“อนาคตใหม่” ลุย “อมก๋อย” ฟังข้อมูลสร้างเหมืองถ่านหิน พบปชช.ค้าน หวั่นไร้ที่ทำกิน-กระทบสิ่งแวดล้อม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ นำทีมผู้บริหารพรรค สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ของพรรค อาทิ น.ส.เยาวลักษณ์ วงษ์ประภารัตน์ ,นายสุรชัย ศรีสารคาม ,น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ,นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ,นายนิติพล ผิวเหมาะ และนายณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์

ลงพื้นที่รับทราบข้อมูลโครงการเปิดเหมืองแร่ถ่านหิน พื้นที่ อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ โดยบริษัทเอกชนรายหนึ่งเข้ามาสำรวจ พร้อมขอประทานบัตรไว้ตั้งแต่เมื่อปี 2543 บนพื้นที่กว่า 284 ไร่ จากกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่

โดยที่ผ่านมามีการทำประชาคมหมู่บ้านและรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม โดยคณะกรรมการสำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีมติเห็นชอบรายงานการวิเคราะห์เมื่อปี 2554 ซึ่งระบุหลักฐานการประชาคมหมู่บ้านว่าประชาชนในพื้นที่ลงชื่อและลายนิ้วมือ เห็นชอบการทำเหมืองด้วย

อย่างไรก็ตามล่าสุดประชาชน อ.อมก๋อย ลงชื่อคัดค้านโครงการดังกล่าว ตลอดจนร่วมตัวกันก่อตั้งเครือข่ายยุติเหมืองแร่อมก๋อยด้วย

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่
เพิ่มเพื่อน

ทั้งนี้ จากการพูดคุยกับชาวบ้านหมู่บ้านกะเบอะดิน ต.อมก๋อย ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากโครงการดังกล่าว เปิดเผยว่า แม้โครงการจะมีมานานแล้ว แต่พวกเขาแทบไม่ทราบเรื่องกระบวนการต่างๆ ที่เกิดขึ้น

โดยเฉพาะการมีส่วนร่วม ไม่ว่าการทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือการทำประชาคมหมู่บ้าน มารู้ตัวอีกทีก็จากประกาศที่อำเภอ ว่าจะมีการทำเหมืองแร่ถ่านหินในพื้นที่ จึงร่วมกันลงชื่อคัดค้าน

ทั้งนี้ ข้อกังวลนอกจากเรื่องคนในชุมชนที่อาจต้องย้ายที่อยู่ และไม่รู้ว่าต้องไปอยู่ที่ไหนแล้ว ยังกังวลเรื่องสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของชาว อ.อมก๋อย ที่จะตามมาด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทีมงานพรรคอนาคตใหม่ได้รับทราบข้อมูลโครงการ ข้อกังวลและความเดือดร้อนของประชาชนจากคณะทำงานในพื้นที่ จากนั้นเดินทางไปพบปะประชาชนที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากโครงการดังกล่าวที่บ้านกะเบอะดิน และเดินทางไปยังบริเวณซึ่งจะเปิดทำเหมือง

พบว่า พื้นที่ดังกล่าวยังเป็นพื้นที่ป่าอุดมสมบูรณ์ มีประชาชนพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์อยู่มาหลายชั่วอายุคนใช้พื้นที่ทำกิน ทำนา ปลูกผักต่างๆ

ขณะที่บริเวณลำห้วยเป็นแหล่งต้นน้ำสำคัญ กังวลกันว่าถ้ามีการเปิดเหมืองจริง ไม่เพียงหมู่บ้านกะเบอะดินซึ่งมีประชาชนอาศัยอยู่ราว 200 หลังคาเรือนเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบ หากแต่ยังรวมถึงหมู่บ้านอื่นๆ จำนวนมากที่อาจต้องย้ายออกไป เนื่องจากต้องขยายถนนให้รถบรรทุกวิ่งเข้ามานำแร่ออกไป รวมถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้นจากการทำเหมืองแร่ดีบุกใน อ.อมก๋อย รวมถึงใน จ.เชียงใหม่ด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน