เมื่อวันที่ 3 เม.ย. ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมในการรักษาความปลอดภัย และลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2560 โดยมีผู้แทนส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมพร้อมเพรียง
จากนั้นเวลา 11.30 น. พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เป็นการประชุมเพื่อป้องกันการสูญเสียชีวิตทรัพย์สินของประชาชนช่วงเทศกานสงกรานต์ โดยเน้นย้ำเรื่องความเร็วในการใช้รถบนท้องถนน และการรัดเข็มขัดนิรภัย ดังนั้นต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง
อย่างไรก็ตาม ช่วงเทศกาลสงกรานต์ขอฝากไปยังพี่น้องประชาชนว่า ยังอยู่ในช่วงถวายความไว้อาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 อยู่ ตนก็ขอให้ประชาชนเล่นสงกรานต์อย่างพอประมาณ โดยเฉพาะการเล่นน้ำบนท้ายกระบะรถนั้น ตนคิดว่าไม่อยากให้ประชาชนขึ้นท้ายรถกระบะแล้วออกมาบนถนนเส้นหลัก หรือถนนทางหลวง แต่ถ้าเป็นถนนในท้องถิ่น หรือเขตชุมชน เจ้าหน้าที่จะอนุโลมสามารถเล่นน้ำได้ เนื่องจากรถไม่สามารถทำความเร็วได้ อีกทั้งปริมาณรถก็ไม่เยอะ จึงไม่น่าจะมีความสูญเสีย แต่ถ้าฝ่าฝืนขึ้นมาเล่นบนถนนใหญ่จะก่อให้เกิดความสูญเสียทั้งตนเอง และบุคคลอื่น ดังนั้นจึงไม่สามารถทำได้
“ส่วนในเขตเมืองใหญ่ที่ประชาชนน้ำถังน้ำขึ้นรถกระบะมาเล่นสงกรานต์นั้น คิดว่าในเมืองรถติด เราคงไปห้ามไม่ได้ ซึ่งผมขอให้เล่นพอประมาณ ถ้าขึ้นมาเล่นบนถนนสายหลักขอย้ำว่าเล่นไม่ได้” พล.อ.ประวิตร กล่าว
เมื่อถามว่า มาตรการรักษาความปลอดภัย และลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ ตั้งเป้าหมายไว้เท่าใด พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เราไม่ได้กำหนดเป้าหมายไว้ ส่วนมาตรการการใช้น้ำได้พูดคุยกับกระทรวงมหาดไทยในการจัดโซนนิ่งหรือไม่ ตนคิดว่าไม่มีการจัดพื้นที่โซนนิ่ง เพราะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจในการใช้น้ำของประชาชน โดยอยากให้คำนึงว่าเราเป็นประเทศอย่างไร ควรใช้น้ำแบบไหน และรักษาน้ำไว้ใช้เพื่ออะไร
พล.อ.ประวิตร กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ตนขอให้มีความระมัดระวังในเรื่องการก่อวินาศกรรมตามสถานที่ต่างๆ เช่น สถานที่ที่ประชาชนอยู่เยอะๆ สถานที่ราชการ ศูนย์การค้า รวมทั้งสถานีรถไฟฟ้า เป็นต้น ขณะเดียวกันประชาชนต้องช่วยเป็นหูเป็นตาให้เจ้าหน้าที่ หากเห็นสิ่งใดผิดปกติก็สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ทหารตำรวจ และฝ่ายปกครองด้วย เพราะลำพังเจ้าหน้าที่อย่างเดียงคงดูไม่หมด ซึ่งเราหวังความร่วมมือจากทุกๆภาคส่วน เพื่อให้เกิดความสูญเสียน้อยที่สุด ทั้งนี้ย้ำว่าทางการข่าวทหาร ตำรวจ และสำนักงานข่าวกรองแห่งชาติ ยังไม่พบว่าจะมีเหตุรุนแรงเกิดขึ้น
