ดีเบต 5 พรรคการเมือง ชูพลังงานทางเลือก ส่องนโยบาย เลือกตั้ง 62
ชูพลังงานทางเลือก – วันที่ 13 มี.ค. ที่สมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดโดยกลุ่มปฏิรูปพลังงานเพื่อความยั่งยืน (ERS) ได้จัดงานดีเบต ในประเด็น ส่องนโยบายพลังงาน#เลือกตั้ง 62
นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ตัวแทนพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า พรรคมีนโยบายสนับสนุนพืชพลังงาน 4 ชนิดเพื่อเป็นเชื้อเพลิงสำหรับยานยนต์และในการผลิตไฟฟ้า ได้แก่ ข้าว ปาล์ม มันสำปะหลัง และอ้อย ทั้งไบโอดีเซลและเอทานอล เป็นแนวทางการแก้ปัญหาความยากจน ทำให้เกษตรกรมีรายได้ ตั้งเป้าใช้พืชพลังงานทดแทนเป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าในสัดส่วน 100% ภายใน 4 ปี
“หากพรรคภูมิใจไทยได้เป็นรัฐบาลมีนโยบายเพิ่มสัดส่วนการใช้พืชพลังงานมาผลิตไฟฟ้าปีละ 25% ให้ได้ 100% ภายใน 4 ปี จากปัจจุบันอยู่ที่ 10% โดยรัฐบาลจะให้บริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) ต้องเป็นหน่วยงานหลักในการนำพืชพลังงานจำหน่ายในสถานีบริการน้ำมันด้วย” นายศักดิ์สยาม กล่าว
ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่![]()
ด้านนายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า สิ่งที่ต้องทำเรื่องแรกในภาคพลังงานคือ เลิกทะเลาะกัน ทุกฝ่ายควรร่วมกันกำหนดนโยบายพลังงาน เพื่อสร้างความยั่งยืนด้านพลังงาน โดยพรรคมีนโยบายดูแลราคาเชื้อเพลิงให้ถูกลง โดยตรึงราคาน้ำมันดีเซลไว้ไม่ให้เกิน 30 บาทต่อลิตร และต้องปรับโครงสร้างกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงใหม่เพื่อสอดรับนโยบาย
นอกจากนี้บริษัทเอกชนขนาดใหญ่ด้านพลังงาน อย่าง ปตท. และบริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. ต้องสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน โดยวางบทบาทให้ ปตท. เป็นบรรษัทพลังงานแห่งชาติ เพื่อลดเสียงเรียกร้องในการตั้งบรรษัทพลังงานแห่งชาติ รวมถึงอยากเห็น ปตท.ปรับบทบาทสู่พลังงานทางเลือกมากขึ้น เช่น ปาล์ม ที่พรรคมีนโยบายประกันราคาที่กิโลกรัมละ 4 บาท เพื่อนำมาผลิตไบโอดีเซลจากบี 7 เป็นบี 10 ไม่ใช่มุ่งแต่ธุรกิจน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเพียงอย่างเดียว และมุ่งไปนวัตกรรมใหม่ๆ เช่น การลงทุนในแบตเตอร์รี่รถยนต์ไฟฟ้า (อีวี)
นายสันติ กีระนันทน์ ตัวแทนพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ประเทศไทยควรปล่อยให้ราคาพลังงานเป็นไปตามกลไกตลาด แต่จะต้องบริหารให้สมดุล ทำให้ผู้บริโภค ภาคอุตสาหกรรมเข้าถึงได้ ขณะเดียวกันต้องผลักดันให้เกิดการใช้พืชพลังงานให้เป็นพืชเศรษฐกิจในประเทศ ดึงเอกชนเข้ามาผลิตไบโอดีเซลมากขึ้น และจัดทำมาตรฐานบังคับ เช่น ผลักดันการผลิตรถยนต์มาตรฐานยูโร 4 สู่ยูโร 5 มีโรดแม็ปผลิตรถยนต์มุ่งสู่รถยนต์อีวีให้มากขึ้น แม้มองว่าอีวีจะยังไม่เกิดขึ้นภายใน 5 ปีนี้
“นโยบายแรกหากพรรคพลังประชารัฐได้เป็นรัฐบาล จะทบทวนการแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ 2018 (พีดีพีใหม่) โดยเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทนจาก 20% เป็น 50% ตามกระแสเทคโนโลยีพลังงานสะอาด พร้อมกับผลักดันการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินสะอาดและมีราคาถูก แต่ต้องทำความเข้าใจกับภาคสังคมเพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้ง แต่ยืนยันพรรคไม่มีนโยบายดึงปตท.ออกจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เพราะจะกระทบต่อความน่าเชื่อถือของประเทศ แต่ ปตท.ควรจะทบทวนคณะกรรมการบริหาร ที่มีตัวแทนจากภาครัฐเข้ามาดำรงตำแหน่งมากเกินไป จนเกิดความไม่โปร่งใส” นายสันติ กล่าว
นายระวี มาศฉมาดล ตัวแทนพรรคพลังธรรมใหม่ กล่าวว่า พรรคประกาศนโยบายลดราคาน้ำมันลง 5 บาทต่อลิตร และลดราคาก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ขนาดถัง 15 กก. เหลือ 250 บาทต่อถัง โดยไม่ใช้ภาษีประชาชน และยุติการผูกขาดธุรกิจทุกประเภทที่รัฐถือหุ้นเกิน 30% โดยเข้าไปตรวจสอบสัญญาทุกฉบับ เช่น การประมูลปิโตรเลียม หากมีความไม่โปร่งใสจะนำมาทบทวนใหม่ทั้งหมด ทั้งยังเสนอให้จัดตั้งบรรษัทพลังงานแห่งชาติ หรือ (NOC) โดยแก้กฎหมายพ.ร.บ.ปิโตรเลียมฯ ซึ่งมองว่า ปตท.เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลท. ไม่มีสิทธิ์ที่จะเป็นบรรษัทพลังงานแห่งชาติ
ด้านน.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ตัวแทนพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า พรรคมีนโยบายส่งเสริมใช้พลังงานให้มีประสิทธิภาพ โดยรณรงค์ให้คนใช้รถโดยสารและขนส่งสาธารณะ มีแผนลงทุนระบบราง รถไฟฟ้า รวมถึงทบทวนการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีเพิ่มเติมให้ครอบคลุมการสร้างอาคาร บ้านเรือนประหยัดพลังงานประเภทต่างๆ ส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนเพิ่มสัดส่วนให้มากกว่า 20% จัดตั้งกองทุนเพื่อดูแลผลกระทบสิ่งแวดล้อม และเปิดเสรีธุรกิจท่อส่งก๊าซธรรมชาติ เพื่อเปิดโอกาสให้บุคคลที่ 3 เข้ามาใช้บริการอย่างเป็นธรรมมากขึ้น เพื่อลดการผูกขาดจากปตท.