เลขาธิการ นปช. เผย แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ ถูกสั่งฟ้องในคดีพัทยาหมดทุกคน ยกเว้น “แรมโบ้อีสาน” อ้าง เอาตัวมาดำเนินคดีไม่ทัน!

เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) อดีตแกนนำพรรคไทยรักษาชาติ และแกนนำกลุ่มก้าวต่อไปเพื่อประชาธิปไตย โพสต์เฟซบุ๊กเปิดเผยถึงกรณี นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ หรือแรมโบ้อีสาน ไม่ถูกสั่งฟ้องในคดีเกิดเหตุระหว่างประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน เมื่อปี 2552 เนื่องจากอัยการนำตัวมาฟ้องไม่ทัน คดีจึงขาดอายุความ โดยระบุว่า

นาย​สุภรณ์ อัตถา​วงศ์ หรือ​แรม​โบ้​อีสาน 1 ใน​แกน​นำ​แนวร่วม​ประชาธิปไตย​ต่อต้าน​เผด็จการ​แห่งชาติ (นปช.) พร้อม​ด้วย​นาย​สุ​ชัย​วุธ ชาว​สวน​กล้วย ทนายความ เดินทาง​เข้า​มอบ​ตัว​ต่อ​พนักงาน​สอบสวน​สน.​ลุมพินี ใน​ข้อหา​ฝ่าฝืน​พ.ร.บ.​ความ​มั่นคง​ภายใน​ราช​อาณาจักร จาก​เหตุการณ์​การ​ชุมนุม​ที่​บริเวณ​แยก​ราช​ประสงค์ แขวง​ลุมพินี เขต​ปทุมวัน เมื่อ​เดือน​พ.ค.2553 โดย​นาย​สุภรณ์​ปฏิเสธ​ทุก​ข้อ​กล่าวหา เมื่อ 23 พ.ย.2554

วันนี้ผมไปที่ศาลจังหวัดพัทยา ทำหน้าที่จำเลยที่ 1 ร่วมกับคุณจตุพร คุณวีระกานต์ นพ.เหวง และคุณอดิศร จำเลยที่ 2 – 5 ในคดีเกิดเหตุระหว่างการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนเมื่อปี 2552 การชุมนุมคราวนั้นพวกเราเป็นจำเลยในศาลอาญา รัชดาแล้ว อยู่ในขั้นตอนการนัดสืบพยาน แต่เจ้าหน้าที่เอาพยานหลักฐานเดิมทั้งหมดมาฟ้องที่พัทยาอีกครั้ง จึงร้องต่อศาลว่าเป็นการฟ้องซ้ำหรือไม่ ซึ่งต้องรอคำวินิจฉัย

คดีที่พัทยามีผู้ต้องหาในชั้นพนักงานสอบสวนอีกคน คือ สุภรณ์ อัตถาวงศ์ หรือ แรมโบ้อีสาน แต่วันนี้อัยการบอกว่านำตัวบุคคลดังกล่าวมาฟ้องไม่ทัน คดีจึงขาดอายุความ !??!

ด้วยความสัตย์จริง ผมไม่ติดใจหากใครที่เคยต่อสู้กันมาจะหลุดพ้นคดี เพราะพี่น้องผมทั้งแกนนำและมวลชนเป็นกลุ่มคนที่ต้องคดีความ และถูกกระทำสารพัดรูปแบบหนักหนากว่ากลุ่มใดๆ แต่คำอธิบายว่าขาดอายุความ (ช่วงกลางเดือนเม.ย.62) เพราะนำตัวมาฟ้องไม่ได้ในคดีนี้ เป็นเรื่องที่ยังเข้าใจยาก

ผู้ต้องหาทั้ง 6 คนเป็นผู้สมัครส.ส.ต่างพรรค ยกเว้นคุณจตุพรซึ่งถูกตัดสิทธิ์แต่ก็เคลื่อนไหวในสนามเลือกตั้งอย่างต่อเนื่อง หลังการเลือกตั้งแต่ละคนยังปรากฏตัวในที่สาธารณะ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเป็นที่่พบเห็นได้ทั่วไป แต่มีเพียงคนเดียวที่นำตัวมาฟ้องไม่ได้

ผม คุณวีระกานต์ นพ.เหวง เป็นผู้สมัครพรรคไทยรักษาชาติ คุณอดิศร พรรคเพื่อไทย คุณจตุพร เป็นกองเชียร์พรรคเพื่อชาติ ส่วนคุณสุภรณ์ ย้ายจากพรรคเพื่อไทยไปเป็นผู้สมัครพรรคพลังประชารัฐ มีข้อแตกต่างกันทางคดีอย่างไรหรือไม่ เคยมีกระแสข่าวว่าคนบางกลุ่มใช้ประเด็นช่วยเหลือเรื่องคดีความ ชักชวนส.ส.ให้ย้ายไปอยู่พรรคที่ตั้งขึ้นใหม่ ไม่ทราบว่าคดีที่ผมพูดถึงอยู่มีตื้นลึกหนาบางเกี่ยวข้องอย่างไร

ยิ่งเห็นกรณีคุณอุตตม หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐที่เกี่ยวข้องกับคดีเงินกู้ธนาคารกรุงไทย แต่ไม่ถูกฟ้องดำเนินคดีเหมือนกรรมการคนอื่นๆ ก็ยิ่งไปกันใหญ่ สังคมใดที่กระบวนการยุติธรรมถูกใช้เป็นเงื่อนไขต่อรองผลประโยชน์ต่างๆ ได้ จะพูดถึงประชาธิปไตยและสันติสุขของประชาชนในมิติไหน

ย้ำอีกทีว่าคุณสุภรณ์พ้นคดี ผมไม่อิจฉา ไม่คาใจ

เพียงแต่สังเวชใจกับคำว่าอภินิหารทางกฎหมาย และปาฏิหาริย์แห่งหลักนิติธรรมที่เกิดขึ้นเท่านั้น

ด้านนางธิดา ถาวรเศรษฐ แกนนำนปช. กล่าวว่า ในฐานะที่ไปสังเกตการณ์ที่ศาลจังหวัดพัทยาในวันนี้นั้น นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ได้ตั้งข้อสังเกตกับศาลถึงกรณีดังกล่าว ซึ่งไม่ได้หมายความว่าจะต้องนำใครมาติดคุกด้วย ใครรอดคดีก็ยินดีด้วย เพียงแต่ต้องการให้ทราบถึงความไม่ชอบมาพากล ที่มีบางคนนั้นถูกฟ้องร้องด้วย แต่คดีหมดอายุความเพราะไม่สามารถนำตัวมาศาลได้

ซึ่งทำให้ตั้งข้อสังเกตถึงกระบวนการยุติธรรมนั้น เชื่อมโยงกับการสังกัดพรรคการเมืองหรือไม่ ถ้าใครสังกัดพรรคการเมืองหนึ่งก็จะถูกดำเนินคดีตลอด แต่หากไปสังกัดพรรคการเมืองอื่นนั้น กลับไม่เป็นไร ซึ่งกรณีดังกล่าวนี้ส่งผลต่อหลักนิติธรรมของสังคมไทยอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง

สำหรับ นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ หรือ แรมโบ้อีสาน เคยเป็นรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ในสมัยน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี เป็นอดีตส.ส.สังกัดพรรคไทยรักไทย เคยเป็นแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)

นายสุภรณ์ เข้าร่วมชุมนุมทางการเมืองกับกลุ่ม นปช.คนเสื้อแดงช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคมปี 2553 กระทั่งรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สั่งปฏิบัติการกระชับวงล้อม ก่อนที่แกนนำ นปช.จะประกาศสลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2553 ที่สี่แยกราชประสงค์ นายสุภรณ์ได้ส่งตัวแทนชี้แจงว่าจะเข้ามอบตัวต่อศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) หลังจากยกเลิกประกาศเคอร์ฟิว จากนั้นก็หายตัวไปและไม่ติดต่อกลับมาอีก แหล่งข่าวอ้างว่า นายสุภรณ์ไปหลบซ่อนตัวในประเทศเพื่อนบ้าน

ต่อมาหลังการรัฐประหารของคสช. 22 พฤษภาฯ 2557 นายสุภรณ์ ประกาศยุติบทบาททางการเมือง และเคยสาบานต่อหน้าอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม) อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา ว่าจะเลิกเล่นการเมือง และไม่ยุ่งเกี่ยวการเมืองไปตลอดชีวิต หลังเข้ายึดอำนาจของ คสช. นายสุภรณ์ ยังถูกทหารเข้าควบคุมตัว

ต่อมาเมื่อวันที่ 3 ส.ค.2561 นายสุภรณ์ นำพวงมาลัยดอกดาวเรือง ธูป เทียน และแผ่นทองคำเปลว นั่งคุกเข่ากราบไหว้อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี หรือย่าโม โดยก้มกราบ 3 ครั้ง ตั้งจิตอธิฐานและกล่าวถอนคำสาบานเลิกเล่นการเมือง พร้อมประกาศสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี


 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน