อนาคตใหม่ ยกระดับการเมืองไทย เปิด 10 ปาร์ตี้ลิสต์หน้าใหม่ไร้มลทิน “ธนาธร” หนึ่งเดียวชิงนายกฯ “ปิยบุตร” เย้ย “ประยุทธ์” ชุบตัวเลือกตั้ง ซ้ำรอย สหประชาไท-สามัคคีธรรม
วันที่ 1 ก.พ. ที่ร้าน DX Playground Cafe & Bistro เมืองทองธานี พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค และนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค จัดแถลงข่าวเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ของพรรค 10 อันดับแรก
ประกอบด้วย 1.นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ 2.นายปิยบุตร แสงกนกกุล 3.นางวรรณวิภา ไม้สน 4.นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ 5.น.ส.กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ 6.พล.ท.พงศกร รอดชมภู 7.น.ส.พรรณิการ์ วานิช 8.นายสุรเชษฐ ปวีณวงศ์วุฒิ 9.นายธัญญวาริน สุขะพิสิษฐ์ และ 10.นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์
นายปิยบุตร กล่าวว่า การสรรหาผู้สมัค ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรร ยึดหลักความหลากหลาย ที่บุคคลเหล่านี้จะเข้าไปเป็นผู้แทนราษฎร ต้องเป็นตัวแทนคนทุกกลุ่ม ไม่ใช่แต่ตระกูลการเมืองหรือผูกขาดตลอดเวลา การเปิดกว้างให้คนที่สนใจประเด็นทางการเมืองและสังคม ทำให้พรรคมีคนหน้าใหม่ทางการเมืองทั้งหมด
ลำดับสมาชิกปาร์ตี้ลิสต์ 10 อันดับแรกของพรรคมี 8 รายอายุในช่วง 31- 40 ปี มากที่สุด 63 ปี และมีความหลากหลายทางเพศที่เราต้องการสร้างมิติให้ผู้แทนราษฎรเป็นผู้แทนของคนทุกกลุ่ม หลากหลายวงการจริงๆ และเชื่อว่า 10 คนนี้จะเป็นมิติใหม่ทางการเมืองที่เคยมีมา จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงประเทศและต่อสู้ในเรื่องนั้นจริงๆ ต้องได้เข้าไปพูด
เราออกแบบการคัดสรรผู้แทนจริงๆ เรียกว่าเป็นทีมธนาธร พร้อมที่จะเป็นรัฐมนตรีและดำเนินตามนโยบายที่พรรคเสนอมา โดยส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 1 คือนายธนาธร ส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 2 คือ ตนที่จะผลักดันเรื่องกฎหมาย
เมื่อถามถึงความมั่นใจจากการเปิดตัว 10 ว่าที่ส.ส.บัญชีรายชื่อนี้จะได้เข้าสู่สภา นายปิยบุตร กล่าวว่า เรามั่นใจ และเชื่อว่าพรรคจะได้เกิน 10 ที่นั่ง จะได้ 30-40 ที่นั่งหรือไม่ ต้องรอดู ทั้งนี้เราพร้อมทำหน้าที่เป็นรัฐบาลและฝ่ายค้าน แม้เราจะเป็นคนหน้าใหม่ทางการเมือง แต่ไม่ใช่คนที่ไม่มีประสบการณ์
เมื่อถามว่าที่ผ่านผ่านมาพรรคการเมืองไม่เคยเปิดเผยรายชื่อบุคคลที่จะมาเป็นรัฐมนตรี ถือเป็นมิติใหม่ด้วยหรือไม่ นายธนาธร กล่าวว่า รูปแบบทางการเมืองที่ผ่านมา กลุ่มการเมืองทั้งหลายต้องการส.ส.ไม่ว่า 10-20 คน เพื่อให้ได้เก้าอี้รัฐมนตรี นำไปให้นายทุน แต่พรรคของเราไม่ใช่ พรรคของเราไม่มีนายทุน พรรคเลือกคนที่เหมาะสมจากแวดวงนั้นๆ เข้ามาทำงานการเมือง
เราพร้อมจะบริหาร ถือเป็นโฉมหน้าของรัฐมนตรีพรรคที่ไม่ได้ตั้งขึ้นมาเพราะนายทุน แต่ตั้งขึ้นมาเพราะความเหมาะสม โดยวันที่ 4 ก.พ. ว่าที่ผู้สมัครของพรรคจะเดินทางไปสมัครในแต่ละเขต ส่วนวันที่ 5 ก.พ. พรรคจะแถลงข่าวเปิดรายชื่อว่าที่ส.ส.แบบแบ่งเขต 350 คน และแบบบัญชีรายชื่อทั้งหมด 150 คน และวันที่ 6 ก.พ. พรรคจะไปยื่นบัญชีเสนอชื่อนายกฯ ซึ่งมีตนเพียงคนเดียว
รอ ‘ประยุทธ์คนนอก’ รับท้าดีเบต
เมื่อถามว่า เสียงตอบรับจากการลงพื้นที่เป็นอย่างไร นายธนาธร กล่าวว่า ทุกคนทำงานเต็มที่ อาจจะมีอุปสรรคบ้าง แต่ไม่ได้ทำให้เราท้อถอย เราพร้อมขยับเต็มที่เพื่อพิสูจน์ความจริงใจกับประชาชน และยังคงให้ความสำคัญกับการหาเสียงทางออนไลน์และในพื้นที่จริง ทั้งนี้ ตนยังรอพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคสช.และนายกฯ ดีเบต ในฐานะผู้ท้าชิงตำแหน่งนายกฯ ที่มีศักดิ์ศรีเท่าเทียมกัน
เมื่อถามว่าพรรคพลังประชารัฐจะจัดขบวนเทียบเชิญพล.อ.ประยุทธ์ มาอยู่ในบัญชีนายกฯของพรรค นายปิยบุตร กล่าวว่า การเทียบเชิญไม่ได้หมายความว่า พล.อ.ประยุทธ์เพิ่งเป็นนักการเมือง แต่พล.อ.ประยุทธ์เป็นนักการเมืองมาตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค.57 ที่ยึดอำนาจ เป็นการเข้าสู่อำนาจโดยไม่เข้าตามตรอกออกตามประตู
การเลือกตั้งที่จะมาถึงครั้งนี้จึงไม่ใช่เรื่องที่จะมาเถียงกันว่า พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯคนนอกหรือคนใน เพราะพล.อ.ประยุทธ์เป็นคนนอกมานานแล้ว ผ่านการฉีกรัฐธรรมนูญและครองอำนาจมา 5 ปี
การเลือกตั้งครั้งนี้ คือเครื่องมือชุบตัวสำหรับการสืบทอดอำนาจ ซ้ำรอยกับประวัติศาสตร์พรรคสหประชาไท ของจอมพลถนอม กิตติขจร พรรคสามัคคีธรรมของรสช. เริ่มจากการยึดอำนาจ แล้วชุบตัวผ่านการเลือกตั้งเพื่อสืบทอดอำนาจ
“ผมเห็นว่าพล.อ.ประยุทธ์ ควรออกจากแวดวงการเมืองไปเลยด้วยซ้ำ เพราะครองอำนาจมา 5 ปี แล้วยังจะชุบตัวผ่านการเลือกตั้ง ทั้งที่หากจะลงเลือกตั้ง ยึดอำนาจร่างกติกาอยู่เพียง 6 เดือนก็พอ แต่ไม่ใช่ ในความเห็นผม จึงไม่ใช่แค่ลาออกจากนายกฯ หัวหน้าคสช แต่ควรออกจากการเมืองไทยไปได้แล้ว” นายปิยบุตร กล่าว

