที่ผลิต วันที่ที่ผลิต ไว้ทางด้านหน้าอย่างชัดเจน
เรายินดีที่จะทำตามนี้ได้ แต่อยากเรียน กกต.ว่า ค่อนข้างรุงรัง ถามว่าการกำหนดแบบนี้จำเป็นด้วยหรือที่ต้องทำ เพราะเป็นความยุ่งยากเกินความจำเป็น จึงอยากให้อยู่กับความเป็นจริง นอกจากนี้อยากขอความชัดเจนในการควบคุมสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เพราะทางพรรคก็ควบคุมได้เพียงส่วนหนึ่ง เช่น การมีเพจเฟซบุ๊ก เรารับผิดชอบในข้อความที่เราเอาขึ้นเองได้ แต่ถ้าจะให้รับผิดชอบทุกความเห็นที่มีคนพิมพ์เข้ามาไม่ใช่เรื่องง่าย
“ส่วนตัวผมจะไม่ปิดเพจของตัวเอง เพราะมั่นใจว่าไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ถ้าจะกรุณาควรกำหนดให้ชัดว่าความรับผิดชอบเป็นอย่างไร ก็จะเป็นประโยชน์ เพราะกกต.สามารถพิจารณาเรื่องนี้ได้ภายในครึ่งวัน ไม่จำเป็นต้องให้พรรคการเมืองทำหนังสือถามอย่างเป็นทางการ เพราะกกต.มีเวลาถึง 30 วันในการตอบกลับ ซึ่งจะไม่ทันเวลาในการหาเสียง” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
เมื่อถามว่าข้อปฏิบัติที่ไม่ชัดเจนจะทำให้มีผู้กระทำผิดกฎหมายมากขึ้นหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า สิ่งที่ตนไม่อยากให้เกิดขึ้น คือ ไปควบคุมอะไรเสียจนทำให้บรรยากาศที่จะทำให้คนสนใจการเลือกตั้งได้รับข้อมูลในเรื่องเกี่ยวกับการเลือกตั้งอย่างกว้างขวางถูกทำลายไป เพราะเราต้องการให้ประชาชนมีส่วนร่วม หากจำกัดการสื่อสาร การมีส่วนร่วมของประชาชน ซึ่งไม่ใช่เรื่องความได้เปรียบเสียเปรียบ
แต่เป็นผลเสียกับกระบวนการเลือกตั้งโดยตรง และเมื่อมีการออกระเบียบอะไรที่ปฏิบัติยาก เพราะหลายครั้งในอดีตที่ตนสังเกตเห็น คนที่พยายามปฏิบัติก็จะเสียเปรียบ จะมีคนจำนวนหนึ่งตัดสินใจไม่ปฏิบัติ เพราะข้อบังคับปฏิบัติยาก ที่สุดอาจจะมีผู้ไม่ปฏิบัติมากกว่า สุดท้ายกกต.หรือผู้มีอำนาจก็จะบอกว่า ถ้าอย่างนั้นไม่ต้องปฏิบัติ กลายเป็นว่าคนที่พยายามทำตามระเบียบก็จะเสียเปรียบและมีภาระ ดังนั้นอะไรที่สามารถทำความชัดเจนได้เร็วที่สุดเท่าไหร่ก็จะเป็นประโยชน์ต่อทุกคน
นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงการคัดผู้สมัครรับเลือกตั้งในส่วนของพรรค ว่า ในส่วนของเขตขณะนี้ยังขาดอยู่ 7 คน คาดว่าในช่วงบ่ายวันที่ 28 ม.ค. จะมีการประชุมกรรมการบริหารพรรค เพื่ออนุมัติ รวมถึงในระบบบัญชีรายชื่อที่คณะกรรมการสรรหาจะเสนอต่อที่ประชุมด้วย และวันที่ 1 ก.พ. จะมีการเชิญผู้สมัครทั้ง 500 คนเพื่อปฐมนิเทศน์ทำความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายและข้อปฏิบัติต่างๆ ส่วนรายชื่อในบัญชีนายกรัฐมนตรียังไม่มีการพิจารณา เพราะตามข้อบังคับพรรคต้องมีการพิจารณาร่วมกันระหว่างกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) กับอดีตส.ส. ตั้งใจว่าจะพิจารณาและอนุมัติในวันที่ 1 ก.พ. เช่นกัน