ธนาธรโต้-ใส่ร้ายอีก ไม่เคยพูด พาทักษิณกลับบ้าน

อดีตแกนทษช.ลุยสู้ต่อ เปิดเวที-ต้านสืบอำนาจ คนไทยในมาเลย์ตื่นตัว แห่กาล่วงหน้าคูหาแตก

อดีตแกนนำไทยรักษาชาติแถลง ตั้ง “กลุ่มก้าวต่อไปเพื่อประชาธิปไตย” ปูพรมเปิดเวทีปราศรัย ทั่วประเทศ เดินสายปลุกเข้าคูหาเลือกส.ส. ฝ่ายประชาธิปไตย ต้าน คสช.สืบทอดอำนาจ “หน่อย-มาร์ค” จับมือทักทายกัน ขณะลุยหาเสียงเขตบึงกุ่ม กทม. เพื่อไทยเปิดปราศรัยใหญ่ปากน้ำ ย้ำขอชนะเด็ดขาด ขวาง 250 ส.ว.เลือกนายกฯ ประสานเสียง ปชป.ถล่มตั้งคนใกล้ชิด “ตู่-ป้อม” นั่งส.ว. คนไทยในมาเลย์แห่ใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้า ทะลักสถานทูตกรุงกัวลาลัมเปอร์ จนมีคนเป็นลม กกต.สั่งเพิ่มคูหา-เพิ่มวันกาอีก 1 วัน “ธนาธร” แจงยันไม่เคยพูดพา “ทักษิณ” กลับบ้าน

พปชร.โวมีช็อตเด็ดโค้งสุดท้าย

วันที่ 9 มี.ค. นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ระหว่างลงพื้นที่หาเสียงที่ตลาดหทัยมิตร กทม. ถึงการหาเสียงโค้งสุดท้ายว่า เรามีช็อตเด็ด ที่เตรียมเอาไว้ โดยเฉพาะเรื่องนโยบาย ซึ่งจะได้เปิดเผยเร็วๆนี้ นอกจากมีนโยบายแล้วแน่นอนว่าผู้สมัครแต่ละเขตก็คือช็อตเด็ด

เมื่อถามว่าการที่พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ถูกยุบแล้วจะส่งผลคะแนนมาหนุน พปชร. หรือไม่ นายอุตตมกล่าวว่า คงต้องดูเป็นที่ ที่ไปว่าจะออกมาเป็นอย่างไร เพราะต้องดูก่อน ว่าใครส่งใครลงบ้างในแต่ละที่ แต่ในส่วนของ พปชร.เดินตามยุทธศาสตร์ของพรรคเป็นหลัก ตอนนี้คงเร็วไปหน่อยหากจะให้ประเมินอย่างชัดเจนแต่เราก็จับตาดูอยู่

เมื่อถามว่าจากนี้ไปแผนการช่วยหาเสียงของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แคนดิเดต นายกรัฐมนตรีของพปชร.จะเป็นอย่างไร นาย อุตตมกล่าวว่า ในส่วนของนายกฯมีช่องทางได้หลายช่องทาง โดยมีประเด็นสำคัญว่าต้องสื่อให้พี่น้องประชาชนได้เห็นภาพเลยว่าพปชร. เสนอพล.อ.ประยุทธ์นั้นมีความเหมาะสม เราคงต้องช่วยกันดูว่าจะร่วมกันสื่อออกมาอย่างไรให้ถึงพี่น้องประชาชน

ตู่ทำงานปกติก็ช่วยพปชร.แล้ว

“ถึงแม้ว่าท่านจะไม่ได้ขึ้นเวทีแต่ท่าน ก็ช่วยอยู่แล้วโดยการปฏิบัติหน้าที่นายกฯ ไปตามปกติของท่าน แล้วพี่น้องประชาชน ก็ให้การตอบรับที่ดีว่า พปชร.ได้เสนอให้พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯคนต่อไป ตรงนี้ ก็ถือว่าสำหรับ พปชร.เป็นแรงส่งสำคัญเลย ทีเดียวช่วงนี้ ส่วนกิจกรรมอย่างอื่นจะมีอะไรต่อไปอย่างไรเดี๋ยวโค้งสุดท้ายเราจะเปิดออกมา ให้เห็น” นายอุตตมกล่าว

เมื่อถามว่าในฐานะหัวหน้าพรรคกำชับ ลูกพรรคอย่างไรกรณีมีการยื่นยุบพรรคอื่นจากหลายสาเหตุ นายอุตตมกล่าวว่า ไม่ได้มี นโยบายอะไรเพิ่มเติมเพราะผู้สมัครของพรรคแต่ละคนทราบดีตั้งแต่ต้นว่าการปฏิบัติตัวนั้นต้องทำอย่างไร ทางพรรคก็คอยสอดส่องอยู่แล้วในภาพรวม ทำตามกรอบกฎหมายที่มีอย่างเต็มที่ ใครจะถูกยื่นฟ้องร้องอย่างไรไม่เกี่ยวกับเรา แต่เราทำงานของเราอย่างเต็มที่ ให้เป็นไปตามเป้าหมาย เราไม่ไปพะวงคิดถึงพรรคอื่น

เตรียมแถลงไม้เด็ดสัปดาห์นี้

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพปชร. ลงพื้นที่หาเสียงบริเวณหมู่บ้านสุขสันต์ 6 ถ.กาญจนา เขตบางเเค พร้อมกล่าวว่า พปชร. มั่นใจโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้งจะได้ส.ส.ทั้งแบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อกว่า 150 คน ความเชื่อมั่นนี้จากผลสำรวจของพรรคที่ผลความนิยมพุ่งทะยานทั่วทั้งประเทศ อีกทั้งมั่นใจว่ามีตัวเลขของเขตที่จะชนะมากยิ่งขึ้น หลังจากนี้พรรคจะมีไม้เด็ดช่วงโค้งสุดท้าย ที่จะมาเรียกความสนใจอีกมาก เพื่อให้ประชาชนมีโอกาสตัดสินใจเลือกพรรค ที่สำคัญยังมีแคนดิเดตเป็นพล.อ.ประยุทธ์ ที่ประชาชนเคารพศรัทธาเพื่อแก้ไขปัญหาและประสานความต่อเนื่องของการทำงานดำเนินการในสิ่งที่ประชาชนคาดหวังเพื่อให้ประเทศสามารถแข่งขันกับประเทศต่างๆได้ โดยสัปดาห์นี้จะมีการแถลงนโยบายของพรรคเพิ่มเติม

นายสนธิรัตน์กล่าวว่าเราเคารพและเชื่อมั่นกลไกของรัฐธรรมนูญในการคัดเลือกส.ว.ทั้ง 400 คน ที่จะมีส่วนเลือกนายกฯตามกฎหมายกำหนดไว้ ซึ่งจะต้องเป็นคนที่มีดุลพินิจบุคคลดีมีคุณภาพทำหน้าที่เปลี่ยนผ่านประเทศ ที่มีบางฝ่ายตั้งข้อสังเกตพรรคได้เปรียบจากผู้ที่ได้รับเลือกเป็นส.ว. นั้นเป็นเพียงการคาดเดา และต่อจากนี้ทาง พปชร.มีหน้าที่รวบรวม ส.ส. ให้ได้มากที่สุดเพื่อเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลและมีเสียงในสภาเกิน 250 เสียง

เสียเปรียบ-บิ๊กตู่ไม่ได้ช่วยหาเสียง

“การลงพื้นที่ของนายกฯไม่เกี่ยวข้องกับการหาเสียงของ พปชร.แม้ว่าจะมีระยะเวลาในการลงพื้นที่ที่ใกล้เคียงกัน ซึ่งนายกฯ มีบทบาทในการบริหารประเทศตามปกติ” นายสนธิรัตน์กล่าวและว่า พปชร.เสียเปรียบพรรคอื่นเนื่องจากพล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้มาลง พื้นที่ช่วยผู้สมัครหาเสียง-ร่วมเวทีดีเบต และร่วมกิจกรรมของพรรค พรรคเองก็เห็นว่า จะเป็นการลดขัดแย้ง โดยนายกฯได้ฝากข้อความ มาสื่อสารกับประชาชนย้ำขอให้ทุกฝ่ายทำการเมืองปรองดองสร้างการเมืองที่สร้างสรรค์ ซึ่งไม่อยากเห็นการเมืองที่นำไปสู่ความขัดแย้ง ขอทุกฝ่ายอย่านำประเทศไปสู่ความขัดแย้งและเกลียดชัง

โต้ขัดแย้งกลุ่มสามมิตร

นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกระแสข่าวนายอุตตม และนายสนธิรัตน์ ไม่ไปร่วมปราศรัยใหญ่ที่จ.ขอนแก่น ส่งผลให้แกนนำกลุ่มสามมิตร ไม่พอใจว่า เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง สาเหตุที่นายอุตตมและนายสนธิรัตน์ไม่ร่วมปราศรัยใหญ่ที่จ.ขอนแก่น เนื่องจากเวลาหาเสียงเหลือน้อย พรรคจึงปรับยุทธศาสตร์การหาเสียงใหม่ โดยทั้ง 2 คนแยกกันไปช่วย ผู้สมัครส.ส.กทม.หาเสียง ขณะที่ จ.ขอนแก่นมีแกนนำไปอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานยุทธศาสตร์ภาคอีสาน และนายอนุชา นาคาศัย ประธานยุทธศาสตร์ภาคกลาง ที่สำคัญพรรคพลังประชารัฐไม่มีกลุ่ม เราเป็นพลังประชารัฐหนึ่งเดียว ไม่เข้าใจว่าข่าวดังกล่าวเกิดขึ้นได้อย่างไร เหลือเวลา หาเสียงอีกเพียงประมาณ 2 สัปดาห์ พรรคปรับยุทธศาสตร์การหาเสียงเพื่อให้ได้ชัยชนะในการเลือกตั้ง แม้ว่าเราจะโดนโจมตีทุกวันแต่พรรคก็สู้เต็มที่

แห่ใช้สิทธิ์ล่วงหน้าที่มาเลย์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกัน มีการส่งคลิปเหตุการณ์การใช้สิทธิ์ล่วงหน้านอกราชอาณาจักร ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ผ่านไลน์สมาชิกพรรคประชาชาติ โดยสมาชิกคนดังกล่าวเป็นนักศึกษาไทยซึ่งศึกษาอยู่ในกรุงกัวลาลัมเปอร์ ในคลิปเป็นบรรยากาศ การใช้สิทธิ์ล่วงหน้าที่สถานทูตไทยกรุงกัวลาลัมเปอร์ มีประชาชนเข้าแถวยาวเหยียดหลายพันคนจากอาคารไปยังด้านนอกกำแพงยาวประมาณ 1 ก.ม. ท่ามกลางอากาศร้อน คนที่มาใช้สิทธิ์ต่างบ่นด้วยความไม่พอใจ ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า นั่งรอ นอนรอ เจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกไม่เพียงพอ

จนกระทั่งเวลา 11.30 น. คนที่มาใช้สิทธิ์พากันตะโกนเสียงดังและชักชวนกันให้ช่วยตะโกนเพื่อเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลเข้ามาแก้ปัญหา และมีการแจ้งผ่านไลน์ว่ามีบางคนเป็นลม มารอลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้ากว่า 3,000 คน แต่สถานทูตจัดให้ลงคะแนนแค่ 3 คูหา ต้องรอคิวตั้งแต่ก่อน 08.00 น. ตอนนี้คนล้นอยู่ด้านนอก อีกทั้งต่างกลัวลงคะแนนไม่ทันจะเสียสิทธิ์ ก่อนจะหมดเวลาใช้สิทธิ์ลงคะแนน 17.00 น. ขณะที่ยอดผู้ใช้สิทธิ์ลงทะเบียนมีจำนวน 4,138 คน และในผู้มารอใช้สิทธิ์ล่วงหน้ายังมีลูกชายของนายนัจมุดดีน อูมา พรรคประชาชาติ ด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเกิดปัญหาวุ่นวายเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้เพิ่มคูหาจาก 3 เป็น 4 คูหา และขยายเวลา โดยคนที่มาเข้าคิวภายในเวลา 17.00 น. ยังสามารถใช้สิทธิ์ได้

กกต.สั่งขยายเวลาใช้สิทธิ์อีก1วัน

ขณะที่ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการกกต. เผยว่า ประธานกกต. และกกต.รับทราบเรื่องและเห็นการมีการโพสต์ถึงเรื่องดังกล่าวผ่านโซเชี่ยลแล้ว เบื้องต้นได้ขยายคูหาเพิ่มเป็น 4 คูหา พร้อมขยายเวลาการใช้สิทธิ์ในวันที่ 10 มี.ค.ด้วยอีก 1 วัน

น.ส.กฤติมา ทรายแก้ว อายุ 37 ปี คนไทยที่ใช้สิทธิ์เลือกตั้งที่สถานทูตไทยกรุงกัวลา ลัมเปอร์ เผยว่า สถานทูตประกาศจะจัดให้เลือกตั้งวันที่ 9 มี.ค. ตั้งแต่เวลา 08.00- 17.00 น. เพียง 1 วัน มีให้เลือก 3 จุด คือ 1.กัวลาลัมเปอร์ 2.ปีนัง และ3.โจโฮร์บะฮ์รู ทำให้วันนี้มีคนไทย ที่ลงทะเบียนขอใช้สิทธิ์นอกราชอาณาจักรเดินทางมาจำนวนมาก ต้องต่อแถวยาวไปจนถึงหน้าประตูทางเข้า หลายคนมารอต่อแถว ก่อนหีบเลือกตั้งเปิดแต่ต้องสละสิทธิ์เพราะต้องรีบกลับไปทำงาน เบื้องต้นสถานทูตแจ้งว่าได้เปิดหีบเลือกตั้งเพิ่มจาก 3 คูหา เป็น 4 คูหา คูหาที่ 4 ทำมาจากกระดาษลังดูไม่เป็นมืออาชีพมากๆ และวันนี้จะขยายเวลาเลือกตั้งไปจนถึงเวลา 21.00 น. และจะเปิดให้เลือกตั้ง ในวันที่ 10 มี.ค.อีก 1 วัน

ตนมารอเลือกตั้งตั้งแต่ 10.00 น. แต่ได้ กาบัตรตอน 15.00 น. รู้สึกว่าเป็นการบริหารจัดการที่ไม่เป็นระบบ ไม่มีสถานที่ให้ประชาชน ได้พัก ทั้งที่วันนี้คนมารอเกิน 1,000 คน แต่เจ้าหน้าที่มีไม่กี่คน มีเจ้าหน้าที่สถานทูตเพียงคนดียวที่ต้องเซ็นชื่อบนบัตรเลือกตั้งให้ทุกคนที่มา ยิ่งทำให้เสียเวลามาก วันนี้อากาศร้อนอบอ้าวจนทำให้หลายคนเป็นลมและต้อง กลับบ้าน จากการสังเกตยังไม่พบว่ามีเจ้าหน้าที่ กกต. ที่คอยกำกับการเลือกตั้งครั้งนี้ พบเพียงแต่เจ้าหน้าที่จากสถานทูตไม่กี่คนเท่านั้น เหตุใดกกต.ไม่สามารถบริหารจัดการให้เป็นระบบได้ เพราะทราบจำนวนคนที่มาขอใช้สิทธิ์ อย่างชัดเจนแล้วคือประมาณ 4,000 คน

