เตือนยุบได้ทุกพรรค พปชร.นัดคุยชาญวิทย์ เร่งเคลียร์ปมถูกร้อง
“ธนาธร”นำทีมลุ้นนับคะแนนใหม่ เขต 1 นครปฐมคาดอาจพลิกกลับมาชนะ ท้าเช็กสัญญาณมือถือได้เลย จะได้จบปมโอนหุ้น เล็งเอาคืนพรรคพลังประชารัฐ อ้างมีหลักฐานเด็ดถึงขั้นยุบพรรค ผู้สมัครอนาคตใหม่สกลนครยื่นสอบผู้สมัครเขต 5 พลังประชารัฐ ถือหุ้นสื่อ ชงเอาผิดถึง “อุตตม” ฐานเซ็นรับรอง “พุทธิพงษ์”เผยคุย”ชาญวิทย์”แล้วยันไม่ได้ทำสื่อ นัดชี้แจงพรรควันจันทร์นี้ “สมชัย” ชี้คุณสมบัติต้องห้าม เป็นชนวนสลายส.ส. กว่าครึ่ง “ปริญญา” ห่วงทิศทางการเมืองหลัง 9 พ.ค. จี้เคาะสูตรปาร์ตี้ลิสต์ ต่ำ 7.1 หมื่นเสียงไร้ส.ส. เด็กเพื่อไทยฉะกกต.หาช่องช่วยโต๊ะจีนพลังประชารัฐ ทั้งที่ความผิดสำเร็จแล้ว
“ธนาธร”มั่นใจบริสุทธิ์ทุกคดี
เมื่อวันที่ 27 เม.ย. นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่(อนค.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แจ้งข้อกล่าวหาเรื่องการโอนหุ้น บริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัดว่า ไม่แปลกใจที่ตน แกนนำและพรรคมีเรื่องถูกโจมตีมาก เพราะพรรคมีจุดยืนอย่างมั่นคงในการต่อต้านการสืบทอดอำนาจของเผด็จการ ซึ่งทุกคดีที่ถูกกล่าวหา เรามั่นใจในความบริสุทธิ์ว่าไม่มีคดีไหนที่จะเอาผิดตนและแกนนำพรรคได้ พวกเราทำงานการเมืองด้วยความบริสุทธิ์ใจและอยากเห็นการเมืองเดินไปข้างหน้า ดังนั้นเราไม่มีความกังวลใดๆ ทุกวันนี้ยังคงทำกิจกรรม พบปะสมาชิกและดูปัญหาในชุมชนอย่างต่อเนื่อง
นายธนาธรกล่าวว่า จนถึงวันนี้ตนและกรรมการบริหารพรรค(กก.บห.) คนอื่นๆ ไม่มีใครคิดแพลนบีไว้ ยังคงเดินหน้าต่อไป และยืนยันว่าวันที่ 30 เม.ย.นี้ ตนจะไปชี้แจงกับกกต. กรณีการโอนหุ้น พร้อมหลักฐานสมุดจดทะเบียนบริษัทที่มีรายละเอียด ทุกอย่างของผู้ถือหุ้นทุกคนอยู่ในนั้นด้วย
ไฟเขียวเผยสัญญาณมือถือ
นายธนาธรกล่าวว่า ที่มีการบอกจะสืบค้นการเดินทางจากจ.บุรีรัมย์ กลับมากรุงเทพฯ เพื่อโอนหุ้นในวันที่ 8 ม.ค. โดยสัญญาณโทรศัพท์มือถือนั้น ยินดีอย่างยิ่งและอนุญาตให้ดีแทคเปิดเผยข้อมูลสัญญาณได้เลย เรื่องจะได้จบ เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่ามีคนกลุ่มหนึ่งจ้องทำลายพวกเราโดยที่ไม่มีข้อมูลหรือข้อพิสูจน์ที่ชัดเจน ยืนยันว่าการโอนหุ้นเมื่อวันที่ 8 ม.ค. ในทางกฎหมายมีผลผูกพันต่อผู้โอน ผู้รับและบริษัท สมบูรณ์แล้ว ขั้นตอนที่ต้องแจ้งกระทรวงพาณิชย์นั้น อยู่นอกเหนือความควบคุมของตน ในวันสมัครส.ส. ช่วงเดือนก.พ. ผู้สมัครส.ส.ทุกคนก็จัดการกันตามกฎหมายแล้ว ไม่มีใครรู้ว่าต้องชี้แจงว่าเคยถือหุ้นมาก่อนแต่โอนไปแล้ว ถ้าต้องการแบบนี้ กกต.ก็ต้องเขียนใหม่ให้ชัด
“สื่อบางสำนักพยายามทำข่าวเจาะเรื่องนี้ ตั้งข้อสังเกตยิบย่อย แต่ปัญหาคือ มันมีเส้นแบ่งระหว่างข่าวเชิงลึกคุณภาพกับข่าวที่ไร้ข้อเท็จจริง เช่น พาดหัว มีไฟลต์ทำไมไม่กลับ แต่ใช้รถรับส่งไพร่หมื่นล้าน ซึ่งวันนั้นมีพรรคเพื่อไทยลงพื้นที่ด้วย ไฟลต์เต็ม ใกล้ที่สุดคือสนามบินอุบลราชธานี แต่ดูเวลาแล้วเห็นว่าการนั่งรถจากบุรีรัมย์ไปอุบลฯ เพื่อขึ้นเครื่อง แล้วต้องนั่งรถกลับจากดอนเมืองไปบางนา-ตราด ใช้เวลาพอๆ กับการนั่งรถกลับจากบุรีรัมย์ไปที่บ้านผมเลย จึงยอมทิ้งตั๋วที่อุบลฯ แล้วมาตั้งประเด็นว่าวันที่ 8 ม.ค. ผมอยู่ไหน ทำไมไม่ไปถามตำรวจที่บุรีรัมย์ที่มาคอยอำนวยความสะดวกการหาเสียง คนขับรถ หรือรปภ.ที่หมู่บ้านผมบ้าง” นายธนาธรกล่าว
งัดหลักฐานขู่ยุบพปชร.-ปชป.
