“จ่านิว” โต้บิ๊กป้อม หลังลั่นเงื่อนไข ให้เลิกยุ่งการเมือง ‘เสรีภาพ ไม่ใช่ค่าคุ้มครอง!’

“จ่านิว” โต้บิ๊กป้อม หลังลั่นเงื่อนไข ให้เลิกยุ่งการเมือง ถ้าอยากให้รักษาความปลอดภัย ‘เสรีภาพ ไม่ใช่ค่าคุ้มครอง!’

เมื่อกลางดึกของวันที่ 8 ก.ค. นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว นักกิจกรรมทางการเมือง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก โดยให้ผู้อื่นพิมพ์ให้เนื่องจากยังต้องรักษา และพักฟื้น อาการบาดเจ็บที่ตาอยู่ที่บ้าน ซึ่งได้กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงตนในเรื่องของการคุ้มครองพยาน โดยให้ข่าวตรงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า เงื่อนไขของการคุ้มครองพยาน คือการห้ามเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเมืองอีก ว่า

ช่วงนี้ตนเองต้องพักการเคลื่อนไหวอยู่แล้ว เนื่องจากปัญหาสุขภาพ หลังโดนทำร้ายร่างกายมาถึง 2 ครั้ง และยังไม่สามารถจับตัวผู้กระทำมาดำเนินคดีได้ อีกทั้งโครงการไปศึกษาต่อยังต่างประเทศของตนนั้น ต้องเลื่อนออกไปอีกสักระยะ จนกว่าอาการตา จะกลับมาปกติ ถึงจะเดินหน้าเรื่องนี้ต่อ

นายสิรวิชญ์ กล่าวตอนหนึ่งว่า การแสดงความคิดเห็นทางการเมืองของตนนั้น คือสิทธิเสรีภาพพื้นฐาน ที่มีอยู่ในตัวของทุกๆคนในประเทศนี้ที่ไม่ว่าใคร จะมาพรากจากไปไม่ได้ มันเป็นสิทธิที่ไม่ควรให้ใครมาหยิบไปเป็นเงื่อนไขที่เอามาเที่ยวใช้ “แลก” เพื่อเป็น “ค่าคุ้มครอง” ในการรักษาความปลอดภัยใดๆ

“ลำพังแค่ผมบาดเจ็บทางร่างกายอย่างหนัก จากการถูกทำร้ายร่างกาย เพียงเพราะเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างสันติมาโดยตลอดหลายปี นอนโรงพยาบเป็นสิบวัน เสียการดำเนินชีวิตปกติ ที่จะไปไหนแบบอิสระ ไร้ความระแวง มันก็มากเกินพอที่ผมจะต้องจำใจเสียแล้ว ทำไมผมต้องยอม “เสียจิตวิญญาณเสรี” และค่าไถ่เพื่อให้ตัวเองอยู่อย่างปลอดภัย ด้วยการ “เลิกเห็นต่าง” จากผู้มีอำนาจอีกเหรอ?” นายสิรวิชญ์ กล่าว

นอกจากนี้ นายสิรวิชญ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่มีเจ้าหน้าที่รัฐทั้งในและนอกเครื่องแบบ ไปหานักกิจกรรม อาจารย์มหาวิทยาลัย นักศึกษา และอดีตนักกิจกรรมที่เลิกเคลื่อนไหวหลายสิบคนถึงประตูบ้าน โดยอ้างว่าทำไปเพื่อดูแลความปลอดภัย แต่ความจริงคือ ไปถามว่าพวกเขาจะทำกิจกรรมเกี่ยวกับตน หรือการเมืองหรือไม่ บางคนถึงขนาดถูกขอให้หยุด ทั้งนี้การกระทำดังกล่าวมันเกินกว่าเหตุที่กระทำต่อประชาชน จึงขอส่งกำลังใจให้ทุกคน ขอให้ยืนหยัดอย่างหนักแน่นไปด้วยกัน

“ผมอยากสื่อสารว่า นี่ไม่ใช่การดูแลรักษาความปลอดภัย อย่าเอามาอ้าง นี่มันคือการ “คุกคามสิทธิเสรีภาพ” ของประชาชน ที่ผ่านมา 5 ปี ของ คสช.ยังไม่พออีกหรือ นี่จะตั้งรัฐบาลใหม่ พยายามจะฟอกขาวว่าตัวเองมาจากการเลือกตั้ง ใสสะอาด แต่พฤติกรรมก็ยังละทิ้ง “นิสัยเผด็จการ” กันยังไม่ได้ นี่เหรอ รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย ทำไมบรรยากาศมันช่างไม่มีความแตกต่างจากรัฐบาลที่แล้ว ที่ยึดอำนาจ ด้วยการทำรัฐประหาร และปกครองกันด้วยระบอบเผด็จการ ซะเหลือเกิน?” นายสิรวิชญ์ กล่าวปิดท้าย


 

บทความก่อนหน้านี้‘บิ๊กตู่’ ชวน แห่เทียนเข้าพรรษา บอกทำบุญชาตินี้ไม่ต้องหวังชาติหน้า!
บทความถัดไปรัศมีแข เจ้าสาวป้ายแดง ไม่ยุ่งเรื่อง ต้นหอม ขออยู่ใกล้ๆเป็นกำลังใจ