เรืองไกรดิ้นต่อ! หลังศาลปกครองสูงสุดไม่รับคำฟ้องคดีร้องค้าน มติกกต.ยุบ ทษช.

เรืองไกรดิ้นต่อ! นำคำวินิจฉัยศาลปกครองสูงสุดไม่รับคำฟ้องคดีร้องค้าน มติกกต.ยุบ ไทยรักษาชาติ ส่งศาลรธน.พิจารณาก่อน ยก 2 คดีประชาธิปัตย์เทียบเคียง

ไทยรักษาชาติ – เมื่อวันที่ 7 มี.ค. ศาลปกครองกลางได้อ่านคำสั่งของศาลปกครองสูงสุด คำสั่งที่ คร.57/2562 ในคดีที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ผู้ฟ้องคดี ฟ้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และนายทะเบียนพรรคการเมือง เป็นผู้ถูกฟ้องคดี ซึ่งผู้ฟ้องคดีเห็นว่า กกต.ไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ตามขั้นตอนของกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง นำข้อเท็จจริงมาตีความขยายเกินเลยไป ขอให้เพิกถอนมติของ กกต.ในการประชุมครั้งที่ 18/2562 เมื่อวันที่ 12 ก.พ.2562 ที่ให้ยุบพรรคไทยรักษาชาติ(ทษช.)

โดยศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งยืนตามคำสั่งของศาลปกครองกลางที่ไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณา

ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่า แม้ กกต.และนายทะเบียนพรรคการเมืองจะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ แต่การมีมติของ กกต.เป็นการดำเนินการตามมาตรา 92 และมาตรา 93 แห่งพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 เป็นขั้นตอนหนึ่งในการยื่นศาลรัฐธรรมนูญเพื่อสั่งยุบ ทษช. และเป็นอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณาวินิจฉัยกรณีดังกล่าว ซึ่งผู้ฟ้องคดี ยกข้ออ้างเกี่ยวกับการกระทำของ กกต.ที่อ้างในคำฟ้องขึ้นเป็นข้อต่อสู้ในชั้นการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญได้

การกระทำตามคำฟ้องจึงไม่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครองตามมาตรา 197 ของรัฐธรรมนูญ 2560 ประกอบมาตรา 9 วรรคหนึ่ง แห่งพ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 ศาลปกครองสูงสุด จึงมีคำสั่งยืนตามคำสั่งของศาลปกครองกลางที่ไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณา

นายเรืองไกร กล่าวว่า ตนจะรีบคัดคำสั่งคดีนี้และส่งศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้วินิจฉัยก่อนว่า มติกกต.เมื่อวันที่ 12 ก.พ.ที่ให้ยุบ ทษช. และศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งรับฟ้องไว้แล้วนั้น เป็นการปฏิบัติหน้าที่ชอบด้วยกฎหมายและระเบียบขั้นตอนที่กำหนดไว้แล้วหรือไม่ ผมต้องรีบแจ้งศาลรัฐธรรมนูญเพราะหลังจากศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งแล้ว ตามขอบเขตอำนาจมาตรา 92และ 93 ในฐานะผู้ร้องคัดค้านอำนาจกกต. และมีหนังสือร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญด้วย

ผมคงต้องนำเรื่องนี้แจ้งให้ศาลพิจารณาวินิจฉัยก่อน ซึ่งเป็นขั้นตอนกฎหมายที่ชี้ขาดระหว่างศาลเป็นที่ยุติแล้ว โดยต้องรีบร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาประเด็นนี้ เทียบเคียงได้จากคดีที่ศาลรัฐธรรมนูญได้เคยวินิจฉัยก่อนหน้านี้ 2 คดีคือ กรณีที่คดีฟ้องยุบพรรคประชาธิปัตย์เมื่อปี 2553 และคดีเงินบริจาคพรรคประชาธิปัตย์เรื่องกกต.ดำเนินการข้ามขั้นตอน ซึ่งผมต้องรีบเรียนองค์คณะศาลรัฐธรรมนูญก่อนบ่ายโมงวันนี้ ซึ่งจะเริ่มมีการอ่านคำวินิจฉัยคดีกกต.ยื่นศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบทษช.” นายเรืองไกร กล่าว

นายเรืองไกร กล่าวว่า เราในฐานะพรรคคู่ความ ซึ่งโต้แย้งการทำหน้าที่ของกกต. ต้องรีบหาข้อยุติจากหน่วยงานที่มีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดในการที่เราไม่เห็นด้วยกับคำสั่งและมติของกกต. ว่าคำสั่งทางปกครองของกกต.ถูกต้องหรือไม่ เราจึงต้องใช้ช่องทางที่มีอยู่ตามกฎหมาย โดยเราเห็นว่าศาลปกครองก็เป็นช่องทางหนึ่ง ซึ่งขณะนี้ศาลปกครองสูงสุด มีคำสั่งยืนตามศาลปกครองชั้นต้นแล้ว

เกาะติดข่าวการเมืองข่าวเลือกตั้ง แค่กดเป็นเพื่อนกับไลน์@ข่าวสด ที่นี่
เพิ่มเพื่อน

 

บทความก่อนหน้านี้จัดการเด็ดขาด! หญิงหน่อย เสียใจปมผู้ช่วยหาเสียง โพสต์ด่านศ.มธ. ชี้ไม่สมควร
บทความถัดไปสอง พาราด็อกซ์ โพสต์บทเรียนสุดท้ายจากพ่อ สุดล้ำค่า คนแห่คอมเมนต์-แชร์!