ศาลรัฐธรรมนูญ รับคำร้อง อนาคตใหม่ล้มล้างปกครอง – รับวินิจฉัยคุณสมบัติ ประยุทธ์

ศาลรัฐธรรมนูญ

ศาลรัฐธรรมนูญ รับคำร้อง อนาคตใหม่ล้มล้างปกครอง – รับวินิจฉัยคุณสมบัติ ประยุทธ์

วันที่ 19 ก.ค. สำนักงาน ศาลรัฐธรรมนูญ ได้เผยแพร่เอกสารข่าวระบุว่า ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้ประชุมปรึกษาพิจารณาคดี 3 คำร้อง คือ 1.กรณีประธานสภาส่งคำร้องของส.ส. 110 คน ขอให้ศาลวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอซา นายกฯและรมว.กลาโหม สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 82 วรรคหนึ่ง

เนื่องจากมีลักษณะต้องห้ามในการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญมาตรา 360 (2) ประกอบมาตรา 98 (1) เพราะเหตุเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐนั้น ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาว่า กรณีดังกล่าวเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 10 วรรคสาม และมาตรา 82 ประกอบพ.ร.ป.ว่าด้วยวิรีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 มาตรา 7 (9) แล้ว

ศาลรัฐธรรมนูญ จึงสั่งรับคำร้องนี้ไว้พิจาณาวินิจฉัย และแจ้งให้ผู้ร้องทราบ พร้อมส่งสำเนาคำร้องให้ผู้ถูกร้อง เพื่อยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับสำเนาคำร้อง

ส่วนการพิจารณากรณีให้ผู้ถูกร้องหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่นั้น เห็นว่ารัฐธรรมนูญ มาตรา 92 วรรคสอง บัญญัติเงื่อนไขไว้ว่าจะต้อง “ปรากฏเหตุอันควรสงสัยว่าผู้ถูกร้องมีกรณีตามที่ถูกร้อง” ซึ่งตามคำร้องและเอกสารประกอบคำร้อง ก็ไม่ปรากฏเหตุอันควรสงสัยว่ามีกรณีตามที่ถูกร้องที่จะทำให้เกิดความเสียหายแต่ประการใด ประกอบกับผู้ร้องไม่ได้มีคำขอในส่วนนี้ จึงยังไม่เข้าเงื่อนไขที่จะสั่งให้ผู้ถูกร้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ มาตร 82 วรรคสอง

อนาคตใหม่

2.กรณีนายณฐพร โตประยูร อดีตที่ปรึกษาประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ยื่นคำร้อง ขอให้ศาลวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตร 49 ว่า การกระทำของพรรคอนาคตใหม่ (ผู้ถูกร้องที่ 1) นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ (ผู้ถูกร้องที่ 2) นายปิยบุตร แสงกนกกุล (ผู้ถูกร้องที่ 3) และกก.บห.พรรคอนาคตใหม่ (ผู้ถูกร้องที่ 4) เป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขหรือไม่นั้น

ศาลมีมติเสียงข้างมาก 5 ต่อ 4 เห็นว่าผู้ร้องได้ใช้สิทธิร้องต่ออัยการสูงสุด เพื่อร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 วรรคสองแล้ว แต่อัยการสูงสุดไม่ได้ดำเนินการภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับคำร้องขอ

กรณีดังกล่าวจึงเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 99 วรรคสาม ที่ผู้ร้องจะยื่นคำร้องโดยตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ จึงมีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจาณาวินิจฉัย แจ้งให้ผู้ร้องทราบ ส่งสำเนาคำร้องให้ผู้ถูกร้องทั้ง 4 ยืนคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับสำเนาคำร้อง

ความเป็นรัฐมนตรี

3.กรณีกกต.ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสามว่า ความเป็นรัฐมนตรีของม.ล.ปนัดดา ดิศกุล, นายสุวิทย์ เมษินทรีย์, นายไพรินทร์ ชูโซติถาวร และนายธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (5) หรือไม่

โดยศาลรัฐธรรมนูญ ได้อภิปรายเพื่อนำไปสู่การวินิจฉัยแล้วเห็นว่า คดีมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะวินิจฉัยได้ จึงไม่ไต่สวน ตามพ.ร.ป.วิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ มาตรา 58 วรรคหนึ่ง และนัดอ่านคำวินิจฉัยให้คู่กรณีฟังในวันที่ 27 ส.ค. เวลา 14.00 น. และหากคู่กรณีประสงค์จะยื่นคำแถลงการณ์ปิดคดีเป็นหนังสือ ให้ยื่นต่อตาลรัฐธรรมนูญภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง

บทความก่อนหน้านี้บดเรียบ! ตร.แม่ฮ่องสอน แถลงยึดจยย.แว้น นำรถทำลายท่อแต่งซิ่งกว่า 100 ชิ้น
บทความถัดไปดวงวันเสาร์ที่ 20 กรกฎาคม 2562  ราศีไหนได้ลาภเป็นสิ่งหายาก ราศีใดควรงดเที่ยวกลางคืน