ธนาธรลั่น! อนาคตใหม่ ลุยท้องถิ่นแน่ หมดยุคบ้านใหญ่ ไม่มีแล้วพ่อเป็น สส. ลูกเป็น สจ.

8 มิ.ย. 2562 - 20:09 น.

ธนาธรลั่น! อนาคตใหม่ ลุยท้องถิ่นแน่ หมดยุคบ้านใหญ่ ไม่มีแล้วพ่อเป็น สส. ลูกเป็น สจ.

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่​ 8​ มิ.ย. ​ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า​ ที่หอประชุมใหญ่ ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์​ พรรคอนาคตใหม่​ (อนค.)​ ได้จัดงาน​ “1 ปี​ พรรคอนาคตใหม่​ เดินไปด้วยกัน​ Walk with me Talk​ with me” โดยบรรยากาศตั้งแต่ช่วงเช้า​ มีแกนนำพรรค​และส.ส. เช่น นายชำนาญ​ จันทร์เรือง​ รองหัวหน้าพรรค​ นายรณวิต​ หล่อเลิศสุนทร​ รองหัวหน้าพรรค​ น.ส.​พรร​ณิ​การ์​ วา​นิช​ โฆษกพรรค​ นายเท่าพิภพ​ ลิ้มจิตรกร​ ส.ส.กทม.​ นพ.เอกภพ​ เพียรพิเศษ​ ส.ส.เชียงราย และประชาชนหลากหลายวัย​ ทยอยเดินทางมาร่วมงานอย่างคึกคักนับพันคน​​ ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ โดยทุกคนต้องเดินผ่านเครื่องสแกนวัถตุ​โลหะ​ ทั้งนี้​ ภายในงาน​มีบริการอาหารและเครื่องดื่ม การระดมทุน​ การขายสินค้าที่ระลึก​ และการตั้งโต๊ะรับสมัครสมาชิกพรรคด้วย​

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดช่วงบ่ายเป็นกิจกรรมพูดคุยบนเวที โดยส.ส.ของพรรค และบุคคลที่มีชื่อเสียงจากหลากหลายวงการ เช่น นายวรรณสิงห์ ประเสริฐกุล พิธีกรและนักเขียน บอกเล่าถึงประสบการณ์การเป็น 1 ใน 7 ล้านคน ที่รับชมการประชุมรัฐสภาลงมติเลือกพล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ ที่แม้จะรู้อยู่แล้วว่าพล.อ.ประยุทธ์จะชนะ แต่ก็ไม่สิ้นหวัง นายณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ กล่าวถึงความภาคภูมิใจที่ได้เป็นส.ส.จากกลุ่มชาติพันธุ์ม้งของไทย ทั้งที่เป็นคนหลังเขาเป็นคนชายขอบ นายกรุณพล เทียนสุวรรณ หรือเพชร ดาราชื่อดัง

ต่อมาเวลา 17.30 น. นายธนาธร จึงรุ่งเรือง หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่กล่าวว่า 1 ปีมานี้ภารกิจยังเหมือนเดิมคือหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจ ซึ่งทุกคนเห็นแล้วว่า การสืบทอดอำนาจของคสช.มีอยู่จริง จับต้องได้ตั้งแต่รัฐธรรมนูญ การแต่งตั้งกรรมการองค์กรอิสระ อย่างกกต. หรือศาลรัฐธรรมนูญ พยามยามบิดเบือนเสียงของการเลือกตั้ง สูตรคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อที่พิศดาร ที่เดิม ฝ่ายค้านคสช.ต้องมี 254 เสียง แต่เหลือแค่ 246 เสียงโดนขโมยไป 8 เสียง ซึ่งสำคัญมาก เพราะทำให้เรามีน้อยกว่า 250 เสียง และยังเห็นกลไกส.ว.แต่งตั้งที่มาบิดเบือนคะแนนของส.ส.

ขอดักคอก่อนเลยว่า ชนชั้นอภิสิทธิชนจะอ้างว่า ต่อให้ตัดเสียง ส.ว.ออกไป เสียงส.ส.สนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ยังมากกว่า แต่ฝ่ายประชาธิปไตยต้องเท่าทัน ต้องตอบคำถามนี้ให้ได้ว่า ต่อให้ตัดเสียงส.ว. เสียงส.ส.สนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ยังมากกว่าจริง แต่การที่มี 250 ส.ว.ตุนไว้ มันบิดเบือนการตัดสินใจตั้งรัฐบาล ของพรรคการเมือง ตามที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์บอกก่อนเลือกนายกฯ 1 วันว่า ต้องมองโลกด้วยความเป็นจริง การไปอยู่กับฝั่งต้านควช.อย่างไรก็ไม่ได้เป็นรัฐบาล ทั้งที่ฝ่ายเรารวมเสียงส.ส.ไว้246เสียงแล้ว ก็เพราะเขารู้ว่าอีกฝั่งมีส.ว.250 เสียงแล้ว จึงเป็นการบิดเบือนการตัดสินใจของพรรคการเมืองให้ร่วมพปชร. การใส่แจ๊กเก็ตประชาธิปไตยของคสช. จึงต้องบอกว่าไม่ใช่

70 วันหลังการเลือกตั้งเราเห็นว่าความพยายามสืบทอดอำนาจมีอยู่จริง ที่น่ากลัวคือ 249 ส.ว. ที่โหวตทิศทางเดียวกัน ไม่แตกแถวนั้น แสดงให้เห็นถึงความกลัว ความไม่แน่ใจ ความหวาดกลัวประชาชน จึงต้องตั้ง 250 ส.ว. สังคมแบบนี้น่ากลัวมากเพราะผู้มีอำนาจไม่ยอมให้ประชาชนมีอำนาจมาก และถ้าเขาไม่ถอยก็นึกไม่ออกจะเปลี่ยนสังคมให้เป็นประชาธิปไตยอย่างไร การครบรอบหนึ่งปีแทนที่จะได้ฉลองชัยชนะ ก็ต้องขอโทษอีกครั้งที่เราไม่อาจหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจของคสช.ได้

ยืนยันว่า แกนนำอนาคตใหม่ ไม่มีใครเสียกำลังใจ ไม่มีใครท้อถอยในวันนี้ และจะเดินหน้าแก้ปัญหาให้สังคมไทยอย่างต่อเนื่อง ปัญหาสังคมไทยถูกฉายภาพให้เห็นชัดเจนแล้ว ใจกลางปัญหาของสังคมไทยนับจากการรัฐประหาร 2549 นั้น โจทย์สำคัญคืออำนาจเป็นของใคร ถ้ายังตัดสินหาข้อสรุปนีไม่ได้ สังคมไทยจะเดินหน้าไม่ได้

ซึ่งรัฐธรรมนูญได้พยายามตอบโจทย์เรื่องนี้ ด้วยการทำให้อำนาจดูเหมือนเป็นของหมู่มาก แต่ไม่ใช่ ยังเป็นของอภิสิทธิชนคนกลุ่มน้อย ถ้ายังไม่ชนะในการจำกัดความว่า ประเทศนี้เป็นของใคร จะก้าวหน้าไม่ได้ ปัญหานี้ไม่มีวี่แววที่จะได้รับการแก้ไข คนที่มีอำนาจยังคงเชื่อว่า อำนาจต้องอยู่กับชนชั้นปกครอง กับ ประชาชนที่เชื่อว่าอำนาจต้องเป็นของประชาชน 1 ปีที่ผ่านมาโจทย์ยังเป็นโจทย์เดิม

นับจากนี้อนาคตใหม่จะแบ่งการทำงานเป็น 3 ส่วนคือ 1.การทำงานในสภา ซึ่งน่าเสียดาย ตนยังทำหน้าที่ไม่ได้จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญ จะมีคำวินิจฉัยเป็นอื่น แต่ตนกำชับส.ส.ให้ทำงานในสภาอย่างสร้างสรรค์ สร้างการมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา ผลักดันกระทู้ให้รัฐบาลนำปัญหาไปแก้ เสนอญัตติเพื่อหามติให้นำไปสู่การแก้ไข ใช้กลไกกมธ.ผลักดันวาระของอนาคตใหม่ และถ้าเรื่องใหญ่ จะผลักดันกฎหมาย ซึ่งอนาคตใหม่มีส.ส.เกิน 20 คน สามารถเสนอร่างกฎหมายได้ ให้นำไปสู่การแก้ปัญหาได้ เช่น ปัญหารัฐธรรมนูญ ปัญหาทุนผูกขาด ปัญหาการเกณฑ์ทหาร

2.สร้างพรรคการเมืองที่แข็งแกร่งกว่าเดิม 1 ปีนี้ อนาคตใหม่ยังห่างไกลกับความสมบูรณ์แบบ ยังมีความผิดพลาดเยอะในทางยุทธศาสตร์ และการปฏิบัติการณ์ กรรมการบริหารพรรคจะทำการสรุปบทเรียน จากทางเลือกที่เดินผิดทาง วิเคราะห์ประะมินผล โดยคนนอกสภาจะไปขยายแนวร่วม กลุ่มคนที่สนใจปัญหาเฉพาะด้านแต่ละกลุ่ม ส่งปัญหาให้ส.ส.ในสภาผลักดัน ทั้งยังต้องขยายฐานสมาชิกจาก 5.4 หมื่นคน ให้กว้างขึ้น เปิดโอกาสให้ทุกคนมีส่วนร่วม โหวตออนไลน์ในบางเรื่อง เพื่อฟังสมาชิกในการแก้ปัญหาที่ยากๆ ดูบ้าง

