ภรรยา “อับดุลเลาะ” บุกสภา ยื่นจี้สอบเหตุ “สามีเสียชีวิต” หลังถูกคุมตัวเข้าค่ายทหาร

ภรรยา “อับดุลเลาะ” ยื่นหนังสือ อนค. จี้ ตรวจสอบเหตุเสียชีวิต ด้าน “ช่อ” เผย ตั้งแต่ปี 47 มีเคสแบบนี้แล้ว 54 ราย 100 % เป็นมุสลิมเชื้อสายมลายู “เสธโหน่ง” ชี้ ต้องปรามเจ้าหน้าที่ไม่ให้ลุแก่อำนาจ

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 4 ก.ย. ที่รัฐสภา น.ส.ซูไมย๊ะห์ มิงกะ ภรรยาของนายอับดุลเลาะ อีซอมูซอ พร้อมญาติของนายอับดุลเลาะ เดินทางมายื่นหนังสือถึงพรรคอนาคตใหม่ กรณีขอให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงการเสียชีวิตของนายอับดุลเลาะ หลังถูกควบคุมตัวที่ค่ายอิงคยุทธบริหาร จ.ปัตตานี โดยมีน.ส.พรรณิการ์ วาณิช โฆษกพรรคอนาคต ใหม่เป็นผู้รับหนังสือ

น.ส.พรรณิการ์ กล่าวว่า ทางพรรคอนาคตใหม่ได้ติดตามเรื่องดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ว่าทำไมนายอับดุลเลาะ ถึงออกมาจากค่ายอิงคยุทธบริหาร ในสภาพเจ้าชายนิทราก่อนจะเสียชีวิต อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบรูปถ่ายของนายอับดุลเลาะ ที่โรงพยาบาลปัตตานี เมื่อวันที่ 22 ก.ค.ที่ผ่านมา พบว่า ร่างกายของนายอับดุลเลาะ มีบาดแผลหลายแห่ง ทั้งรอยถลอกที่ข้อเท้า ที่หูมีหนองไหลออกมา พบรอยแดงที่ข้อมือที่คาดว่าอาจเกิดจากการมัด และรอยจี้ที่นิ้ว ซึ่งคาดว่าอาจเกิดจากการช็อตไฟฟ้า

ทั้งนี้ พรรคอนาคตใหม่ขอให้นายกรัฐมนตรี กองทัพ และกระทรวงกลาโหม ออกมาอธิบายเรื่องดังกล่าวอย่างมีน้ำหนัก ว่าทำไม นายอับดุลเลาะ ถึงออกมาจากค่ายอิงคยุทธบริหาร ด้วยสภาพสมองขาดอ็อกซิเจน เช่นเดียวกับโรงพยาบาลทั้ง 3 แห่ง ที่เกี่ยวข้องทั้งโรงพยาบาลค่ายอิงคยุทธบริหาร โรงพยาบาลปัตตานี และโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ เสนอข้อมูลเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวอย่างตรงไปตรงมา เนื่องจากข้อมูลเหล่านี้เป็นเรื่องสำคัญที่สามารถทำให้กรณีดังกล่าวเกิดความชัดเจน

“นายอับดุลเลาะ ไม่ใช่คนแรกที่ออกมาจากค่ายทหาร และมีสภาพบาดเจ็บสาหัส พิการหรือเสียชีวิต ทั้งนี้ มีข้อมูลที่ทำการวิจัยโดยกลุ่มวิจัยสิทธิมนุษยชน จ.ปัตตานี และกลุมประสานวัฒนธรรมในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 พบว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มีผู้ถูกกระทำลักษณะนี้ 54 ราย ทั้งหมดเป็นชาวมุสลิมเชื้อสายมลายู 51 เปอร์เซ็นต์ มีอายุระหว่าง 29-38 ปี โดย 57 เปอร์เซ็นต์ เป็นชาวปัตตานี หมายความว่า ประชาชนที่มีลักษณะเดี่ยวกับนายอับดุลเลาะ เป็นแบบฉบับผู้ต้องสงสัยที่รัฐตั้งข้อสังเกต” น.ส.พรรณิการ์ ระบุ

น.ส.พรรณิการ์ กล่าวว่า ขอให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีที่เกิดขึ้น ซึ่งอาจมีผู้เชี่ยวชาญทั้งจากในและต่างประเทศ ร่วมอยู่ในกรรมการด้วย เพื่อตรวจสอบการซ้อมทรมานที่เกิดขึ้นในประเทศไทย และเป็นการแสวงหาข้อเท็จจริง เนื่องจากพี่น้องใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายพิเศษ ทั้ง 3 แบบ มานานกว่า 1 ทศวรรษ ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่เพียงแต่เป็นการทวงคืนความเป็นธรรมแก่ครอบครัวของนายอับดุลเลาะ เท่านั้น แต่เป็นการทำให้เกิดความเป็นธรรมแก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่อีกด้วย

ด้าน พล.ท.พงศกร รอดชมภู รองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า การใช้กฎหมายพิเศษในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภายใต้ เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นตอนนี้ เช่นเดียวกับการลุแก่อำนาจของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ ทั้งนี้ ผู้บังคับบัญชาเอง ต้ออบรมผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยว่า ประชาชนไม่ใช่ผู้ต้องสงสัย รวมทั้งต้องสามารถตรวจสอบกระบวนการต่างๆได้อย่างโปร่งใส หากยังมีการปฏิบัติลักษณะนี้ ย่อมไม่สามารถแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ได้ และมีแต่จะเพิ่มจำนวนแนวร่วมผู้ก่อความไม่สงบให้มากขึ้น


 

บทความก่อนหน้านี้ครอบครัวชาวสก็อตยังมืดแปดด้าน หลังลูกชายเสียชีวิตปริศนาที่เกาะสมุย
บทความถัดไปพ่อแม่ ผวา ลูกชาย โดนอุ้มเรียกค่าไถ่ แก๊งเงินกู้ขู่ฆ่าทิ้ง หากไม่รีบหาเงินมาใช้หนี้