บัวแก้วยันได้เลือกตั้งครบทุกคน

น.ส.บุษฎี สันติพิทักษ์ อธิบดีกรมสาร นิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) ชี้แจงว่า กระทรวงได้รับรายงานจากสถานเอกอัครราชทูตกรุงกัวลาลัมเปอร์ จะดำเนินการให้คนไทยได้ลงคะแนนครบ ทุกคนตามที่ลงทะเบียน โดยจะเพิ่มเวลาลงคะแนนวันพรุ่งนี้ด้วย ขณะนี้ประสานให้กกต.ทราบเรื่องดังกล่าวแล้วเช่นกัน

วันดียวกัน เพจเฟซบุ๊กสถานเอกอัครราชทูต ไทย ณ กัวลาลัมเปอร์ อัพเดตสถานะการ จัดให้ผู้ใช้สิทธิลงคะแนนล่าสุด 1. สถานเอกอัครราชทูตสามารถจัดให้ผู้ใช้สิทธิลงคะแนนได้ประมาณชั่วโมงละ 180 คน 2. จากจำนวนผู้ใช้สิทธิที่เข้าแถวรอในขณะนี้ คาดว่าจะสามารถจัดให้ผู้ใช้สิทธิลงคะแนนได้ทั้งหมด ภายในเวลาประมาณ 19.00 น. 3. ในการนี้ สถานเอกอัครราชทูตขอยืนยันว่า วันนี้จะเปิดให้ผู้ใช้สิทธิลงคะแนนไปเรื่อยๆ อย่างน้อยจนถึงเวลา 21.00 น. หรือจนกว่าผู้ใช้สิทธิที่มารอจะได้ลงคะแนนครบทุกคน รวมทั้งจะเปิดให้ผู้ใช้สิทธิลงคะแนนในวันที่ 10 มี.ค. อีกหนึ่งวันตั้งแต่เวลา 8.00 น. เป็นต้นไป

ที่พม่าก็ตื่นตัวใช้สิทธิ์

พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร ที่ปรึกษาและหัวหน้าทีมปฏิบัติการศูนย์ต่อต้านการทุจริตการเลือกตั้ง (ศตท.) ของพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสตื่นตัวคนไทยในต่างแดนไปใช้สิทธิเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ว่า ได้รับข่าวสารว่าบรรยากาศโดยเฉพาะจากประเทศเพื่อนบ้านที่พม่าและมาเลเซีย มีพี่น้องคนไทยผู้รักประชาธิปไตยออกไปใช้สิทธิลงคะแนนเลือก ส.ส.อย่างอึกทึก สะท้อนถึงความอัดแน่นในใจที่ต้องรอคอยมายาวนานถึง 5 ปีกว่าจะได้ทวงสิทธิของตนกลับคืนมา ขณะเดียวกัน พี่น้องอาสาสมัครตาสับปะรดหูทิพย์ที่รักประชาธิปไตยก็เฝ้าจับตารอคอยว่ากกต.จะแจ้งกำหนดการจัดเก็บหีบบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าไว้ที่ใดและจะนับคะแนนที่ใด เพราะประสงค์จะไปเฝ้าดูอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันกลโกงทุกรูปแบบต่อหีบบัตร

ขณะที่ในเฟซบุ๊ก Bankza Sunpet Boonraeng” ของนายสรรเพชญ บุญเรือง ชาวจ.พะเยา เชฟในร้านอาหารที่กรุงกัวลาลัม เปอร์ โพสต์ภาพพร้อมข้อความถึงเหตุการณ์ดังกล่าว พร้อมระบุว่า หากผู้ใช้สิทธิที่ไม่สะดวกรอวันนี้สามารถกลับมาใช้สิทธิได้ในวันที่ 10 มี.ค. โดยรับบัตรคิวได้ที่บริเวณลานจอดรถด้านหน้าอาคารสถานเอกอัครราชทูต และสถานเอกอัครราชทูต ขออภัยในความไม่สะดวก

นายสรรเพชญ ให้สัมภาษณ์จากประเทศมาเลเซียว่า ตนออกจากที่ทำงานไปถึงสถานทูต เวลาประมาณ 09.00 น. พบมีคนไทยมายืนรอใช้สิทธิ์หนาแน่นท่ามกลางอากาศร้อนและฝนตกไม่เป็นเวลาตลอดวัน ก่อนรับบัตรคิวจะมีเจ้าหน้าที่มาเช็กหน้าสถานทูต ก่อนเวลาด้วย ตนได้รับบัตรคิวแล้วได้ลำดับที่ 2,061 กว่าจะถึงคิวใช้สิทธิ์รอนาน 6 ชั่วโมง มีพี่น้องคนไทย บางคนซึ่งเป็นผู้สูงอายุเป็นลมระหว่างรอคิว เนื่องจากคนมารอคิวหนาแน่นต่อแถวเรียงหนึ่ง ตั้งแต่หน้าประตูสถานทูต อ้อมกำแพงสถานทูต 2 เลี้ยว แต่ต่อมาเจ้าหน้าที่ของสถานทูต มีประกาศตามที่ตนโพสต์ โดยการเปิดให้ชาวไทยใช้สิทธิ์ลงคะแนนระหว่างวันที่ 9-10 มี.ค. เปิดระหว่างเวลา 08.00-19.00 น. ทั้งสองวัน

“เหตุผลที่ทำให้คนไทยในมาเลเซียตื่นตัวมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งครั้งนี้คิดว่าเพราะไทยว่างเว้น จากการเลือกตั้งมานานหลายปี อีกทั้งบางกลุ่มก็ต้องการใช้สิทธิ์เพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศ ในทางที่เหมาะสมและดียิ่งขึ้น” นายสรรเพชญ กล่าว

อจ.ชี้อนาคตใหม่ไม่หมิ่นศาล

นายสมชาย ปรีชาศิลปกุล คณะนิติศาสตร์ ม.เชียงใหม่ กล่าวกรณีนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ อ่านแถลงการณ์เรื่องยุบทษช. แล้วคสช.ฟ้องฐานหมิ่นศาลพ่วงพ.ร.บ.คอมพ์ ว่า คำแถลงการณ์ของนายปิยบุตร เป็นเรื่องของการอธิบายแนวนโยบายและแสดงความคิดเห็น สิ่งที่คสช.มอบหมายฝ่ายคสช.ให้ไปฟ้องเอาผิด ทำให้เห็นว่าคสช.คือปัญหาต่อบรรยากาศความขัดแย้งช่วงการ เลือกตั้งที่จะมาถึง ซึ่งไม่ใช่ความขัดแย้งระหว่าง พรรคการเมืองด้วยกันเอง แต่เป็นความขัดแย้งระหว่างคสช.กับพรรคที่อยู่ตรงข้าม โดยเฉพาะ การแจ้งความดำเนินคดีในขณะที่คสช.เองก็ยังอยู่ในอำนาจรัฐ ส่งพล.อ.ประยุทธ์ ลงเป็นแคนดิเดตนายกฯของพรรคการเมือง เป็นผู้คัดเลือก ส.ว.แต่งตั้ง มีอำนาจลงมติเลือกนายกฯ ร่างกติกาตามกฎหมายขึ้นมาเองทั้งหมด

“การให้ฝ่ายกฎหมายคสช.ฟ้องพ่วงตาม พ.ร.บ.คอมพ์ต่ออนาคตใหม่ถึง 3 ครั้ง สะท้อนว่ากฎหมายดังกล่าวถูกใช้เป็นเครื่องมือทาง การเมือง โดยไม่ได้มีเหตุผลทางกฎหมายใดมารองรับ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจและอัยการก็ต้อง ดำเนินการไปตามแรงกดดันทางการเมือง ทั้งยังสะท้อนอย่างชัดเจนว่าคสช.กำลังกลัวอนาคตใหม่ ที่คะแนนนิยมพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อใกล้ถึงวันเลือกตั้ง สิ่งที่คสช.ทำชัดเจนว่าต้องการสืบทอดอำนาจ ส่งผลให้บรรยากาศก่อนการเลือกตั้งอีนุงตุงนัง ก่อให้ความขัดแย้งยิ่งทับซ้อนขึ้นไปอีก ซึ่งต่อให้พล.อ.ประยุทธ์ที่ได้เปรียบทุกอย่างในการแข่งขันการเลือกตั้งได้เป็นนายกฯอีก การปกครองก็จะไม่ใช่เรื่องง่ายอีกต่อไป” นายสมชายกล่าว

ปราศรัยใหญ่เชียงใหม่

ช่วงค่ำวันที่ 8 มี.ค.ที่ผ่านมา ที่บริเวณลานอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ จ.เชียงใหม่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค นำทีมกรรมการบริหารพรรค ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ ปราศรัย ใหญ่เปิดตัวผู้สมัครส.ส.เชียงใหม่ ทั้ง 9 เขต ท่ามกลางประชาชนเข้าร่วมกว่า 2,000 คน เต็มบริเวณลานอนุสาวรีย์สามกษัตริย์

นายธนาธรกล่าวขอบคุณทุกคนที่มาร่วมฟังการปราศรัยว่า สถิติที่ประชาชนมาร่วมฟังปราศรัยพรรคอนาคตใหม่ที่จ.ปัตตานีทำไว้เมื่อ สัปดาห์ก่อน ถูกทำลายลงด้วยชาวเชียงใหม่ในวันนี้ และนี่คือปรากฏการณ์ของประชาชนที่อยากเห็นความเปลี่ยนแปลงในประเทศไทย มาโดยไม่มีการจัดตั้ง ต้องขอขอบคุณพี่น้องชาวเชียงใหม่ทุกคน ในอดีตมีการเสนอ พ.ร.บ. เชียงใหม่มหานครเข้าสภาหากแต่เกิดรัฐประหาร เสียก่อน กฎหมายฉบับนี้จึงไม่ได้บังคับใช้ น่าเสียดายที่คนเชียงใหม่ไม่มีอำนาจในการจัดการท้องถิ่นตัวเอง เราเชื่อว่าเชียงใหม่มีศักยภาพและสามารถพัฒนาไปได้ไกลกว่านี้ พรรคอนาคตใหม่มีความมุ่งหวังและต้องการยุติอำนาจรวมศูนย์และคืนอำนาจสู่ท้องถิ่น เพื่อให้ประชาชนได้พัฒนาศักยภาพท้องถิ่น ตัวเอง แต่ความมุ่งหวังนี้จะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อสามารถหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจคสช.ได้

ดังนั้นในวันที่ 24 มี.ค.นี้ หากไม่ออกไปเลือกตั้ง คสช.จะสืบทอดอำนาจต่ออีก 8 ปี พล.อ.ประยุทธ์ที่แต่งตั้งพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เพื่อทำหน้าที่ให้เป็นประธานคัดสรรส.ว.250 คน ให้มาโหวตเลือกนายกฯ ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าจะโหวตเลือกพล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ ดังนั้น จะเรียกว่ายุคนี้เป็นยุคทหารครองเมืองคงไม่ผิด ประชาชนต้องออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง

ปลุกใช้สิทธิ์ก่อนประเทศล้าหลัง

“หากการเลือกตั้งในครั้งนี้ฝ่ายประชาชนพ่ายแพ้ประเทศจะล้าหลังไปอีก 8 ปี ถึงเวลาแล้วที่ประชาชนต้องกล้าพูดเรื่องการเมืองในชีวิตประจำวัน เห็นความสำคัญของการเมือง เลิกเกลียด กลัว ไม่อยากยุ่ง เพราะการเมืองนั้นไม่ใช่เรื่องไกลตัว พวกเขาต่างหากที่ต้องกลัวพวกเรา พวกเขาเป็นคนกลุ่มน้อยที่หวงแหนอำนาจ พยายามรักษาความมั่งคั่ง ต่างหากที่ต้องกลัวพวกเรา ถึงเวลาแล้วที่ประชาชนจะต้องทวงอำนาจคืนมา ถึงเวลาแล้ว ที่เราจะไม่ยอมจำนนต่อเผด็จการอีกต่อไป” นายธนาธรกล่าว

หลังการปราศรัยประชาชนต่อแถวเพื่อ ถ่ายรูปกับนายธนาธร จำนวนมาก ซึ่งคาดว่าน่าจะใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 3 ชั่วโมง และแม้แถวจะยาวเหยียดแต่ไม่มีใครถอดใจ วันที่ 9 มี.ค. นายธนาธรเดินทางไปที่จ.ลำพูน พบประชาชน บริเวณตลาดจตุจักรลำพูน

ควงเมียไหว้ครูบาศรีวิชัย

เช้าวันเดียวกัน ที่อนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนา เชิงดอยสุเทพ ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ นายธนาธรขี่รถจักรยานยนต์ ทะเบียน 1 กบ 2725 เชียงใหม่ โดยมีนาง รวิพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ ภรรยานั่งซ้อนท้าย เพื่อกราบสักการะขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ โดยมีประชาชนและแฟนคลับรอมอบช่อดอกไม้ ขอถ่ายรูปเซลฟี่ และขอลายเซ็นในหนังสือประวัติของนายธนาธร เพื่อเก็บไว้เป็นที่ระลึก

ต่อมาคณะของนายธนาธร พร้อมนายชำนาญ จันทร์เรือง ปูเสื่อนั่งล้อมวงพบปะกลุ่มคน รุ่นใหม่และเยาวชน แลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่สวนรุกขชาติห้วยแก้ว โดยมี นายไพรัช ใหม่ชมภู รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ มาร่วมฟังเสวนา

นายธนาธรกล่าวว่า หากชนะเลือกตั้งมีโอกาสเป็นรัฐบาลหรือร่วมรัฐบาลต้องแก้รัฐธรรมนูญ ม.279 ลบล้างคำสั่งคสช. ที่เป็นผลพวงจากการทำรัฐประหารยึดอำนาจทั้งหมด โดยเฉพาะกฎหมายที่ไม่เป็นธรรมกับประชาชน พร้อมยุติการรวมศูนย์อำนาจจากส่วนกลางทั้งหมด เพื่อกระจายอำนาจไปยังท้องถิ่น หรือจังหวัดจัดการตนเอง เพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ การแย่งชิงทรัพยากรธรรมชาติ ท้องถิ่น

จากนั้น นายธนาธรและคณะ ได้เดินทางไป จ.ลำปาง และจ.เชียงราย เพื่อปิดท้ายหาเสียงพื้นที่ภาคเหนือต่อไป

ทษช.ปรับโหมสู้ต่อ

เวลา 14.00 น. ที่ร.ร.ปริ๊นเซส หลานหลวง อดีตทีมยุทธศาสตร์และการหาเสียงแกนนำ ทษช. 9 คน นำโดยนายจาตุรนต์ ฉายแสง นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายพิชัย นริพทะพันธุ์ นายประภัสสร์ จงสงวน นายนิคม ไวยรัชพานิช แถลงถึงอนาคตทางการเมืองหลังทษช.ถูกยุบ นายจาตุรนต์กล่าวว่า หลังทษช.ถูกยุบ นอกจาก กก.บห.ถูกเพิกถอนสิทธิ 10 ปี ผู้สมัครส.ส.ทั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งและบัญชีรายชื่อก็หมดสถานะสมาชิกและผู้สมัคร จึงเหลือสถานะเพียง ประชาชน หรือนักการเมืองที่ยังไม่สังกัดพรรค ซึ่งมีสิทธิมีเสียงดำเนินการทางการเมืองได้

กกต.ก็ชี้แจงแล้วว่าสามารถสมัครสมาชิกพรรคหรือช่วยหาเสียงพรรคไหนก็ได้ตามกติกา ที่กกต.กำหนด ผู้สมัครส.ส.แบบแบ่งเขตทั้ง 174 เขต และแบบบัญชีรายชื่ออีก 100 กว่าคน รวมเกือบ 300 คนนั้น ส่วนใหญ่ก็อยู่ระหว่างการปรึกษาหารือ ผู้สนับสนุนในแต่ละเขตเลือกตั้งว่าจะมีบทบาททำงานอย่างไรต่อไปให้มีประโยชน์ต่อบ้านเมือง ตามจุดมุ่งหมายที่ตั้งไว้ ซึ่งไม่ได้มีเพียง 9 คนที่มาร่วมแถลง ดังนั้นเมื่อมีเจตนารมณ์ชัดเจนตั้งแต่ต้นว่าจะดำเนินการทางการเมืองเพื่อหยุดยั้งการสืบทอด อำนาจคสช. สร้างประชาธิปไตยให้บ้านเมือง แม้ไม่ได้เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งแล้วก็จะดำรงจุดมุ่งหมายที่มีมา และแสวงหาช่องทางทำงาน ทางการเมืองให้บรรลุจุดมุ่งหมาย

“จากนี้ไปพวกเราจะเปิดเวทีสื่อสารกับประชาชนเพื่อใช้สิทธิแสดงความคิดเห็นทางการเมือง ทำกิจกรรมในภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อตอบสนองต่อประชาชนที่เคยสนับสนุนทษช. ซึ่งรักประชาธิปไตย อยากเห็น บ้านเมืองพ้นจากวิกฤต ส่วนเสียงเรียกร้อง ให้เราไปสนับสนุนพรรคใดพรรคหนึ่งยังต้องประเมินกันต่อไป เมื่อเราไม่ได้สังกัดพรรคแล้ว เราจะทำงานต่อไปไม่รอเวลา ระหว่างนั้นก็จะศึกษาข้อจำกัดของกฎหมาย รวมถึงความเหมาะสมในการทำกิจกรรม เพื่อประโยชน์สูงสุด โดยปรับตามความเหมาะสมของสถาน การณ์และความจำเป็น เพราะเราไม่ต้องการยุติ บทบาทเมื่อทษช.ถูกยุบ” นายจาตุรนต์กล่าว

ตั้งกลุ่มก้าวต่อไปเพื่อปชต.

นายณัฐวุฒิกล่าวว่า แม้เส้นทางทษช. ในการเลือกตั้งยุติแล้ว แต่เส้นทางการต่อต้านการสืบทอดอำนาจของคณะรัฐประหาร ยังไม่ยุติ ต้องเดินหน้าต่อไป การรวมตัวกันวันนี้ ไม่ได้เป็นการรวมตัวของกลุ่มบุคคล แต่เป็นกลุ่มภารกิจเพื่อประชาธิปไตยต่อต้านการสืบทอดอำนาจ เรียกว่า “กลุ่มก้าวต่อไปเพื่อประชาธิป ไตย” สิ่งที่จะดำเนินการหลังจากนี้จะเปิดเวทีปราศรัยต่อพี่น้องประชาชนตลอด 10 กว่าวันที่เหลือก่อนเลือกตั้ง โดยอย่างน้อยต้องมี 4 เวที 4 ภูมิภาค กำหนดการลงพื้นที่เป็นวันใดที่ไหนบ้างจะแจ้งอีกครั้ง ตอนนี้ประสานงานเตรียมการแล้ว ส่วนจะมีมากขึ้นหรือไม่ ต้องประเมินจากสถานการณ์และการตอบรับของประชาชน ตลอดจนประโยชน์สูงสุด ที่จะมีขึ้น ต่อพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตย

“เราเคารพวิจารณญาณของทษช.ทุกคน ทั้งส.ส.เขต และบัญชีรายชื่อ ที่อาจมีวิธีคิดทางการเมืองแตกต่างกันออกไป สำหรับเนื้อหา สาระของการปราศรัย ยังคงเล็งเห็นว่าการแก้ไข ปัญหาปากท้องสำคัญที่สุด แต่การแก้ปัญหาต้องพาบ้านเมืองกลับคืนสู่ระบอบประชาธิปไตย เสียก่อน หวังว่าประชาชนที่สนับสนุนทษช.จะตอบรับภารกิจนี้ แล้วเดินหน้าร่วมกับพี่น้อง ประชาชนทั้งประเทศ ร่วมพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยให้จัดตั้งรัฐบาลได้” นายณัฐวุฒิกล่าว

ตีเผด็จการ-ปลุกกาหนุนปชต.

เมื่อถามว่าการรณรงค์จะมีลักษณะให้โหวตโนด้วยหรือไม่ นายณัฐวุฒิกล่าวว่า ไม่ได้ รณรงค์เรื่องนี้ เชื่อว่าเสียงประชาชนทั้งประเทศ สามารถเอาชนะเผด็จการได้ โดยมีตัวอย่างจาก ประเทศเพื่อนบ้านอย่างพม่าและมาเลเซียให้เห็นแล้วว่าถ้าประชาชนเจ้าของอำนาจอธิปไตย พร้อมใจกันเลือกฝ่ายประชาธิปไตยก็ไม่มีอะไร ขวางกั้นได้ ตนเคยพูดว่าถ้าฝ่ายประชาธิปไตยจะชนะเลือกตั้งแล้วตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้งได้ ต้องเรียกว่าปาฏิหาริย์ ซึ่งเชื่อว่าปาฏิหาริย์นี้เกิดขึ้นได้

เมื่อถามว่าการจัดเวทีปราศรัยจะบอกให้เลือกฝั่งประชาธิปไตยที่มีพรรคแนวร่วมอย่างพรรคเพื่อไทย พรรคประชาชาติหรือไม่ นายณัฐวุฒิกล่าวว่า ใช่ เป็นกิจกรรมทางการเมือง เพื่อบอกกล่าวประชาชนให้ตัดสินใจในสนามเลือกตั้ง พรรคไหนสนับสนุนการสืบทอดอำนาจหรือแทงกั๊ก ก็ต้องบอกประชาชนว่า เอาไว้ไม่ได้

นายจาตุรนต์กล่าวเสริมว่า การโอนคะแนน ไม่ใช่ทำกันได้ง่ายๆ ต้องขึ้นกับประชาชน พวกเราที่นี่และอดีตผู้สมัครทษช.แต่ละเขต อาจจะเชิญชวนผู้สนับสนุนทษช.เดิม ไปสนับ สนุนพรรคใด ผู้สมัครคนไหนก็ได้ ขึ้นอยู่กับดุลพินิจแต่ละคน ซึ่งสุดท้ายแล้วการตัดสินใจขึ้นกับประชาชน ไม่อาจโอนได้โดยอัตโนมัติ เมื่อทษช.ถูกยุบแล้วพื้นที่ที่เราจะจัดกิจกรรมจะกลายเป็นไม่จำกัดแค่ที่เคยมีผู้สมัครทษช. แค่ 174 เขตเลือกตั้ง แต่เป็นทั่วประเทศ เพราะเรามีความต้องการสื่อสารกับประชาชนทั้งหมด

เมื่อถามว่า ให้มองย้อนกลับไปการเสนอชื่อ แคนดิเดตนายกฯผิดพลาดหรือไม่ นายจาตุรนต์ กล่าวว่า ขอไม่แสดงความคิดเห็น เรื่องของการสรุปบทเรียนที่ผ่านมา คิดว่า หลังการเลือกตั้งไปแล้วค่อยคิด นักการเมือง หรือนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย เพื่อบ้านเมือง ควรสรุป บทเรียนเมื่อผ่านเหตุการณ์ใดมา แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะทำ ตนได้กล่าวตอนต้นแล้วว่าพวกเรารู้สึกเช่นเดียวกับผู้สนุบสนุนทษช. ที่เสียดาย เมื่อทษช.ถูกยุบ และการปราศรัย จะไม่พูดเรื่องนี้

ยังไม่คิดตั้งพรรคใหม่

เมื่อถามว่ามีพรรคอื่นติดต่อมาให้ไปร่วมสนับสนุนหรือไม่ นายจาตุรนต์กล่าวว่า แกนนำไม่ได้รับการติดต่อ แต่ในรายพื้นที่อาจมีประสานงานไปซึ่งเป็นเรื่องธรรมชาติ เชื่อว่า อดีตผู้สมัครทษช.ทั้งหมดจะไม่มีกระเส็น กระสายไปสนับสนุนพรรคสืบทอดอำนาจ การเลือกตั้งครั้งนี้เข้มข้นมาก ดูจากโพลต่างๆก็พลิกไปพลิกมา แนวโน้มพรรคฝ่ายประชา ธิปไตยดีขึ้นเรื่อยๆ แต่การใช้อำนาจแทรกแซง เอาเปรียบทางการเมืองของอีกฝ่ายก็เข้มข้นมากขึ้น ผลการเลือกตั้งจะออกมาเป็นอย่างไร ขึ้นกับความพยายามของแต่ละฝ่ายในช่วงโค้งสุดท้าย

เมื่อถามว่าในอนาคตมีโอกาสตั้งพรรคใหม่ นายณัฐวุฒิกล่าวว่า ยังจำได้ว่าเพิ่งถูกยุบพรรคมา 2 วันคงยังไม่คิดเรื่องตั้งพรรค ขณะที่นายจาตุรนต์กล่าวว่า คิดเพียง 10 กว่าวันจะทำอย่างไรให้เป็นประโยชน์อย่างถึงที่สุด

เมื่อถามถึงกลไกแต่ตั้ง 250 ส.ว. ของคสช. นายจาตุรนต์กล่าวว่า นี่เป็นปมปัญหาใหญ่ของกติกาตามรัฐธรรมนูญ ที่มาแสดงออกระหว่างการเสียงเลือกตั้ง ที่มีการตั้งรองนายกฯ เป็นกรรมการสรรหา เห็นหน้าเห็นตาก็รู้แล้วว่าคืออะไร ส.ว.เหล่านี้ไม่มีคะแนนเล็ดลอด ที่จะไม่สนับสนุนผู้นำของคสช. ทำให้พรรคนั้น ได้เปรียบมากกว่าพรรคอื่นๆ ซึ่งทำให้ประชาชนเห็นเหมือนกันว่า กว่าประชาชน จะเลือกตั้งให้ได้ผู้แทนนั้นยากขนาดไหน แต่กลับมีส.ว.รออยู่เพื่อสนุบสนุนใครเป็นนายกฯ แล้ว เมื่อเรื่องนี้เผยตัวออกมามากขึ้น ก็ต้องตัดสินใจ สุดท้ายประเด็นจะไปขมวดอยู่ที่ จุดเดียวคือ จะให้มีการสืบทอดอำนาจหรือไม่ กำลังที่สนับสนุนฝ่ายประชาธิปไตยก็จะมากขึ้น แม้จะถูกเอาเปรียบมากก็ตาม

หน่อย-มาร์คแตะมือทักทาย

เมื่อเวลา 06.30 น. ที่ตลาดหมู่บ้านสหกรณ์ ถ.เสรีไทย 57 เขตบึงกุ่ม คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย (พท.) ลงพื้นที่หาเสียงช่วยนายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ผู้สมัครส.ส.กทม.เขต 14 โดยระหว่างลงพื้นที่ ได้พบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ซึ่งมาช่วยผู้สมัครของพรรคหาเสียงเช่นเดียวกัน ทั้งสองต่างได้จับมือและทักทายกัน จากนั้นเวลา 08.30 น. ลงพื้นที่หาเสียงที่ตลาดหมู่บ้านสัมมากร ถ.รามคำแหง 110 เขตสะพานสูง

คุณหญิงสุดารัตน์ให้สัมภาษณ์กรณีทนาย ความยื่นกกต.ร้องยุบ พท.โดยอ้างคุณหญิงสุดารัตน์ปราศรัยหลอกลวงว่าส.จ.เขตอำเภอเมืองเลยเป็นส.ส.บัญชีรายชื่อของพท. ว่า เพิ่งทราบเรื่องดังกล่าว ความจริงแล้วเขายื่นความจำนงมาสมัครเป็นปาร์ตี้ลิสต์ของพรรค และเอกสารของกรรมการสรรหาพรรคก็มีชื่อ แต่ทราบว่าช่วงหลังเขาถอนตัวกับหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรค เรื่องนี้ไม่มีใครแจ้งให้ตนทราบ คิดว่าไม่ใช่เรื่องที่มีเจตนาหรือตั้งใจทำอะไร และที่สำคัญก็ไม่ได้ทำให้เกิดความเข้าใจผิด ตนไม่กังวลที่ทนายความได้ไปยื่นต่อกกต.ให้ยุบ พท. เราจะดำเนินการตามข้อเท็จจริงและมั่นใจว่าไม่ได้ทำผิดอะไร

ฉะเลือกส.ว.ปูทางสืบทอดอำนาจ

เมื่อถามถึงการเลือกส.ว.ซึ่งปรากฏเป็นข่าวว่าเป็นบุคคลใกล้ชิดพล.อ.ประยุทธ์ และพล.อ.ประวิตร ว่า ตอนนี้ยังไม่ทราบว่าที่ออกมาเป็นความจริงหรือไม่ เพราะทราบข่าวจากสื่อมวลชนเท่านั้น ไม่ใช่เรื่องที่เหนือความคาดเดา เพราะพล.อ.ประยุทธ์ในฐานะหัวหน้าคสช. ได้ตั้งพล.อ.ประวิตร ในฐานะรองหัวหน้าคสช. ไปให้เลือกส.ว.และได้เลือกออกมาอย่างที่ เราเห็นเป็นบรรดานายทหารคนใกล้ชิดของพล.อ.ประวิตรและพล.อ.ประยุทธ์ซึ่งส.ว.ก็จะทำหน้าที่ในการกลับมาเลือกนายกฯ ซึ่งมีพล.อ.ประยุทธ์ มาเป็นผู้สมัครนายกฯ ให้ส.ว.กลุ่มดังกล่าวนี้เลือก สื่อมวลชนรวมถึงประชาชนคงจะเห็นแล้วว่ามีความถูกต้องหรือไม่และจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนและส่วนรวมอย่างไร การเลือกส.ว.เสียงบประมาณ เป็นพันล้านในการคัดเลือก อยากฝากให้สื่อมวลชนไปตรวจสอบว่าเรื่องดังกล่าวนี้ ได้เกิดประโยชน์อะไรกับประชาชน แต่ที่มองเกิดประโยชน์ต่อการสืบทอดอำนาจของคสช.เท่านั้น ขอประชาชนอย่าท้อต้องออกไปเลือกตั้ง กันให้มากให้ชนะส.ว. 250 เสียงที่คสช.ตั้งมา