ต้องขยายความคิดและอุดมการณ์ให้คนหมู่มากกว่านี้ เพราะเรายังเข้าถึงคนส่วนใหญ่ไม่ได้ดีพอ สุดท้ายคือขยายฐานที่มาของเงินทุนพรรค เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่า ถ้าเงินมาจากนายทุนไม่กี่คน การตัดสินใจในเรื่องสำคัญจะปฏิเสธนายทุนพรรคไม่ได้ จึงจำเป็นต้องมีอิสระทางการเงิน ให้พรรคยืนหยัดในอุดมการณ์ที่เข้มแข็งได้ ไม่มีใครรู้ผมอีก 10 ปี อาจเปลี่ยนก็ได้ เพราะอำนาจหอมหวล ถ้าไม่มีฐานเงินทุนมากพอ คุณจะทำอะไรผมที่เปลี่ยนไปไม่ได้เลย แต่ถ้าเข็มแข็งจะสามารถเตะนายธนาธรออกไปได้ พรรคนี้ต้องใหญ่กว่าธนาธร ไกลกว่าปิยบุตร เข้มแข็งกว่าพรรณิการ์

3.ช่วงปลายไตรมาสสามต้นไตรมาสสี่ จะมีการเลือกตั้งท้องถิ่นเกิดขึ้น ที่ผ่านมาพรรคการเมืองมักไม่ส่งทีมเลือกตั้งโดยใช้ชื่อพรรค แต่อนาคตใหม่เชื่อว่าการเมืองท้องถิ่นสำคัญมาก จะส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งทัองถิ่น แต่ยอมรับว่า ยังไม่มีทรัพยากรคนเข้มแข็งพอจะส่งทั้ง 77 จังหวัด จึงมองเพียง 10 -20 จังหวัด ที่เรามีศักยภาพก่อน เพื่อหวังทำให้เห็นว่า คุณภาพชีวิตกับการเมืองเป็นเรื่องเดียวกัน ระบบขนส่งห่วยแตกก็คือการเมือง เราจะทำให้เห็นว่าอำนาจกับชีวิตประชาชนเป็นเรื่องเดียวกัน โดยอนาคตใหม่ส่วนกลางของพรรคจะทำตรงข้ามกับที่เผด็จการรวบอำนาจ เราจะผลักอำนาจให้กลับไปอยู่จังหวัดของท่าน เราจะเขย่าการเมืองท้องถิ่น หมดยุค พ่อเป็นส.ส.ลูกเป็นส.จ. หมดยุคบ้านใหญ่แล้ว มาเขย่าท้องถิ่นกัน

ผู้สมัครเลือกตั้งท้องถิ่น จะขับเคลื่อนผ่านนโยบาย เราจะแข่งท้องถิ่นด้วยนโยบาย เพราะที่ผ่านมาไม่เคยมี เลือกตั้งท้องถิ่นแข่งกันแค่เครือข่าย แต่ผมบอกแล้วว่า หมดยุคแล้ว แล้วเราไม่หวงถ้าเพื่อนพรรคอื่นอยากทำ ทำตามเลย คุณภาพการเมืองจะได้สูงขึ้น และต้องอย่าลืมเป้าหมายใหญ่ของพรรคอนาคตใหม่ ที่ไม่ได้หักเหเปลี่ยนแปลงเลย คือ เปลี่ยนประเทศให้น่าอยู่ เท่าเทียมกัน เสาหลักที่ค้ำจุนความไม่เป็นธรรม อย่างทุนผูกขาด บทบาทกองทัพ ที่ไม่เป็นประชาธิปไตย และรัฐราชการรวมศูนย์ที่กทม. ถ้าไม่แก้ไขไทยเดินไม่ได้ ทั้งสามส่วน จึงต้องเดินต่อสำหรับเตรียมการเลือกตั้งครั้งต่อไปเพื่อจัดการกับสามเสานี้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












seagame

ภาพที่



อัลบั้มภาพ ธนาธรลั่น! อนาคตใหม่ ลุยท้องถิ่นแน่ หมดยุคบ้านใหญ่ ไม่มีแล้วพ่อเป็น สส. ลูกเป็น สจ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง