‘ไพบูลย์’ โยน กกต. ชี้ขาด คิดปาร์ตี้ลิสต์ เย้ยเพื่อไทยขวัญอ่อน กลัวไพบูลย์โมเดล
เมื่อวันที่ 28 ส.ค. นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนปฏิรูป ให้สัมภาษณ์ถึงกระบวนการภายหลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติให้พรรคประชาชนปฏิรูปสิ้นสภาพตามกรรมการบริหารพรรค ยื่นขอเลิกกิจการ ว่า ต้องรอให้มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาก่อน พรรคประชาชนปฏิรูปถึงจะสิ้นสภาพไปอย่างสมบูรณ์ ซึ่งสมาชิกภาพของตนก็จะสิ้นสภาพไปด้วย จากนั้นถึงจะเข้าสมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐได้
นายไพบูลย์ กล่าวต่อว่า ส่วน 45,000 คะแนนที่พรรคประชาชนปฏิรูปได้รับมาจากการเลือกตั้งวันที่ 24 มี.ค.ที่ผ่านมานั้น กฎหมายไม่ได้เขียนไว้ แต่ในรัฐธรรมนูญ รวมไปถึงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 ระบุว่า เมื่อพรรคสิ้นสภาพทุกอย่างก็หมดไป แต่สถานะความเป็นส.ส.ของตนยังอยู่ โดยอำนาจของมาตรา 91 วรรคสี่ ของพ.ร.ป.พรรคการเมือง ประกอบตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 (10) คุ้มครองสถานะส.ส.ไว้ ในกรณีที่พรรคสิ้นสภาพไป
เมื่อถามว่า หากมีการเลือกตั้งซ่อมเกิดขึ้นภายใน 1 ปีนับจากวันเลือกตั้ง และต้องนำคะแนนมาคำนวณ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อใหม่ จะต้องนำคะแนนในส่วนที่พรรคประชาชนปฏิรูปได้รับมาคิดด้วยหรือไม่ นายไพบูลย์ กล่าวว่า กฎหมายไม่ได้เขียนไว้ อะไรที่รัฐธรรมนูญ หรือกฎหมายลูกไม่ได้เขียนถึงก็ปฏิบัติไม่ได้ อาจจะคิดคำนวณโดยไม่มี 45,000 คะแนนของพรรคประชาชนปฏิรูปหรือไม่ ที่ผ่านมาตนไม่คิดไปไกลว่าการเลิกกิจการพรรคจะมีเรื่องถึงขนาดนั้น เพราะเป็นเรื่องอนาคต ไม่ใช่เรื่องของเรา เพราะเป็นอำนาจของกกต. แต่หากจะมีมือดีไปร้องถึงสถานะความเป็นส.ส.ในอนาคตนั้น หากต้องพ้นสถานะความเป็นส.ส.ไปตามรัฐธรรมนูญ และกฎหมายลูก แบบไม่คิดกันเอาเอง ก็ไม่มีปัญหา จะสิ้นสภาพก็สิ้นสภาพไป
เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทยมองว่า กรณีนี้อาจจะเป็นเชื้อไปสู่เรื่องอื่นในอนาคต นายไพบูลย์ กล่าวว่า ถือเป็นการวิตกจริตของคนขวัญอ่อน ที่ผ่านมามีแต่เขียนเสือให้วัวกลัว แต่นี่วัวเขียนเสือให้วัวด้วยกันเองกลัว คิดไปไกลจนทำให้เพื่อนบ้าน อย่างพรรคอนาคตใหม่ กลัวกันไปหมด ตนไม่ได้คิดอะไรไปไกลถึงขนาดไพบูลย์โมเดลเลย ไม่รู้คิดอะไรกันเยอะแยะ แค่เมื่อพรรคมันไปไม่ได้ก็ขอเลิกกิจการ ตามพ.ร.ป.พรรคการเมือง มาตรา 91 (7) ไม่ได้ยุบ แต่ขอเลิกตามข้อบังคับก็เท่านั้นเอง กฎหมายให้ทำแค่ไหนก็ทำแค่นั้น เกินกว่ากฎหมายมันก็ไปไม่ได้อยู่แล้ว
