อุ๊ ซัดพี่สาว จอห์น วิญญู อ่อนด้อย ลั่นกูต่อต้านทหารปฏิวัติมาก่อนมึง แต่กูแยกแยะเป็น
อุ๊ – จากกรณีที่ ผศ.ดร.วาสนา วงศ์สุรวัฒน์ อาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเป็นพี่สาวของ จอห์น วิญญู ดีเจ-พิธีกร คนดัง ทวีตข้อความถึงนักร้องยุค 90’s โดยมีใจความว่า
“เศรษฐกิจมันคงย่ำมากจริงๆ บรรดานักร้องยุค 90’s ถึงได้เรียงหน้ากันมาเรียกแขกเต็มไปหมด ถ้าศึกษาประวัติศาสตร์จะเห็นว่า สลิ่มไม่เคยช่วยสลิ่มถังแตกด้วยกันนะคะ ตั้งแต่ Bangkok Joyride ถึงปั้นจั่น”
ล่าสุดเมื่อวันที่ 13 ก.ค. อุ๊ หฤทัย ม่วงบุญศรี ศิลปิน-นักร้อง ได้ออกมาตอบโต้ประเด็นดังกล่าว โดยร่ายยาวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวดังนี้
“มึงคือใคร ? กูไม่รู้จัก แต่ที่มึงบอกว่า คงเพราะเศรษฐกิจมันคงแย่มาก นักร้องยุค 90’s เรียงหน้ากันออกมาเรียกแขกเต็มไปหมด เป็นความคิดเห็นที่อ่อนด้อย หรืออ่อนโลกมาก เพราะว่ากูไม่กลัวพวกมึง กูไม่กลัวกระแสใดๆเลยต่างหาก กูถึงกล้าเผชิญหน้ากับพวกมึง!”
“ก็เป็นคนไทยคนนึงที่ติดตามการเมืองตลอด ตอนกู 3-16 ขวบ พ่อแม่กูพากูไปงานรำลึก 14 ตุลาฯ ที่ม.ธรรมศาสตร์ทุกปีไม่เคยขาด กูเป็นคนรักชาติ รักประชาธิปไตยเหมือนคนไทยคนอื่น กูไม่ชอบที่ทหารปฏิวัติแล้วยึดอำนาจ ในยุคประภาสและจอมพลถนอมเหมือนกัน แต่กูแยกแยะได้ อะไรคือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับประเทศชาติ”
“ในยุครัฐประหารโดย รสช. มึงคงจำได้ กูนี้แหละคือ “นักศึกษาช่างศิลป” ขณะนั้นร่วมชุมนุมตั้งแต่วันแรกที่หน้ารัฐสภาฯ ตั้งแต่เดือนมีนาคมปี 2535 กูกินนอนหน้ารัฐสภาจนถึงเดือน พฤษภาคมที่ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จนเกิดเหตุการณ์พฤษภาคมทมิฬ ในวันที่ 17-18 พฤษภาคมปี 2535 เหตุการณ์รุนแรง กูก็ไม่เคยกลัวตาย!”
กูติดคุก 3 วัน สุดท้าย! ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงมอบความสามัคคีให้คนทุกฝ่าย นั้นคือสิ่งที่กูได้รู้และตระหนักถึงความสำคัญของการมีสถาบันพระมหากษัตริย์ให้เรารัก ให้เรารู้จักสามัคคีและให้อภัย
เหตุการณ์ชาติบ้านเมืองเป็นประชาธิปไตยเรื่อยมา จนถึงวันที่ 3 ก.ค. 2540 วันปล่อยค่าเงินบาทลอยตัว คนไทยได้รู้ซึ้งถึงคำว่า เสรีภาพทางการเงินมากเกินไป จนแทบสิ้นชาติจากทุนนิยมสามานย์ แล้วประชาธิปไตย ก็นำพาประเทศเข้าสู่ ระบอบทักษิณหรือ ระบอบเผด็จการรัฐสภา คือทุนนิยมสามานย์เพื่อการผูกขาดประเทศสร้างความเสียหายให้กับประเทศไทยอย่างถึงที่สุด
กูจึงต้องไปสมัครลงเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาเขตในปี 2549 เพื่อทำงานการเมืองท้องถิ่นสู้กับระบอบทักษิณ แม้ส่วนตัวจะไม่ได้เกลียดครอบครัวตระกูลชินวัตร แต่กูก็ต้องสู้เพื่อขับเคลื่อนการทำงาน ส่วนเล็กๆที่มีผลกระทบกับฐานเสียงของระบอบเผด็จการรัฐสภาในระดับชาติถึง 2 สมัยในการเลือกตั้งและอีกหลายๆครั้งในการสู้กับการเมืองระดับชาติ ทุกครั้งที่กูเคลื่อนไหวกูไม่เคยแพ้! เพราะกูสู้ด้วยใจ ไม่ใช่เพราะเงินหรืออำนาจ!
จนวันนี้ กูต้องกลับมาอีก กลับมาครั้งนี้มึงจะได้รู้ซึ้ง ว่านักร้องยุค 90’s อย่างกูมีประสิทธิภาพมากกว่าที่พวกมึงคิดนัก จงสำเหนียกตัวเองไว้ด้วย อย่าดูถูกดูแคลนคนที่เค้าปกป้องชาติศาสนาพระมหากษัตริย์ เค้าทำดีกว่ามึงเยอะ โดยมิได้หวังผลตอบแทนใดๆ อย่างที่มึงคิด!