เมื่อถามถึงกระแสข่าวเชื่อมโยงกับ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 สกลนคร ที่ศาลชี้ว่าขาดคุณสมบัติ อาจถึงขั้นยุบพรรคเพราะหัวหน้าพรรคไม่ตรวจสอบนั้น นายธนาธรกล่าวอีกว่าเขาไม่ได้ขาย แต่ตนขาย ซึ่งการตรวจสอบเรื่องดังกล่าวผ่านฐานข้อมูลเปิดในออนไลน์ ไม่สามารถหารายละเอียดในระดับบริษัททำกิจการประเภทอะไรได้ อนาคตใหม่มี ผู้สมัครเกือบ 500 คน การตรวจสอบจะทำอย่างไร ขณะเดียวกันตนก็มีข้อมูลผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กับประชาธิปัตย์ (ปชป.) ที่เข้าข่ายกรณีแบบนี้อยู่เหมือนกัน ถ้าแบบนี้ยุบพรรคก็ต้องยุบทุกพรรค เราจะฟ้องผู้สมัคร พปชร.ในเคสเดียวกันด้วย ต่างกันที่ผู้สมัคร พปชร.ยังถือหุ้นอยู่ แต่ตนขายแล้ว
ส่วนกระแสโจมตีแกนนำพรรค รวมถึงนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค จนอาจทำให้ไม่ได้เข้าสภานั้น นายธนาธรกล่าวว่า ตนและแกนนำพรรคยืนยันว่า ไม่เคยมีแนวคิดล้มสถาบัน เราเข้ามาทำงานการเมืองเพราะอยากเห็นประเทศไทย เป็นประชาธิปไตย มีนิติรัฐเท่าเทียมกัน การจะไปถึงจุดนั้นต้องปฏิรูปกองทัพ ปฏิรูปข้าราชการที่ใหญ่เทอะทะ ซึ่งฉุดรั้งสังคมไทยไม่ให้ไปไกลมากกว่านี้ ซึ่งอาจทำให้คนกลุ่มหนึ่งเสียประโยชน์
ย้ำสู้สันติ-ใช้สภาประนีประนอม
หัวหน้า อนค. กล่าวว่า โดย 8 นโยบายในเรื่องนี้ อาจต้องใช้เวลาเป็นสิบปี ถ้าเข้าสภาไป ไม่ว่าเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล ตนจะทำให้เห็นว่านักการเมืองที่ดีเป็นได้ เพื่อทำให้คนกลับมายึดมั่นในระบอบรัฐสภาอีกครั้ง การเลือกต่อสู้ทางการเมืองผ่านระบบรัฐสภาคือการประนีประนอมใน ตัวเองอยู่แล้ว เพราะอนาคตใหม่ไม่มีทางได้ส.ส. 500 คน การเปลี่ยนผ่านในกลไกรัฐสภาจึงต้องค่อยเป็นค่อยไป ไม่มีทางพลิกกลับได้ภายในวันเดียว กลับกันหากปิดทางในรัฐสภาให้คนที่มีความฝันเดียวกันมหาศาลนับล้านคน ไม่ใช่สิ่งที่ดี เพราะต้องหันไปใช้ช่องทางการเปลี่ยนแปลงแบบอื่น
ส่วนสถานการณ์จะบานปลายลงท้องถนนอีกหรือไม่นั้น นายธนาธรกล่าวว่า ตอบแทนประชาชนไม่ได้ แต่ตนต้องการเปลี่ยนแปลงอย่างสันติ เพราะมีคนบาดเจ็บล้มตายบนท้องถนน มีฮีโร่กันเพียงพอแล้ว ตนจะไม่ทำให้ไปถึงจุดที่มีคนตาย เพียงออกมาเรียกร้องประชาธิปไตยและความเป็นธรรม ซึ่งการชุมนุมเรียกร้องบนท้องถนนอย่างสงบ ถือเป็นสิทธิโดยชอบธรรมของประชาชน ไม่ถือเป็นการสร้างความไม่สงบ ก่อความวุ่นวาย เพราะนี่คือวาทกรรมจากคนที่ได้อำนาจมาอย่างไม่ชอบธรรม และต้องการป้องกันอำนาจของตนเองไว้ กลัวประชาชนลุกขึ้นมาเพื่อทวงอำนาจ จึงสร้างวาทกรรมขึ้นมาหลอกลวงสังคม ทำให้ประชาชนหลงลืมสิทธิ และเสรีภาพของตนเองที่ได้รับการคุ้มครองไว้ในรัฐธรรมนูญ
ดักคอกกต.อย่าใช้สูตรเปลี่ยนปท.
เมื่อถามถึงสูตรคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อที่ศาลรัฐธรรมนูญไม่รับตีความ แต่กกต. ยังไม่ได้ข้อยุตินั้น นายธนาธร กล่าวว่า การตัดสินใจของกกต. จะกำหนดอนาคตของประเทศไทย หลังเลือกตั้ง พรรคฝ่ายต่อต้านการสืบทอดอำนาจของคสช. 7 พรรครวมแล้วมี 254 เสียง เกินครึ่งหนึ่งของสภาล่าง สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ หากกกต.ตัดสินใจใช้สูตรคิดส.ส.บัญชีรายชื่อที่ทำให้พรรคฝ่ายต่อต้านการสืบทอดอำนาจของคสช. เหลือเพียง 240 กว่าเสียงนั้น กกต.คือ ผู้เปลี่ยนประเทศไทยทันที
นายธนาธรกล่าวว่า เรื่องนี้น่าแปลกใจมาก เลือกตั้งไปแล้วหนึ่งเดือน แต่ผลเลือกตั้งยังคงไม่ชัดเจน ถ้าประชาชนไม่เชื่อมั่นในผลเลือกตั้ง เราจะเดินหน้าประชาธิปไตยอีกครั้งไม่ได้ วาทกรรม ประชาธิปไตย 4 วินาทีในคูหาการเลือกตั้งของฝ่ายอนุรักษนิยมนั้นไม่จริง พรรคที่จะมีส.ส. 1 คน ต้องมีคะแนน 7.1 หมื่นเสียง หากให้พรรคที่ได้ 3-4 หมื่นเสียงมีส.ส. 1 คน ทั้งที่เสียงเท่านี้ยังไม่อาจชนะส.ส.เขตบางเขตได้ ก็ต้องถามว่าความเป็นธรรมนั้นอยู่ตรงไหน
ลุยยื่นยึดยอดพึงมี 7.1 หมื่นเสียง
“ยืนยันว่าต้องใช้สูตรคิดส.ส.ที่จะทำให้อนาคตใหม่มีส.ส. 87 คน เพราะจะไม่มีพรรคไหนมีส.ส.เกินส.ส.พึงมี และทุกพรรคที่มีส.ส.จะมีอย่างน้อย 7.1 หมื่นเสียงทุกพรรค นายปิยบุตรจะแถลงข่าวต่อกรณี ดังกล่าวอย่างชัดเจนอีกครั้งในสัปดาห์หน้า และจะยื่นสูตรคิดส.ส.บัญชีรายชื่อให้กกต.นำไปพิจารณา” นายธนาธรกล่าว
เมื่อถามถึงผลการเลือกตั้งที่พปชร.ได้ถึง 8 ล้านเสียง นายธนาธรกล่าวว่า ไม่ต้องตกใจ เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่า มีคนสนับสนุน พปชร.และพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคสช. จริงๆ ตลอด 5 ปีของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ มีการสร้างความเกลียดชัง สร้างปีศาจจำนวนมาก ให้เห็นว่าความมั่นคงต้องเลือกพล.อ.ประยุทธ์ ขณะเดียวกันก็ใช้การดึงอดีตส.ส.ที่มีฐานคะแนนส่วนตัวมาสังกัดพปชร. เสียงส่วนหนึ่งจึงเป็นเพียงของตัวส.ส. ไม่ใช่พปชร. ส่วนอนาคตใหม่ก็ไม่มีทางอื่นนอกจากรณรงค์อย่างหนักแน่น ใช้ข้อเท็จจริงและความจริงใจที่เข้มข้น เพื่อเปลี่ยนแปลง โดยไม่ใช้ความเกลียดชัง
จับตานับคะแนนเขต 1 นครปฐม
นายธนาธรโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า เช้าวันที่ 28 เม.ย.ตนไปร่วมจับตาการนับคะแนนใหม่ทุกหน่วยทั้งเขต 1 นครปฐม เพราะทราบมาว่ามีการนับและรวมผลคะแนนผิดพลาด จึงต้องนับใหม่ทั้งหมด และผู้สมัคร อนค.มีโอกาสพลิกกลับมาชนะ ดังนั้น ขอเรียนเชิญทุกคนที่ จ.นครปฐม และพื้นที่ใกล้เคียงไปร่วมจับตาสังเกตการณ์ด้วยกัน ที่อาคารศูนย์ศิลปวัฒนธรรมเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ พระชนมพรรษา มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์
สำหรับเขต 1 นครปฐม ผู้สมัครที่ได้คะแนนสูงสุดคือ พ.ท.สินธพ แก้วพิจิตร ผู้สมัครส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ได้ 35,762 คะแนน นำอันดับที่ 2 ผู้สมัครจากพรรคอนาคตใหม่ น.ส.สาวิกา ลิมปะสุวัณณะ ที่ได้ 35,615 คะแนน เพียง 147 คะแนน โดยน.ส.สาวิกา ได้ยื่นร้องต่อกกต.ให้นับคะแนนใหม่เนื่องจากการตรวจสอบผลคะแนนทุกหน่วย รวมถึงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าและนอกราชอาณาจักรของพรรค เมื่อนำไปเทียบกับคะแนนที่ประกาศ พบเพิ่มขึ้น 151 คะแนน รวมเป็น 35,766 คะแนนถ้ายึดตามนี้เท่ากับแซงเป็นอันดับ 1
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้ในวันที่ 28 เม.ย. กกต.ยังให้จัดการเลือกตั้งส.ส.เขต 2 ชุมพร ใหม่ในหน่วยเลือกตั้งที่ 9 ต.สองพี่น้อง อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร
บี้กกต.แจงเขต 2 แต้มหาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊กพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) โพสต์ข้อความหัวข้อ “คะแนนอนาคตใหม่หายไปเป็นร้อย แต่ กกต.ยังไม่มีคำตอบใดๆ” ระบุว่า นายชัยธวัช ตุลาธน รองเลขาธิการพรรค และน.ส.พัชรี ภัทรพุทธากร ผู้สมัครส.ส.เขต 2 กทม. นำเอกสารหลักฐานเข้ายื่นเพิ่มเติมต่อเลขาธิการ กกต. เพื่อขอให้นับคะแนนใหม่ ของเขต 2 กทม. พร้อมขอเข้าสังเกตการณ์การนับคะแนนใหม่
นายชัยธวัชกล่าวว่า ก่อนหน้านี้พรรค ยื่นเรื่องมาแล้วเพื่อขอให้นับคะแนนใหม่ ขณะนี้ผ่านมาเกือบครบ 1 เดือน แต่ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ รวมถึงการยื่นขอผลการนับคะแนนรายหน่วยก็ไม่ได้รับความร่วมมือทั้งจากหน่วยเลือกตั้ง กกต.เขต หรือ กกต.จังหวัด หรือแม้แต่ กกต.กลาง โดยกว่าจะได้รับผลคะแนนต้องใช้เวลาถึง 3 สัปดาห์ ซึ่งพรรคได้ตรวจสอบผลการนับคะแนนทั้งหมดและเปรียบเทียบภาพถ่ายผลการนับคะแนนหน่วยเลือกตั้งจากที่ประชาชนซึ่งเข้าไปสังเกตหน่วยเลือกตั้งส่งมาให้ พบความผิดปกติในเขต 2 กทม. 3 กรณีคือ
หวั่นแก้คะแนน-ขู่ผิดม.157
1.มีการบันทึกผลการนับคะแนนที่หน่วยเลือกตั้งไม่ตรงกับคะแนนที่นับ เมื่อทักท้วง เจ้าหน้าที่ กกต.ประจำหน่วยเลือกตั้งจึงยอมแก้ไข 2.รายงานผลการนับคะแนน ซึ่งเป็นเอกสารปิดหน้าหน่วยของ กกต. ที่เรียกว่าแบบส.ส. 5/18 มีของบางหน่วยคะแนนไม่ตรงกับรายงานผลการนับคะแนนแบบขีดคะแนนที่หน่วยเลือกตั้ง หรือเอกสาร ส.ส. 5/11 เช่น ในหน่วยเลือกตั้ง 7 ทุ่งวัดดอน คะแนนที่ปรากฏบนเอกสาร ส.ส. 5/18 ของผู้สมัคร อนค. คือ 90 คะแนน แต่ใน ส.ส. 5/11 ที่ติดบอร์ดหน้าหน่วยเลือกตั้ง กลับมีคะแนนถึง 274 คะแนน
3.แบบรายงานผลการนับคะแนนที่ติดอยู่บนบอร์ดบางหน่วยไม่ตรงกับที่คณะกรรมการส่งให้ผู้สมัคร เช่น ในหน่วยที่ 30 ทุ่งวัดดอน คะแนนบนบอร์ดที่หน่วยเลือกตั้ง พรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) และพรรคประชาชาติ (ปช.) ไม่มีคะแนน แต่ในสำเนาที่ กกต.ส่งให้ผู้สมัคร อนค. ผู้สมัคร ปช.กลับได้ 4 คะแนน ส่วน รปช.ได้ 6 คะแนน
นายชัยธวัชกล่าวว่า หลักฐานเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าอาจมีการแก้ไขเพิ่มเติมรายงานผลการนับคะแนนรายหน่วย ซึ่งทำให้ กกต.เข้าข่ายละเมิดกฎหมายอาญามาตรา 157 ละเว้นหรือปฏิบัติหน้าที่โดย มิชอบ และยังทำให้ประชาชนยิ่งเสื่อมความเชื่อมั่นในผลการเลือกตั้งและเสื่อมศรัทธาต่อ กกต.มากขึ้น
อนค.สกลฯร้องสอบ”พปชร.”
นายอภิชิต ถาบุตร ผู้สมัครส.ส.เขต 5 สกลนคร พรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า ตนได้ไปยื่นคำร้องต่อ ผอ.การเลือกตั้ง จ.สกลนคร ให้ตรวจสอบคุณสมบัติของนายสมศักดิ์ สุขประเสริฐ อดีตผู้สมัครส.ส.เขต 5 สกลนคร พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ว่าขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. มาตรา 42 จากกรณีเป็นผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนหรือไม่ พร้อมยื่นเอกสารเป็นหลักฐาน คือสำเนาหนังสือรับรองและรายละเอียดวัตถุประสงค์ และสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นบริษัท ณัฐฐินีย์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด ซึ่งป็นหลักฐานว่านายสมศักดิ์มีหุ้นส่วนในบริษัทดังกล่าว
ทั้งนี้ บริษัทระบุวัตถุประสงค์ในข้อ 23 ประกอบกิจการค้า ทำสื่อสิ่งพิมพ์ประเภทภาคอุตสาหกรรมก่อสร้าง ธุรกิจอสังหา ริมทรัพย์ ภาคอุตสาหกรรม เทคโนโลยีการก่อสร้าง และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง, ข้อ 24 ประกอบกิจการเพื่อบริการรับทำโฆษณา ประชาสัมพันธ์ สื่อสิ่งพิมพ์ทุกประเภท การตลาดและงานบันเทิงทุกประเภท และข้อ 25 ประกอบกิจการ รับเป็นที่ปรึกษาการจัดเก็บรวบรวม จัดทำ จัดพิมพ์และเผยแพร่สถิติข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์ทุกประเภท
โยงฟัน”อุตตม”เหตุเซ็นรับรอง
นายอภิชิตกล่าวว่า การยื่นคำร้องครั้งนี้ตนต้องการเห็นมาตรฐานเดียวกันจาก กกต. และหน่วยงานองค์กรอิสระต่างๆ ตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัครและเอาผิดพรรคการเมือง อย่างที่นายภูวเบศร์ เห็นหลอด ผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 สกลนคร ถูกตัดสินให้ขาดคุณสมบัติ โดยอาศัยหลักฐานจากเพียงสิ่ง ที่ระบุอยู่ในวัตถุประสงค์ของบริษัทอย่างเดียว และมีกระแสข่าวว่าอาจนำไปสู่การดำเนินคดีอาญาต่อนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค ฐานเป็นผู้สนับสนุนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 84 และมาตรา 86 เพราะไปเซ็นรับรองให้นายภูวเบศร์
“ผู้สมัคร พปชร.คนนี้เราตรวจพบว่าถือหุ้นอยู่ 3 หจก.แล้ว 1 ในนั้นระบุวัตถุประสงค์ว่าทำสื่ออยู่แบบเดียวกับผู้สมัครเขต 2 สกลนครของพรรคเรา ตอนนี้มีกระแสข่าวว่าจะเล่นงานนายธนาธร จากกรณีไปรับรองให้ผู้สมัคร ซึ่งเราเห็นว่าเป็นกรณีแบบเดียวกับผู้สมัคร พปชร. ถ้านายธนาธรต้องถูกดำเนินการจากเรื่องนี้ ทั้ง กกต.และหน่วยงานต่างๆ ก็ต้องทำให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน” นายอภิชิตกล่าว และว่า หากนายสมศักดิ์จะถูกตัดสินว่าขาดคุณสมบัติแบบเดียวกับนายภูวเบศร์ ก็ต้องดำเนินการกับนายอุตตม สาวนายน หัวหน้า พปชร. ในแบบเดียวกับที่จะเกิดขึ้นกับนายธนาธรด้วย เพราะนายอุตตมได้เซ็นรับรองผู้สมัคร พปชร.รายนี้ด้วยเช่นกัน
พุทธิพงษ์นัดถกชาญวิทย์ปมหุ้น
นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ แกนนำพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงพรรคเพื่อไทยยื่นหนังสือต่อกกต. ขอให้ตรวจสอบคุณสมบัติของนายชาญวิทย์ วิภูศิริ ว่าที่ส.ส.เขต 15 มีนบุรี-คันนายาว กทม. ของพรรคถือหุ้นสื่อ เข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญ แล้วยังระบุพบผู้สมัครพปชร.เขต 5 สกลนคร ผิดลักษณะเดียวกันด้วยว่า เบื้องต้นได้โทรศัพท์พูดคุยกับนายชาญวิทย์แล้วโดยนายชาญวิทย์ขอตรวจสอบข้อมูลที่ถูกร้องก่อนเพื่อเตรียมชี้แจงรายละเอียด และ ได้นัดกันคร่าวๆ ว่าวันที่ 29 เม.ย.นี้จะหารือกันที่พรรค จากนั้นต้องหารือกับฝ่ายกฎหมายรวมถึงเลขาธิการพรรคและหัวหน้าพรรคด้วย
“ขอให้นายชาญวิทย์เข้ามาแลกเปลี่ยนข้อมูลกันก่อน ตอนนี้ผมยังพูดอะไรมากไม่ได้เพราะยังไม่ได้ข้อมูลใดๆ นายชาญวิทย์ขอตรวจสอบข้อมูลก่อน เพราะยังไม่รู้ว่าถูกร้องเรื่องอะไร บริษัทอะไร ทำสื่ออะไร เพราะเขาไม่ได้ทำสื่อ จึงขอดูรายละเอียดกันก่อน ส่วนอีกเขตที่ถูกยื่นร้องก็เพิ่งเห็นจากข่าว ก็ต้องขอดูข้อมูล สอบถามจากเจ้าตัวก่อนว่าข้อมูลที่ถูกร้องไปนั้นเป็นบริษัทอะไร มีอยู่จริงหรือไม่ ไปทำสื่อหรือเปล่า มีข้อมูลรายละเอียดอย่างไร ทั้งนี้ เชื่อว่าในวันที่ 29 เม.ย.นี้จะมีความชัดเจนในข้อมูลมากขึ้น” นายพุทธิพงษ์กล่าว
สมชัยห่วงคุณสมบัติต้องห้าม
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกกต. โพสต์ภาพตัวละคร “ธานอส” จากภาพยนตร์เรื่อง A”engers : Endgame พร้อมระบุข้อความว่า การดีดนิ้วทางการเมืองที่จะสลายผู้สมัครส.ส.ไปครึ่งจักรวาล อินฟินิตี้วอร์เริ่มต้นขึ้นแล้ว เมื่อการนำเรื่องคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้สมัครส.ส.ที่เขียนไว้ในพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. มาตรา 42(3) มาตีความและบังคับใช้อย่างเคร่งครัด ว่าห้ามผู้สมัครเป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ นั้น การเป็นผู้ถือหุ้น ล้านหุ้นหรือหนึ่งหุ้น ล้วนต้องห้ามกิจการที่เกี่ยวกับสื่อ จะดูที่วัตถุประสงค์การก่อตั้งในหนังสือจดทะเบียนบริษัท หากมีคำว่าหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชน แม้เป็น 1 ใน 100 ข้อ ย่อมไม่ได้ แม้รับเหมาก่อสร้าง ขายอุปกรณ์สำนักงาน ทำธุรกิจนำเข้าส่งออก แต่เวลา จดทะเบียนไปจดวัตถุประสงค์ครอบจักรวาลเพื่อให้เกิดความคล่องตัวทางธุรกิจย่อมไม่ได้
ชี้ชนวนสลายส.ส.-แต้มพรรค
นายสมชัยระบุว่า ผู้สมัครส.ส.จะฝ่ายใดก็ตาม หากเป็นนักธุรกิจที่ถือครอบครองหุ้น วันนี้แค่รอคอยว่าเมื่อใด การร้อง การขุดคุ้ยว่าบริษัทตัวเองมีหุ้น จะมีหลุดวัตถุประสงค์สักข้อที่ว่าทำกิจการสื่อ ทั้งที่ที่ผ่านมาทำกิจการอื่นมาตลอดหรือไม่ เมื่อ 1 คนถูกตรวจสอบและถูกชี้ว่าขาดคุณสมบัติ การ ขอให้ตรวจสอบอีกสิบอีกร้อยคนที่ชนะเลือกตั้งก็จะเกิดขึ้น
“เมื่อระบบเลือกตั้งใหม่ทุกคะแนนมีความหมาย การขอให้ตรวจสอบผู้สมัครที่แม้ไม่ชนะเลือกตั้ง เพื่อสลายคะแนนทุกคะแนนที่จะสะสมเป็นคะแนนพรรคก็จะเกิดขึ้น การ ดีดนิ้วครั้งนี้หรือว่าจะทำให้ส.ส.และผู้สมัคร ส.ส.จะสลายไปครึ่งจักรวาล #โดมิโนทางการเมือง เริ่มต้นแล้ว” นายสมชัยระบุ
กรธ.มั่นใจไร้เหตุทำเลือกตั้งโมฆะ
นายอุดม รัฐอมฤต อดีตกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ประเด็นสูตรคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อ ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.มาตรา 128 อาจมีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา 91 กำหนดไว้ว่า ประเด็นกฎหมายลูกขัดกับกฎหมายหลักนั้น ตนไม่ทราบว่าศาลรัฐธรรมนูญจะรับหรือไม่รับคำร้องไว้พิจารณา แต่ขอยืนยันในฐานะอดีตกรธ.ว่า ในการร่างรัฐธรรมนูญ เจตนารมณ์ที่ให้การเลือกตั้งเป็นระบบจัดสรรปันส่วนนั้นเพื่อแก้ปัญหาเสียงตกน้ำ พยายามทำให้ทุกเสียงของประชาชนมีความหมาย ไม่ต้องการให้มีปัญหาตามมาหรือวางรูปแบบสกัดเสียงข้างมาก รวมถึงไม่ได้นำรูปแบบจากต่างประเทศมาใช้
นายอุดมกล่าวว่า ยืนยันว่าสูตรการ คำนวณส.ส.ที่ระบุไว้ชัดเจน เพราะสิ่งเหล่านี้มีหลักฐานตั้งแต่ตอนยกร่าง ซึ่งได้ดำเนินการร่วมกับฝ่ายกกต.มาตลอด แต่ปัญหาขณะนี้อยู่ที่การตีความว่าจะใช้เสียงส่วนไหนมาคำนวณเพื่อหาที่นั่งส.ส. ซึ่งในส่วนที่มีปัญหาคือเสียงที่เกินจำนวนส.ส.ที่พึงมี
เมื่อถามถึงความกังวลว่าการเลือกตั้ง ครั้งนี้จะเป็นโมฆะหรือไม่ นายอุดมกล่าวว่า การที่กฎหมายจะเป็นโมฆะได้นั้นต้องพบว่ามีการดำเนินการที่ผิดต่อกฎหมาย แต่ปัจจุบันยังไม่พบ มีบ้างแค่ความสับสนสูตรการคำนวณ เพราะกกต.ไม่สื่อสารให้เกิดความชัดเจน ซึ่งไม่ได้สะท้อนความเป็นโมฆะ เป็นคนละเรื่องกับการจัดตั้งรัฐบาล ดังนั้น มองว่าขณะนี้กกต.สามารถดำเนินทุกอย่างต่อไปและเชื่อว่ากรอบเวลาที่กกต.ระบุจะประกาศผลอย่างเป็นทางการในวันที่ 9 พ.ค.นั้น ตามความเห็นกรธ.สามารถขยายเวลาได้ เพราะ 150 วันนับจากวันที่จัดการเลือกตั้งได้
“ปริญญา”ชี้หลัง 9 พ.ค.ระทึกแน่
ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์(มธ.) นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มธ. กล่าวในการเสวนาเรื่อง “วิพากษ์มรดกกฎหมายอาญายุคคสช.” ตอนหนึ่งว่า การเมืองตอนนี้ถือเป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อและแปลกประหลาดที่สุดว่า เลือกตั้งจบไปแล้วหนึ่งเดือน แต่ยังไม่รู้ว่าใครจะได้เป็นส.ส. และการเมืองหลังจากวันที่ 9 พ.ค.จะเดินหน้าไปทางไหนก็คงขึ้นกับกกต. ส่วนที่ศาลรัฐธรรมนูญไม่รับเผือกร้อนตีความสูตรคิดส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์นั้นถูกต้องแล้ว เพราะตามมาตรา 210(2) ศาลจะรับตีความได้ก็ต่อเมื่อต้องมีข้อขัดแย้ง มีผู้ร้อง ผู้ถูกร้องก่อนจะมาถึงศาลได้
“สำหรับการคิดสูตรส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์นั้นไม่ยาก เพียงนำส.ส.พึงมีลบด้วยส.ส.เขต จะเท่ากับส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคการเมืองที่มีคะแนนต่ำกว่า 7.1 หมื่นคะแนนแล้วจะได้ส.ส. จึงไม่มีเหตุผลเลย ปัญหาอยู่ที่มาตรา 128 ของพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. ท่อนหนึ่งคือ ใช้คำว่าส.ส.พึงมีเบื้องต้น ต่างจากในมาตรา 91 ของรัฐธรรมนูญที่พูดถึงแต่ส.ส.พึงมี แต่ไม่มีเบื้องต้น จึงอาจทำให้เหมือนสูตรคิดจะเปลี่ยนได้อีก ภาพรวมนั้นทั้งกฎหมายลูกและรัฐธรรมนูญมีเนื้อหาสอดคล้องกัน คือเมื่อคิดส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์แล้วพรรคจะได้ส.ส.เกิน จำนวนส.ส.พึงมีไม่ได้” นายปริญญากล่าว
แอมเนสตี้จี้ยุติคดีธนาธร
แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล แถลงว่า จากรายงานข่าวว่าสำนักงานอัยการสูงสุด ได้เลื่อนนัดฟังคำสั่งฟ้องเป็นครั้งที่สอง ในคดีต่อผู้บริหาร 3 คนของพรรคอนาคตใหม่ ในความผิดตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำ ความผิดทางคอมพิวเตอร์ จากการแสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ในเดือนมิ.ย.2561 นั้น แอมเนสตี้ขอเรียกร้องให้ทางการไทยเร่งการพิจารณาเพื่อยุติการดำเนินคดีอาญาต่อบุคคลใดๆ อันเนื่องมาจากการใช้สิทธิเสรีภาพของตนอย่างสงบ
แอมเนสตี้ ยังเสนอวาระสิทธิมนุษยชน ซึ่งครอบคลุมประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนที่สำคัญ 9 ประการ เพื่อเสนอต่อรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง โดยเรียกร้องให้ยกเลิกการดำเนินคดีอาญาต่อบุคคลต่างๆ ทั้งนักการเมือง นักกฎหมาย นักกิจกรรม และนักปกป้องสิทธิมนุษยชน พวกเขาต่างถูกดำเนินคดีทั้งข้อหายุยงปลุกปั่นและหมิ่นประมาททางอาญา โดยเป็นผลมาจากการจัดการประท้วงอย่างสงบ การวิจารณ์รัฐบาล และการกล่าวถึงการละเมิดสิทธิ์แรงงาน
พท.ฉะกกต.ช่วยโต๊ะจีนพปชร.
