เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 21 ก.พ. ที่พรรคเพื่อไทย นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย แถลงข้อหารือเบื้องต้นในการส่งคนเข้าร่วมเวทีปรองดอง

นายภูมิธรรม กล่าวว่า เบื้องต้นทางพรรคเพื่อไทยได้ประสานกับทางสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เพื่อเข้าร่วมพูดคุยและเสนอแนะแนวทางปรองดองในวันที่ 8 มี.ค.นี้ เวลา 09.00 -12.00 น. ในส่วนของบุคคลที่จะเข้าร่วม ประกอบด้วยคนที่พรรคแต่งตั้งขึ้นมาดูแลเรื่องปรองดอง และส่วนที่เป็นคณะกรรมการบริหารพรรคและที่ปรึกษา อาทิ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรค นายปลอดประสพ สุรัสวดี รักษาการรองหัวหน้าพรรค นายโภคิน พลกุล นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา อดีตประธานรัฐสภา นายชัยเกษม นิติสิริ อดีต รมว.ยุติธรรม นายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.ต่างประเทศ นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีต รมว.ศึกษาธิการ รวมทั้งนายชูศักดิ์และตน ทั้งนี้ในส่วนของวันและตัวบุคคลอาจจะมีการเปลี่ยนแปลง เนื่องจากบางส่วนอาจติดภารกิจอยู่ต่างประเทศ ซึ่งหากมีความชัดเจนจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง

นายภูมิธรรม กล่าวอีกว่า ก่อนทางที่พรรคเพื่อไทยจะไปพูดคุยกับสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เราจะแสดงจุดยืนและเสนอทางออกจากวิกฤตของปัญหา โดยจะจัดทำเป็นเอกสารชี้แจงต่อสังคม ทั้งนี้ มองว่าการระดมทุกฝ่ายมาพูดคุยจะเป็นประโยชน์ในการหาทางออกวิกฤตให้ประเทศ หากจะให้ปัญหาคลี่คลายขอให้รัฐบาลแสดงความจริงใจ และต้องชัดเจนว่าจะเข้าสู่บรรยากาศปรองดอง และควรยอมรับความเห็นต่างในการหาทางออกความขัดแย้งอย่างสันติวิธี ไม่ใช่เปิดเวทีปรองดองแต่สังคมกลับมีความขัดแย้งเกิดขึ้นอยู่ และจากนี้ไปจะหารือในหมู่ผู้บริหารพรรคเพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง

เมื่อถามว่า จะมีการเชิญ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี รวมทั้งคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย เป็นตัวแทนหารือวงปรองดองด้วยหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวเพียงสั้นๆว่า “จะขอหารือและประสานไปอีกครั้ง”

นายชูศักดิ์ กล่าวถึงคำถาม 10 ข้อที่จะหารือในวงปรองดองว่า หลายคำถามเป็นคำถามปฏิรูป รวมถึงเป็นเรื่องยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ซึ่งตอบได้ยากเพราะเราไม่เห็นด้วยกับเรื่องยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีที่ยาวนานเกินไป แต่คำถามที่เกี่ยวกับการปรองดองมีเพียง 3 คำถามเท่านั้น ทั้งนี้ เงื่อนไขสำคัญที่จะนำไปแสดงความเห็นในเวทีปรองดอง เช่น 1.ต้องมีหลักความเป็นกลาง 2.มีความเป็นอิสระ คณะทำงานที่มาพูดคุยมีความเป็นอิสระในการแสดงความเห็นหรือไม่ 3.ความสามัคคีปรองดองจะเกิดได้ต้องค้นหาความจริงและเยียวยาผู้ได้รับความเสียหาย ต้องหาความจริงของเหตุความขัดแย้งทั้งหมด และตีแผ่ให้สังคมรับทราบ

4.ความสามัคคีปรองดองจะเกิดขึ้นได้ ต้องไม่มีการสร้างข้อจำกัด หรือตั้งเงื่อนไขในการพูดคุย หากมีข้อจำกัดแต่แรก เช่น ห้ามพูดเรื่องนิรโทษกรรม จะไม่ใช่หลักสำคัญของการสร้างความสามัคคีปรองดอง 5.ความสามัคคีปรองดองนั้น จุดสำคัญ คือต้องไม่สร้างปัญหาความขัดแย้งให้เกิดขึ้นใหม่ 6.ผลสรุปของแนวทางการสร้างความสามัคคีปรองดองควรเป็นความเห็นพ้องต้องกันของทุกฝ่าย มิใช่เกิดจากการออกคำสั่งหรือตรากฎหมายขึ้นบังคับ ซึ่งความเห็นนี้คงจะนำเสนอในเวทีพูดคุยต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน