‘บิ๊กตู่’ ลั่น ต้องเลือก ‘ผู้นำ’ ที่ซื่อสัตย์สุจริต สัญญา จะไม่หยุด ‘พัฒนาประเทศ’

‘บิ๊กตู่’ ลั่น ต้องเลือก ‘ผู้นำ’ ที่ซื่อสัตย์สุจริต สัญญา จะไม่หยุด ‘พัฒนาประเทศ’

บิ๊กตู่ – วันที่ 13 มี.ค. ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลลยะ รองนายกรัฐมนตรี, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย, นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม และคณะรัฐมนตรี ลงพื้นที่ปฏิบัติราชการและตรวจติดตามผลการดำเนินงานตามโครงการของรัฐบาล ที่ จ.ขอนแก่น โดยทันทีที่คณะเดินทางมาถึงท่าอากาศยาน จ.ขอนแก่น นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วยชาวขอนแก่นมาให้การต้อนรับ ถึงก่อนที่นายกรัฐมนตรี เข้าติดตามการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารอาคารใหม่ท่าอากาศยานขอนแก่น

จากนั้นเดินทางโดยรถโตโยต้า อัลพาร์ด ทะเบียน กข 6161 ขอนแก่น ไปยังศาลหลักเมืองขอนแก่น ต.ในเมือง อ.เมือง เพื่อสักการะศาลเทพารักษ์หลักเมือง จุดประตูโชคลาภ โดยนายกรัฐมนตรี ได้เปิดกระจกรถลงตลอดเส้นทางเพื่อโบกมือทักทายชาวขอนแก่นที่มารอให้การต้อนรับ พร้อมทำมือสัญลักษณ์รูปหัวใจทักทายกับผู้ใช้รถใช้ถนน ตลอดทั้งเส้นทาง และลงสักการะศาลหลักเมือง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่เพิ่มเพื่อน

ขบวนรถของนายกรัฐมนตรี ได้วนขวาไปตามเส้นทางอ้อมบริเวณโดยรอบของศาลเพื่อทักทายกับประชาชน ก่อนที่จะลงมาพบและถ่ายภาพ รวมทั้งเซลฟี่กับประชาชนที่มารอต้อนรับอย่างเป็นกันเอง ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารและฝ่ายปกครองอย่างเข้มงวด

ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังคงสวมแว่นตากันแดดตลอดเวลาที่ลงพื้นที่ ซึ่งเป็นแว่นตาที่แพทย์ให้มาใส่เพื่อถนอมสายตา หลังเข้าการรักษาต้อกระจกเมื่อช่วงต้นเดือน โดยมีประชาชนที่มารอต้อนรับประมาณ 200 คน สวมใส่เสื้อสีเหลือง ที่เป็นสีของดอกคูนสัญลักษณ์จ.ขอนแก่น

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมคณะเดินทางต่อไปยังสถานีรถไฟขอนแก่น เพื่อทำพิธีเปิดการใช้งานอาคารสถานีรถไฟขอนแก่น พร้อมเป็นประธานสักขีพยาน รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบหนังสือแสดงโครงการป่าชุมชน โดยมีประชาชนมาร่วมต้อนรับประมาณ 6,000 คน

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวทักทายเป็นกลอนที่แต่งระหว่างเดินทางมาว่า “เพราะคิดถึงจึงมาหา ดูหน้าตาบอกให้รู้ดูสดใส ทั้งขอนแก่นและโคราชนั้นใช่ไกล ใจถึงใจส่งให้กันบ้านฉันเอง” พร้อมกล่าวว่า อีสานก็บ้านนายกฯ เหมือนกันอยากให้รู้ว่าฮักหลายเด้อ คิดฮอดหลายเด้อ ภูมิใจที่ได้มาวันนี้เด้อ คักๆ ทุกอย่าง วันนี้เดินเข้ามาได้ยินเสียงเพลงหยุดตรงนี้ที่เธอ รถไฟขบวนนี้ก็หยุดอยู่ตรงนี้ ใจถึงใจ

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สำหรับอีสานคือสายน้ำ ซึ่งเหมือนสายเลือดของคนอีสาน รัฐบาลนี้ก็ทำให้ตลอดมา และวันนี้ตนมาเปิดสถานีรถไฟ เพื่อทุกคนและจะเป็นการเชื่อมเส้นทางสร้างอาชีพสร้างงานสร้างรายได้ใหม่ๆ ที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ซึ่งใจถึงใจคือรถไปถึงกัน โครงการนี้เราเริ่มมาตั้งแต่ปี 2558 นี่คือเรื่องจริงไม่ใช่นิยาย ไม่ได้พูดเลอะเทอะ เพราะมันเสร็จแล้ว โครงการเริ่มตั้งแต่ปี 2558 วันนี้ปี 2662 ทำได้ขนาดนี้ จะไม่ทำต่ออีกหรืออย่างไร คนจะมาใหม่บอกว่าจะมารื้อ เป็นไปไม่ได้ ตนไม่ได้ว่าใคร ไม่ได้เกี่ยวกับ อนาคตที่จะเกิดขึ้นอยู่ตรงนี้ที่เธอ เธอก็คือ ประชาชนและคือศูนย์กลางของราชการแผ่นดิน

นายกฯ กล่าวว่า บางส่วนต้องมีการจัดระเบียบให้เข้ารูปเข้ารอยให้ถูกต้อง วันนี้ตนทำตามสัญญา คือทำตามแผนแม่บทและยุทธศาสตร์ชาติ ทุกคนที่เข้ามาบริหารราชการแผ่นดิน ต้องรู้เรื่องการใช้จ่ายงบประมาณ ต้องชี้แจงในรัฐสภาให้ได้ว่าจะเอาเงินมาจากไหน เราต้องเลือกผู้นำที่ซื่อสัตย์สุจริต และมีธรรมาภิบาล วันนี้ตนขอความรักความสามัคคีขึ้นมาให้ตนได้หรือไม่ และขออย่าขัดแย้งกันอีก

“เห็นใจผมหรือไม่ เห็นใจรัฐมนตรี เห็นใจผู้ว่าฯหรือไม่ เราตัดเขาทิ้งไม่ได้ ไอ้คนไม่ดีก็ว่ามา แต่คนที่ดีก็เยอะแยะ เขาทำงานกันทั้งนั้น ถ้าไม่ทำก็ไม่เกิด ประชาชนไม่ร่วมมือก็ไม่เกิด และเอกชนไม่ร่วมมือก็ไม่เกิดอีก นี่คือความเป็นชาติ ขอความรักความสามัคคีให้ผมให้ประเทศชาติได้หรือไม่ ขออยากขัดแย้งกันได้ไหม ถือเป็นสัญญาของท่านที่ให้กับผมและประเทศชาติ และผมสัญญากับท่านว่าจะนำพาประเทศชาติ ไปให้ได้” นายกฯกล่าว และว่า ทุกอย่างคือโอกาสของประเทศไทยบ้านเมืองมีความเป็นธรรมชาติอาหารอร่อยมีรอยยิ้มถ้ามัวแต่ตบตีกัน ก็เสียโอกาส”

นายกฯ กล่าวว่า หลายคนถามว่าทำไมต้องสร้างรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯให้เยอะ เพราะกรุงเทพฯ มีคนเยอะ คนอีสานเข้าไปทำงานในกรุงเทพฯ มากมายไปสร้างตึกสร้างอาคาร นี่คือสมรรถภาพของคนอีสาน คนอีสานมีความอดทนและเข้มแข็ง ไม่อย่างนั้นไม่ทนอยู่กับตนมาได้ 5 ปี

ทั้งนี้ช่วงหนึ่งนายกฯ กล่าวว่า เริ่มจะเจ็บตาแล้วตนเพิ่งไปผ่าตามา หมอก็บอกว่าอย่าให้โดนแดด แต่คิดถึงจึงมา ยอมตายเพื่ออีสานบ้านฉัน โดยในตอนท้ายนายกฯ กล่าวว่าคิดฮอดหลายเด้อ คิดฮอดหลายๆ ฮักหลายๆ ฮักกันนานๆ นะ พร้อมกล่าวเป็นบทกลอนว่า “ถึงเวลาต้องจำใจใช่ลาจาก รู้ลำบากแต่จะไม่ให้เสียขวัญ ทำวันนี้ต่อวันหน้าจะเร็วพลัน เกลียดชังกันอีกต่อไปใช่เวลา”

จากนั้นนายกฯ ตรวจเยี่ยมความคืบหน้าการก่อสร้างโครงการทางคู่และทดลองการเดินรถ ในโครงการพัฒนาระบบโครงข่ายรถไฟทางคู่ (เส้นทางสายชุมทางถนนจิระ – ขอนแก่น) ก่อนจะนั่งรถไฟขบวนพิเศษ จากสถานีรถไฟขอนแก่น ไปยังสถานีรถไฟท่าพระ ต.เมืองเก่า อ.เมืองขอนแก่น ระยะทาง 10 กิโลเมตร ใช้เวลา10 นาที โดยเมื่อถึงสถานีท่าพระ นายกฯได้เดินทักทายประชาชนที่มาต้อนรับ พร้อม กล่าวว่า “สวัสดีทุกคนจำใจ จำลาเวลาน้อย เขาบอกว่าเขารักประเทศไทยผมก็รักด้วย ขอความรักความสามัคคีของคนไทยคืนมาได้หรือไม่ ผมจะทำให้ และผมไม่ใช่เจ้านายประชาชน นายกฯ ก็เป็นลูกน้องประชาชน”

จากนั้น นายกรัฐมนตรีแวะรับประทานอาหารก่อนเดินทางต่อมายังจ.นครราชสีมา เพื่อสักการะอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี และศาลหลักเมือง ที่ ต.ในเมือง อ.เมือง

บทความก่อนหน้านี้ชาวไร่เฮ! ออสซี่เลิกตอบโต้ทุ่มตลาด สับปะรดกระป๋องไทย ลดภาษีนำเข้าออร์เดอร์เพียบ
บทความถัดไปดราม่าลามหนัก สุดปรี๊ดแห่ถล่ม เพจดังลาว ลงข่าว ญิ๋งญิ๋ง แบบนี้ โซเชียล2ประเทศเดือด!