เมื่อถามว่ามีข้อแนะนำกับผู้ที่สนับสนุนพรรคไทยรักษาชาติที่อย่างไร คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า ไม่กล้าให้ข้อแนะนำ แต่ความคิดเห็นส่วนตัวการเมืองมีเพียงสองขั้วคือ ต่อท่ออำนาจ ให้คสช. และขั้วที่ไม่ต่อท่ออำนาจคสช. ไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์กลับมาเป็นนายกฯ ดังนั้นพรรคที่ถูกยุบหากเขาประกาศตัวไม่ได้เป็นพรรคที่จะต่อท่ออำนาจให้คสช. ตนก็คิดว่าคะแนนยังจะอยู่ในฝ่ายประชาธิปไตย ส่วนจะอยู่ พรรคไหนตนไม่แน่ใจ

มาร์คย้ำส.ว.ทำตามประชาชน

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ถึงการ ยุบทษช. ที่มีฐานคะแนนเสียงในพื้นที่อยู่แล้ว เป็นไปได้หรือไม่ที่จะดึงคะแนนเสียงดังกล่าวมาหนุนปชป. นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า อยู่ที่คนที่ตั้งใจจะเลือกทษช. เราคงตอบยาก แต่ต้องยอมรับว่าธรรมชาติที่เขาตั้งใจเลือกทษช.เดิมก็อาจไม่มองปชป.มากนัก แต่เราคิดว่าอยากจะให้ดูนโยบายของทุกพรรคและนำเปรียบเทียบกันก่อนตัดสินใจ ตนไม่ได้เจาะจงไปที่ของกลุ่มคะแนนเสียงของทษช.อย่างเดียว จากผลการสำรวจมีคนตอบว่ายังไม่ตัดสินใจเลือกพรรคใดก็เยอะ คนที่เลือกตอบว่าจะเลือกพรรคไหน แล้วยังมีโอกาสเปลี่ยนใจก็เยอะ

เมื่อถามกรณีศาลรัฐธรรมนูญยุบทษช. จะทำให้บรรยากาศก่อนเลือกตั้งรุนแรงขึ้นหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ดูจากสถานการณ์ขนาดนี้ไม่น่าจะมีอะไร แต่เป็นห่วงว่าขณะนี้มีการดำเนินการทางกฎหมายและอาจบานปลาย ไปสู่ความขัดแย้งได้ถ้าไม่ระมัดระวัง โดยเฉพาะ หน่วยงานหรือองค์กรที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง และอยากให้พรรคการเมืองเวลา หาเสียงอย่าไปจุดประเด็นความขัดแย้ง

นายอภิสิทธิ์ยังได้กล่าวถึงการคัดเลือกสว. ว่าตนยังไม่เห็นรายชื่อ แต่รู้ว่ามีการคัดเลือกรายชื่อเบื้องต้นแล้วซึ่งขั้นตอนสุดท้ายคสช.ก็เป็นคนเลือกอยู่ดี ตนสนใจแต่ว่าอยากให้ส.ว.ที่ได้คัดเลือกมานั้น จะเป็นใครก็ตามขอให้เคารพการตัดสินใจของประชาชน บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญที่เขียนว่าส.ว.เป็นผู้แทนปวงชนชาวไทยก็ขอให้ตระหนักว่า ถ้าปวงชนชาวไทยได้แสดงออกในการเลือกตั้งอย่างไร เขาควรแสดงออกในการตัดสินใจตรงนั้น

“พรรคที่สามารถรวบรวมเสียงได้ 250 ได้ควรจะจัดตั้งรัฐบาล ได้มีการพูดในประเด็นการเลือกนายกฯมาจากสส.เสียงข้างมาก ตั้งแต่ รัฐธรรมนูญออกมาใหม่ๆ หลายพรรคขานรับแต่มีบางพรรคที่พูดไม่ชัดในเรื่องของความสัมพันธ์ของส.ว. โดยเฉพาะพรรคที่สนับสนุนรัฐบาลปัจจุบัน” นายอภิสิทธิ์กล่าว

หวังให้เป็นกลางคงยาก

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าปชป. กล่าวถึงการคัดเลือกส.ว.เช่นกันว่า เมื่อไล่เรียงรายชื่อที่ปรากฏก็ไม่เกินความคาดหมายที่สังคมเคยคาดการณ์ว่าจะมีคนใกล้ชิดของผู้เเต่งตั้งเข้ามาเป็นหลัก ดังนั้นเราคงไม่สามารถไปหวังได้ว่าคนเหล่านี้จะทำหน้าที่อย่างเป็นกลางตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ โดยเฉพาะการโหวตเลือกนายกฯ ในรัฐสภาเมื่อผู้ที่ได้รับการเเต่งตั้ง ล้วนเเล้วเเต่เป็นผู้ ใกล้ชิดของผู้เเต่งตั้ง

“การเลือกนายกฯ หลังการเลือกตั้งในรัฐสภา ส.ว.คงเลือกผู้เเต่งตั้งตัวเองมาเป็นส.ว. ให้ได้เป็นนายกฯ แต่ถ้าผู้ที่อยากเป็นนายกฯ ไม่สามารถรวบรวมเสียงข้างมากจนเป็นเเกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้ แต่ส.ว.กลับยังมาสนับสนุน น่าจะไม่เกิดผลดีสำหรับการให้ประเทศเดินหน้า ต่อไป ทางที่ดีที่สุดส.ว.ควรเคารพเสียงของประชาชน ถ้าเสียงข้างมากของประชาชนสนับสนุนใครส.ว.ควรจะเลือกบุคคลนั้นเป็นนายกฯ ไม่ใช่เลือกนายกฯตามความต้องการของผู้ที่เเต่งตั้งตนเองมาเป็นส.ว.” นายองอาจกล่าว

เพื่อไทยปราศรัยใหญ่ปากน้ำ

เมื่อเวลา 19.00 น. ที่ลานว่างข้างโฮมโปร ศรีนครินทร์ จ.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทยจัดปราศรัยใหญ่ มีแกนนำ คุณหญิงสุดารัตน์ และนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง หัวหน้าคณะกรรมการรณรค์หาเสียงเลือกตั้ง ร่วมปราศรัย บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนร่วมฟังราว 1,500 คน แกนนำส่วนใหญ่ปราศรัยเน้นโจมตีการบริหารประเทศ ยุค คสช.ที่ก่อให้เกิดปัญหาทางเศรษฐกิจ การเลือกตั้งครั้งนี้จึงต้องเลือกพรรคเพื่อไทยเพื่อเข้าไปแก้ปัญหาปากท้อง โดยต้องเลือก ให้ชนะขาดเพื่อเข้าไปจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งต้องเอาชนะเสียง 250 ส.ว.ที่มาจากการแต่งตั้งโดย คสช.

นายชัชชาติกล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ มีความสำคัญมากเพราะเป็นการต่อสู้ระหว่างฝ่ายประชาธิปไตยและฝ่ายเผด็จการ พรรค เพื่อไทยต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยมาโดยตลอด แต่ก็มีบางฝ่ายอ้างเป็นประชาธิปไตยแต่ความจริงเป็นเผด็จการ ขอให้พี่น้องดูให้ดีเพราะเขาเป็นประชาธิปไตยแค่ปาก ปัญหาปากท้องกับประชาธิปไตยเป็นเรื่องเดียวกัน ประชาธิปไตยนั้นกินได้ จากการเดินสายหาเสียงประชาชนส่วนใหญ่พูดเป็นเสียงเดียวกันว่ามีปัญหาเรื่องปากท้อง ไม่มีเงินใช้ ขายของไม่ได้ ยาเสพติดแพร่ระบาด ปัญหาเหล่านี้ต้องให้พรรคเพื่อไทยเข้ามาดำเนินการ รัฐบาลปัจจุบันไม่ดูแลประชาชนผู้มีรายได้น้อย เพราะไม่ได้รับเลือกมาจากประชาชนจึงไปดูแลแต่คนตัวใหญ่

“ทั้งนี้ ได้รับรายงานว่าในการเลือกตั้ง ครั้งนี้ มีการจ่ายเงินซื้อเสียง จึงอยากบอกให้ทราบว่าไม่คุ้มเลยที่เราจะได้คนโกงเข้ามา กอบโกยหากชนะเลือกตั้ง เพราะการเป็นหนี้บุญคุณนั้นจะทำลายประเทศในระยะยาว” นายชัชชาติกล่าว

ขอชนะแบบขาดลอย

คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า ขอสัญญาว่า ขอเวลาไม่นานเพียง 6 เดือนพรรคเพื่อไทย จะพลิกฟื้นเศรษฐกิจให้คนไทยกระเป๋าตุงแน่นอน ด้วยการตัดหนี้ เติมเงิน ลดภาษี สร้างเศรษฐีใหม่ เริ่มจากปรับโครงสร้างหนี้ใหม่ ให้ประชาชนและธุรกิจขนาดเล็กขนาดกลาง เปิดให้เข้าถึงแหล่งเงินกู้ ลดภาษีน้ำมันตามราคา ตลาดโลกที่ลดลง ต้องเอาเงินมาอุ้มคนจน ซึ่งต้องออกไปเลือกตั้งให้มากที่สุด เพื่อเอาชนะส.ว.ที่พล.อ.ประยุทธ์ แคนดิเดตนายกฯของพรรคหนึ่ง ใช้อำนาจตั้งพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองหัวหน้า คสช. มารับผิดชอบแต่งตั้ง 250 ส.ว.ไว้รอเลือกนายกฯ กระเป๋าเรายังไม่ตุงแต่กระเป๋าลุงมี 250 เสียงรอแล้ว จึงต้องเลือกพรรคเพื่อไทยให้ชนะขาดลอย อำนาจยิ่งใหญ่ที่เอารัดเอาเปรียบคนอื่นไม่มีทางยิ่งใหญ่กว่าประชาชน

“วันที่ 24 มี.ค. มาร่วมกันกำหนดอนาคตตัวเองว่าอยากอยู่แบบ 4-5 ปีที่ผ่านมาไปอีก 8 ปีหรือไม่ ถ้าอยากได้อนาคตที่ดีกว่าให้ส่งลุงกลับไป ต้องเลือกเพื่อไทยให้ถล่มทลาย สมุทรปราการชนะยกจังหวัด เอาลุงคืนไปเอาเงินในกระเป๋ากลับมา” คุณหญิงสุดารัตน์กล่าว

ธนาธรโต้เสนอพาแม้วกลับบ้าน

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ โพสต์เฟซบุ๊ก Thanathorn Juangroongruangkit ชี้แจงกรณีให้สัมภาษณ์สื่อภาษาอังกฤษฉบับหนึ่งพูดถึงนายทักษิณ ชินวัตร โดยมีสื่อหลายสำนัก นำข้อความดังกล่าวไปเผยแพร่ ซึ่งไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ว่า

ตนไม่ได้เสนอให้ “พาทักษิณกลับบ้าน แต่เสนอว่าถ้าต้องการสร้างความปรองดองจากแบ่งฝักฝ่ายทางการเมืองอย่างสุดขั้วในสิบกว่าปีที่ผ่านมา มีทางเดียวคือแกนนำทุกสีเสื้อ รวมถึงผู้ที่ใช้อำนาจละเมิดสิทธิประชาชน หากกระทำผิดต้องไม่ลอยนวลพ้นผิด ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมที่เสรีและเป็นธรรม ส่วนผลตัดสินจะออกมาอย่างไรทุกฝ่ายก็ต้องยอมรับ หนทางเปลี่ยนผ่านไปสู่ประชาธิปไตยโดยสันติ ต้องเริ่มต้นด้วยการเผชิญหน้ากับความจริงที่ผิดพลาดในอดีตและความยุติธรรม

“ผมกล่าวกับคุณ Dave Kendal ไปว่า เราเชื่อว่าประชาชนไม่ว่าจะเคยสังกัดสีเสื้อใด ควรจะร่วมกันต่อต้านเผด็จการทหาร และถ้าเราต้องการสร้างความปรองดอง ทางเดียวคือ ผู้นำของแต่ละสีเสื้อต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่พวกเขาทำในอดีต โดยผ่านกระบวนการยุติธรรมที่เสรีและเป็นธรรม ผมเห็นว่าเราควรคืนความยุติธรรมให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบในชีวิตและทรัพย์สินหรือคดีการเมืองจากการความขัดแย้งอันยาวนาน ไม่ว่าเขา จะสังกัดสีเสื้ออะไร

ทว่าในช่วงที่มีการเสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมที่เรียกกันว่าฉบับเหมาเข่งสุดซอยนั้น ผมเป็นคนหนึ่งที่คัดค้านเรื่องนี้ เนื่องจากผิดไปจากหลักการที่เชื่อมั่น ผมเห็นด้วยที่เราจะนิรโทษกรรมในคดีการเมืองของประชาชนทั่วไปเพื่อสร้างความปรองดอง แต่ไม่เห็นด้วยที่จะปล่อยให้ผู้นำทางการเมืองลอยนวลพ้นผิดหากพิสูจน์แล้วว่าพวกเขากระทำผิดจริง มีแต่ความกล้าหาญที่จะเผชิญต่อความจริงในอดีต และกระบวนการยุติธรรมที่ไม่บิดเบี้ยวเท่านั้น สังคมไทยจึงจะออกจากหล่มความ ขัดแย้งสุดขั้วเพื่อก้าวไปสู่อนาคตใหม่ได้”

พปชร.ปราศรัยขอนแก่น

เมื่อเวลา 19.00 น. บริเวณพุทธมณฑลอีสาน ริมถนนเลี่ยงเมืองสายขอนแก่น-กาฬสินธุ์ ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการ พปชร. นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานยุทธศาสตร์ภาคอีสาน นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรค และ นายเอกราช ช่างเหลา แกนนำภาคอีสาน ปราศรัยท่ามกลางชาวขอนแก่นร่วมรับฟังกว่า 30,000 คน

นายสนธิรัตน์กล่าวว่า ถ้าเลือกแบบเก่า ก็จะได้แบบเก่า ถ้าอยากได้ของใหม่ต้องเลือก พปชร.มาสานต่อเรื่องบัตรสวัสดิการแห่งรัฐซึ่งเป็นหัวใจของพรรค ที่จะทำให้ประชาชนได้เงินมากขึ้น วันที่ 24 มี.ค.นี้ถ้าเลือกผิดก็จะกลับไปเป็นเหมือนเดิม ถ้าเลือกถูกประเทศ จะเปลี่ยนไปในสิ่งที่ประชาชนต้องการ พร้อมกับได้รับนโยบายบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ การพักหนี้กองทุนหมู่บ้าน ได้ข้าวหอมมะลิตันละ 15,000- 18,000 บาท ได้ประเทศมีความสงบร่มเย็น ได้พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี วันนี้ผมมาแทนนายกฯลุงตู่ คนที่รักชาติบ้านเมืองมาบริหารประเทศ ได้นายกฯที่ซื่อสัตย์สุจริต ประชาชนหมดหนี้หมดสิน ไม่มีใครมาหลอกได้

บทความก่อนหน้านี้‘บิ๊กแป๊ะ’ สั่งเร่งล่ามือ บึ้ม 4 ลูก ป่วนโรงพักสตูลให้ได้ กำชับตร.เข้มตรวจพื้นที่
บทความถัดไปพระนอนวัดโพธิ์ : คติสัญลักษณ์