นายสุชาติ ลายน้ำเงิน อดีตส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย(พท.) กล่าวถึงกรณีโต๊ะจีนของพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ที่มีกระแสข่าวว่าประเด็นเรื่องเงินยังไม่เข้าบัญชีพรรค ทำให้กกต.อาจไม่สามารถเอาผิดได้ว่า หากเป็นเช่นนั้นจริงคงแปลกที่สุดในยุคปฏิรูป เพราะถือว่าความผิดสำเร็จแล้ว มีการจัดโต๊ะจีนระดมทุน มีการยื่นความจำนงและ ออกเช็คเพื่อซื้อโต๊ะจีนที่จัดโดยพปชร. สื่อมวลชนจำนวนมากนำเสนออย่างชัดเจน เปรียบเหมือนตำรวจจับกุมคนร้ายขโมยของเพราะกระทำความผิดที่สำเร็จแล้ว แต่พอถูกจับก็คืนของที่ขโมยมา ซึ่งก็ยังมีความผิด ต้องโทษอยู่ดี ทั้งนี้ กกต.ควรจะพิจารณาตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏ ไม่ควรหาช่องทางเพื่อช่วยเหลือกัน หากเป็นเช่นนั้นจริงถือว่าเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง
“ตู่”ลั่นหนุนยุทธศาสตร์เชื่อมโลก
วันที่ 27 เม.ย. เวลา 08.15 น.ตามเวลาท้องถิ่นกรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงผลการเข้าร่วมการประชุมข้อริเริ่มสายแถบและเส้นทาง BRI ครั้งที่ 2 ว่า ผลสำเร็จที่สำคัญของการประชุมคือ การรับรองแถลงการณ์ร่วมของการประชุมผู้นำโต๊ะกลม ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นของประเทศที่อยู่ในเส้นทางสายไหม ทั้งนี้ ระหว่างการประชุมมีโอกาสพบปะกับผู้นำระดับสูงของประเทศต่างๆ รวมทั้งหารือทวิภาคีกับผู้นำระดับสูงของจีน ได้แก่ นายสี จิ้น ผิง ประธานาธิบดีจีน นายหลี่ เค่อ เฉียง นายกฯ จีน และนายหาน เจิ้ง รองนายกฯ จีน ทั้งสองฝ่ายยืนยันจะรักษาพลวัตที่ดีของความสัมพันธ์ระหว่างกันในทุกระดับ เพิ่มพูนความร่วมมือด้านเศรษฐกิจดิจิตอล และการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม
“ผู้นำทุกประเทศพอใจและเห็นพ้องกันว่าช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ระหว่างกัน ดีที่สุดเพราะมีความร่วมมือหลายอย่างเกิดขึ้น แต่ละประเทศฝากให้ประเทศสมาชิกดูแลนักธุรกิจที่เข้าไปลงทุน ผมขอบคุณจีนที่ส่งนักท่องเที่ยวมาไทยกว่า 10 ล้านคนแล้ว ซึ่งประธานาธิบดีก็พร้อมจะสนับสนุนให้คนจีนมาท่องเที่ยวในไทยมากขึ้น ซึ่งผมยืนยันว่าจะดูแลนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจจีนอย่างดีที่สุด พร้อมตั้งเป้าหมายการค้าการลงทุนร่วมกันให้ได้จำนวน 140,000 ล้านเหรียญสหรัฐภายในปี 2564” นายกฯ กล่าว
นายกฯ กล่าวว่า สำหรับความร่วมมือรถไฟไทย-จีน ทั้งสองฝ่ายยินดีต่อความสำเร็จในการลงนามบันทึกความร่วมมือเส้นทางเชื่อมต่อทางรถไฟระหว่างหนองคาย-เวียงจันทน์ ซึ่งจะทำให้ภูมิภาคเชื่อมโยงกันและเป็นประโยชน์กับประชาชน และขยายเส้นทางเดินรถเชื่อมต่อโลก ย้ำว่ารัฐบาลยึดมั่นหลักการของ 3M คือ ความไว้เนื้อเชื่อใจกัน ความเคารพซึ่งกันและกัน และผลประโยชน์ร่วมกัน
จากนั้นเวลา 11.00 น. ที่ศูนย์ประชุมนานาชาติทะเลสาบเยี่ยนซี พล.อ.ประยุทธ์กล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมโต๊ะกลมเวทีข้อริเริ่มสายแถบและเส้นทาง โดยแสดงความชื่นชมวิสัยทัศน์ของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ที่ริเริ่มยุทธศาสตร์ BRI ซึ่งไทยจะให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ เพราะถือเป็นยุทธศาสตร์ที่ช่วยส่งเสริมสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคและโลก ส่งเสริมการเชื่อมโยง การพัฒนาเศรษฐกิจและการค้าโลก ส่งเสริมการเติบโตอย่างยั่งยืนและครอบคลุม ถือเป็นผลประโยชน์ที่ทุกฝ่ายจะได้รับร่วมกัน เชื่อมั่นว่าทุกประเทศจะร่วมมือกันส่งเสริมความเชื่อมโยงตามเจตนารมณ์ของยุทธศาสตร์ BRI เพื่อนำมาซึ่งสันติภาพ ความมั่งคั่งและการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อภูมิภาคและต่อโลกต่อไป
เมื่อเวลา 18.20 น. นายกฯและคณะ ออกเดินทางจากท่าอากาศยานนานาชาติกรุงปักกิ่ง ถึงท่าอากาศยานทหาร 2 (กองบิน 6) ดอนเมือง เมื่อมาถึง นายกฯ กล่าวเพียงสั้นๆ ถึงผลการประชุมว่า เรียบร้อยดี