ปิยบุตร สับมาตรา 272 ทำพรรคร่วมรัฐบาล 19 พรรค แย่งเก้าอี้รัฐมนตรี จนตั้งครม.ช้า

ปิยบุตร สับมาตรา 272 ทำพรรคร่วมรัฐบาล 19 พรรค แย่งเก้าอี้รัฐมนตรี จนตั้งครม.ช้า

ปิยบุตร – เมื่อวันที่ 20 มิ.ย. นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ในหัวข้อ “การแย่งเก้าอี้รัฐมนตรี คือผลพวงของการสืบทอดอำนาจของคณะรัฐประหาร” โดยระบุใจความดังนี้

ตลอด 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา เราพบเห็นข่าวการแย่งตำแหน่งรัฐมนตรีใน 19 พรรคร่วมรัฐบาล กลุ่มพรรคที่มี ส.ส. 1 คนก็รวมกันเรียกร้องตำแหน่ง กลุ่มพรรคที่มี ส.ส. 2-3 คนก็รวมตัวกันเรียกร้องตำแหน่ง

พรรคขนาดกลาง ก็ต้องสู้รบกับพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลในการดึงกระทรวงสำคัญไว้กับตนเอง พรรคขนาดกลาง ก็ต้องแบ่งสรรปันส่วนตำแหน่งให้แต่ละก้อนในพรรค ก้อนไหนไม่ได้ ก็เป็นข่าวแสดงความไม่พอใจ พรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ก็ต้องปวดหัวกับการแบ่งตำแหน่งรัฐมนตรีในพรรคที่มีเป็น 10 มุ้ง

ทั้งหลายทั้งปวงนี้ สร้างความรู้สึกสิ้นหวัง ผิดหวัง อิดหนาระอาใจ ให้กับพี่น้องประชาชน จนคนเริ่มคิดว่า นี่แหละการเมืองไทย นี่แหละเลือกตั้งมาแล้วก็มาแก่งแย่งตำแหน่งกัน

การเลือกตั้งครั้งหลังๆ เมื่อผลการเลือกตั้งออกพรรคการเมืองอันดับที่ 1 จะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่ครั้งนี้ พรรคที่ได้อันดับสอง ชิงจัดตั้งรัฐบาล โดยมีพรรคร่วม 19 พรรค มีเสียงเกินกึ่งหนึ่งของสภาผู้แทนราษฎรมาเพียงเล็กน้อยที่ 254 เสียง กลายเป็น “รัฐบาลสหพรรค-ปริ่มน้ำ” ปัจจัยอะไรที่เป็นแรงผลักดันให้พรรคอันดับสองต้องชิงตั้งรัฐบาลให้ได้ ?

ปัจจัยนั้นคือ รัฐธรรมนูญ มาตรา 272 ที่กำหนดให้สมาชิกวุฒิสภา 250 คน มาจากการแต่งตั้งของหัวหน้า คสช. และมีอำนาจ เลือกหัวหน้า คสช. เลือก ส.ว. มา 250 คน แล้ว ส.ว. ทั้งหมดก็มาเลือกหัวหน้า คสช. เป็นนายกรัฐมนตรี

พรรคการเมืองอันดับสองที่เสนอชื่อหัวหน้า คสช. เป็นนายกฯ มี ส.ว. 250 คนซุกในกระเป๋าเป็นทุนแบบนี้ ก็ต้องดึงดันเป็นแกนตั้งรัฐบาล พรรคขนาดกลางที่ประกาศหาเสียงไว้ชัดเจนว่าไม่เอาการสืบทอดอำนาจ คสช. ยอม “พลิกลิ้น” มาสืบทอดอำนาจคสช. เพราะทราบดีว่า หากไปร่วมกับอีกฝ่าย ก็ยากที่จะได้เป็นรัฐบาล เพราะไม่มีเสียง ส.ว. ช่วย

ลองจินตนาการดูว่า หากไม่มีมาตรา 272 หากไม่มี ส.ว. 250 คนที่หัวหน้า คสช. แต่งตั้ง หาก ส.ว. ไม่มีอำนาจเลือกนายกฯ พรรคการเมืองเหล่านี้จะตัดสินใจเช่นนี้หรือไม่ ? พรรคขนาดกลางคงมาร่วมกันหยุดการสืบทอดอำนาจ คสช. ไม่ต้องผิดคำพูดกับประชาชนแบบนี้

ดังนั้น มาตรา 272 จึงเป็นบทบัญญัติที่ก่อให้เกิดผลประหลาดต่อการจัดตั้งรัฐบาล บิดเบือนการตัดสินใจของแต่ละพรรค กำหนดพฤติกรรมและการตัดสินใจให้แต่ละพรรคเฉไฉไปจากที่ควรเป็น

ประชาชน ผู้ทรงอำนาจสูงสุด เป็นเจ้าของประเทศ และเป็นผู้จ่ายภาษี ต้องถูกบังคับให้พบเห็นการแย่งเก้าอี้รัฐมนตรีและการตั้งคณะรัฐมนตรีที่ล่าช้าแบบนี้

 

บทความก่อนหน้านี้ฟุตบอลโลกหญิง : “ชบาแก้ว” พบ ชิลี นัดสุดท้ายรอบแบ่งกลุ่ม ยังไม่หมดหวังเข้ารอบ 2
บทความถัดไปจับหนุ่มสวีเดน หนีหมายแดง ตุ๋นลงทุนบิทคอยน์ ในอเมริกา เหยื่อสูญร่วม600ล้าน