‘เทพไท’ ย้ำตั้งรัฐบาลแห่งชาติ แก้เศรษฐกิจ-รัฐธรรมนูญ ชง 4 ชื่อนั่งนายกฯ คนกลาง

‘เทพไท’ ย้ำตั้งรัฐบาลแห่งชาติ แก้เศรษฐกิจ-รัฐธรรมนูญ ชง 4 ชื่อนั่งนายกฯ คนกลาง

เมื่อวันที่ 14 เม.ย. นายเทพไท เสนพงศ์ ว่าที่ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ไลฟ์ผ่านเฟซบุ๊กวิเคราะห์สถานการณ์การเมืองของประเทศ โดยย้ำว่าจะต้องจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ เพื่อเข้ามาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจปากท้องและแก้รัฐธรรมนูญ ให้มีวาระเพียงแค่ 2 ปี จากนั้นให้คืนอำนาจแก่ประชาชนและจัดการเลือกตั้งใหม่ สำหรับบุคคลที่เหมาะสมจะเป็นนายกรัฐมนตรีคนกลางของรัฐบาลแห่งชาตินั้น ตนเชื่อว่าทุกพรรคการเมืองพร้อมถอยคนละก้าว

แต่พรรคที่มีปัญหาและข้อจำกัดมากที่สุด คือ พรรคอนาคตใหม่ เพราะมีจุดยืนชัดเจน คือ 1.ไม่สืบทอดอำนาจ และ 2.ต้องแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งการจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติตามที่ตนเสนอไม่ขัดกับจุดยืนนี้แน่นอน เนื่องจากมีการตัดตอนสืบทอดอำนาจที่ชัดเจน เพราะนายกคนกลางไม่ใช่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อีกทั้งรัฐบาลดังกล่าวจะมีภารกิจแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งไม่ขัดจุดยืนของอนาคตใหม่ ดังนั้น พรรคอนาคตใหม่จึงสามารถเข้าร่วมได้

นายเทพไท กล่าวอีกว่า สำหรับนายกคนกลางต้องเป็นคนที่เข้าได้กับทุกฝาย ไม่ใช่คู่ขัดแย้ง มีอยู่ด้วยกัน 4 คน  โดยสองคนเป็นองคมนตรีที่มีความสามารถเพียงพอ ได้แก่ 1.พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท องคมนตรี และอดีตผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) แม้จะเป็นทหาร แต่มีหลักประชาธิปไตยค่อนข้างชัดเจน 2.นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี ที่ผ่านมาเป็นข้าราชการฝ่ายปกครอง มีประสบการณ์การปกครองค่อนข้างสูง เชื่อว่าจะนำพาประเทศได้

3.นายศุภชัย พานิชภักดิ์ อดีตเลขาธิการการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา หรือ อังก์ถัด (UNCTAD) ที่ออกจากการเมืองไปแล้ว และมีความรู้ด้านเศรษฐกิจ ซึ่งตรงกับภารกิจของรัฐบาลแห่งชาติที่ต้องการแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชน  และ 4.นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งมาจากการเลือกตั้ง และถือเป็นบุคคลที่ทำงานภายในสภามานาน ทุกฝ่ายพอยอมรับได้

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่
เพิ่มเพื่อน

“จากรายชื่อคนที่ไม่ค่อยเกี่ยวข้องกับการเมือง คือ พล.อ.เฉลิมชัย และนายพลากร ซึ่งจากการพูดคุยกับเพื่อนๆ หลายคน เขาบอกว่าอยากได้นายกฯ คนกลางที่มาจากพลเรือน แต่ไม่ได้แปลว่ารังเกียจพล.อ.เฉลิมชัย แต่กังวลถึงภาพลักษณ์ว่าจะเป็นการนำภายใต้ทหารอีกหรือไม่ หากเป็นพลเรือนจะอธิบายกับสังคมและสังคมโลกได้ว่าเป็นรัฐบาลที่เป็นกลางจริงๆ และนำโดยพลเรือน ทำให้ตอนนี้น้ำหนักเอนไปทางนายพลากรมากที่สุด”

“เรายังมีเวลาอีกพอสมควรให้ถกเถียงจนตกผลึก บ้านเมืองต้องมีทางออก ไม่เจอทางตัน เพราะหากใช้มาตรา 44 ยกเลิกการเลือกตั้ง หรือศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะจะต้องกลับไปเลือกตั้งใหม่ เมื่อบรรยากาศการเลือกตั้งผ่านไปแล้ว และเห็นว่าทางออกของบ้านเมืองยังมีทางออกได้ นั่นก็คือเรามาจับมือกันร่วมกันตั้งรัฐบาลแห่งชาติ” นายเทพไท กล่าว

บทความก่อนหน้านี้เปิดใจ ดรีมไฮ เคป๊อป แห่งหล่มสัก เผยเบื้องหลัง ตั้งใจมาลุกเป็นไฟ อยากให้ ลิซ่าเห็น!
บทความถัดไปကမ္ဘာ့အကြီးဆုံး လေယာဉ် စတင်ပျံသန်း