จากกรณีนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ 4 คนรุมทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บสาหัสที่ปากซอยรามอินทรา 109 แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ ก่อนมีพลเมืองดีช่วยกันพาตัวส่งรพ.นวมินทร์ก่อนย้ายไป รพ.มิชชั่น และ รพ.รามาธิบดี ตามลำดับ โดยเหตุเกิดเมื่อช่วงเที่ยงของวันที่ 28 มิ.ย. ท้องที่สน.มีนบุรี

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 1 ก.ค. ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี นางพัฒน์นรี ชาญกิจ แม่ของนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว เปิดเผยอาการของลูกชายล่าสุดด้วยสีหน้าเคร่งเครียด โดยกล่าวว่า อาการนิวตอนนี้เพิ่งผ่าตัดจมูกไป ยังมีเลือดไหลซึมๆ และหายใจทางปาก มีสติ คุยรู้เรื่องมากขึ้น ยังมีอาการหอบอยู่บ้าง เริ่มทานอาหารได้ ส่วนเรื่องที่มีข่าวว่านิวจะเดินทางกลับบ้านได้นั้น ยังต้องรอคุณหมอวินิจฉัยอาการอยู่ ซึ่งดูอาการของนิวตอนนี้ คิดว่ายังไม่พร้อมออกจากโรงพยาบาล

นางพัฒน์นรี กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้มีเจ้าหน้าที่มาติดต่อขอสอบปากคำ แต่นิวก็ปฏิเสธไป โดยให้เห็นผลว่ายังไม่พร้อมให้ปากคำ ถ้าเป็นเรื่องหนี้นอกระบบ ให้ตัดไปได้เลย จริงอยู่ว่านิวเคยให้สัมภาษณ์ แต่ก็นานมาแล้ว ตั้งแต่พ่อเขาเคยขับวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง และที่มีสื่อมวลชนไปออกข่าวว่านิว จำหน้าคนร้ายได้นั้น ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด นิวไม่เคยพูด ไม่ได้มาจากปากนิว ตอนนี้แม่เป็นห่วงเรื่องสุขภาพของนิวมากกว่า ตอนนี้ตาของเขามองเห็นดีขึ้นจากเดิม ตนกังวล อยากให้เขากลับมามองเห็นเหมือนเดิม

นางพัฒน์นรี กล่าวต่ออีกว่า ส่วนเรื่องติดตามตัวคนร้ายนั้น คิดว่าเจ้าหน้าที่ได้ทำเต็มที่แล้ว ทางแม่พร้อมให้ความร่วมมือตลอดเวลา ตอนนี้ก็มีความระแวงอยู่ ห่วงในเรื่องความปลอดภัย แต่จะให้ทำอย่างไรได้ เรากลัว แต่ชีวิตเรายังต้องเดินหน้าไปต่อ ส่วนเรื่องกล้องวงจรปิด นิวก็คุยไว้บ้างว่า ต่อไปนี้ที่บ้านอาจจะต้องติดตั้งกล้องวงจรปิด ซึ่งนิวมองว่ามีความจำเป็น และเป็นห่วงน้องกับยาย ซึ่งบ้านหลังนี้จะอยู่มาครบ 10 ปีแล้ว

“ตอนนี้แม่ทุกข์มากที่เห็นลูกนอนเจ็บปวดอยู่ ขอให้เห็นใจแม่บ้าง แม่ทุกข์ใจมาก ที่เห็นลูกนอนพะงาบๆ อยู่ ได้แต่ภาวนาให้ลูกหายไวไว” นางพัฒน์นรี กล่าว

ต่อมาเมื่อเวลา 15.00 น. ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี นพ.ทศพร เสรีรักษ์ อดีตรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี อดีตโฆษกประจำสำนักนายรัฐมนตรี ในฐานะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจักษุ ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนหลังจากเยี่ยมและตรวจอาการของจ่านิว

เผยอาการตา จาก “หมอทศพร” ชี้ได้รับการกระทบกระเทือน

นพ.ทศพร กล่าวว่า จากที่ขึ้นไปเยี่ยมอาการของนายสิรวิชญ์ ดีขึ้นตามลำดับ แต่ยังน่าเป็นห่วงอยู่ พูดโต้ตอบได้บ้าง แต่ไม่มาก เพราะหายใจทางปากอยู่ ระยะเวลาในการรักษากว่าจะหายใจทางจมูกได้เหมือนปกติ ต้องใช้ระยะเวลาประมาณ 1 เดือน

ในส่วนของสมองไม่มีปัญหา กังวลเพียงแค่เรื่องดวงตา ตนตรวจดูพบว่าตาบวมแดง มีเลือดออกบริเวณใต้เยื่อบุตา กระบอกตาร้าว แต่ไม่ถึงฉีกขาด ถือว่าโชคดีมาก เพราะหากตาแดงกว่านี้ หรือถูกตีแรงกว่านี้ อาจจะทำให้ตาบอด หรือการรักษายากขึ้น

นอกจากนี้จอประสาทตาได้รับความกระทบกระเทือน ทำให้ไม่สามารถมองเห็นชัดเจนได้ในระยะ 1-2 ฟุต อาการดังกล่าวยังไม่ต้องผ่าตัด มีเพียงให้ยาและติดตามอาการใกล้ชิด

“ขอเป็นกำลังใจกับทางครอบครัว โดยเฉพาะคุณแม่ที่คอยดูแลอยู่ไม่ห่าง ผมได้อธิบายอาการป่วยให้คุณแม่ฟังเพื่อให้เข้าใจ ไม่วิตกกังวล พร้อมกับมอบรูปวาดของจ่านิว ที่ผมวาดเอง เพื่อเป็นกำลังใจให้กับครอบครัวด้วย” นพ.ทศพร กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดทั้งวันมีบุคคลสำคัญและนักการเมือง มาเยี่ยมอาการป่วยของนายสิรวิชญ์ อย่างต่อเนื่อง อาทิ พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี อดีตที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ อดีตรองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ฝ่ายการเมือง (กอ.รมน.) นายสุธรรม แสงปทุม อดีตประธานกรรมการบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) และอดีตแกนนำพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกฯ และอดีตประธานยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) เป็นต้น

ในส่วนการรักษาความปลอดภัย มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ 1 นายและรปภ. 2 นาย คอยดูแลความปลอดภัยหน้าห้องพักฟื้นของนายสิรวิชญ์ ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่อนุญาตให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปโดยเด็ดขาด ส่วนสื่อมวลชนให้รออยู่ด้านล่าง และติดต่อกับเจ้าหน้าที่ทุกครั้ง ล่าสุดได้จำกัดการเข้าเยี่ยมให้เข้มงวดยิ่งขึ้น และให้เข้าเยี่ยมเท่าที่จำเป็น เนื่องจากจ่านิว อยู่ในช่วงพักฟื้นเพื่อรักษาต่อไป


 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน