บิ๊กป้อม ยันไม่มีใครสั่ง เอาผิดแกนนำ 7 พรรคเป็นเรื่องกม. จับตาคดี‘ธนาธร’สิ้นเดือนนี้

บิ๊กป้อม ยันไม่มีใครสั่ง เอาผิดแกนนำ 7 พรรคเป็นเรื่องกม. จับตาคดี‘ธนาธร’สิ้นเดือนนี้

บิ๊กป้อม / เมื่อเวลา 14.10 น. วันที่ 7 ต.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณี 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านฟ้องกลับกอ.รมน.รวมถึงนายกรัฐมนตรีว่า แล้วแต่เขา ในทางกฎหมายถ้าทำได้ก็ทำไป เป็นเรื่องของกฎหมาย

เมื่อถามว่าฝ่ายค้านระบุจะมีการปฏิรูปโครงสร้างกอ.รมน. ด้วยพล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เอาเถอะ ว่าไปตามกฎหมาย อะไรทำได้ทำเลย เพราะการฟ้องร้องแกนนำบนเวทีปราศรัยก็เป็นเรื่องของกฎหมาย ซึ่งเป็นเรื่องในพื้นที่เขาพิจารณาเอง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่เพิ่มเพื่อน

เมื่อถามย้ำว่าฝ่ายที่โดนฟ้องร้องมองว่าอาจมีการสั่งการจากนายกฯ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่มีใครสั่ง ด้านความมั่นคงก็ไม่เกี่ยว เป็นเรื่องของด้านกฎหมายทั้งหมด

เมื่อถามว่าฝ่ายค้านบอกว่าเป็นการแสดงความเห็นตามระบอบประชาธิปไตย พล.อ.ประวิตร กล่าวย้อนว่า ประชาธิปไตยแบบไหน ไม่รู้สิ แล้วแต่เขาจะคิด แต่นักกฎหมายว่าอย่างไรก็ต้องว่าไปตามนั้น เขาไม่ได้ห้ามไม่ให้จัดเวที แต่ไปพูด ไปทำให้นักกฎหมายเห็นว่าผิดกฎหมาย

ต่อข้อถามว่านักวิชาการมองว่าเป็นการใช้กฎหมายมาปิดปาก พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า กฎหมายเขามี ก็ว่าไปตามนั้น

เมื่อถามว่า การแสดงความเห็นของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ถึงการแก้ไขกฎหมายเพื่อให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ออกไป ถือเป็นเรื่องความมั่นคงหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่รู้ ต้องไปถามนักกฎหมายเขาดู ส่วนที่นายธนาธรให้ประชาชนเลือกว่าจะไล่พล.อ.ประยุทธ์ก่อน หรือแก้รัฐธรรมนูญก่อน พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า คุณก็ว่าไปสิ

เมื่อถามถึงภาพคู่ระหว่างนายธนาธรกับ โจชัว หว่อง นักเคลื่อนไหวชาวฮ่องกง พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เห็นแล้วยังไงหล่ะ เห็นก็เห็นไป ก็ถ่ายกันไป

เมื่อถามว่าสิ้นเดือนนี้จะมีการตัดสินคดีสำคัญของหัวหน้าพรรรอนค. เกรงจะมีการเคลื่อนไหวอะไรหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่มี เป็นเรื่องของกฎหมาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าช่วงท้ายของการสัมภาษณ์ พล.อ.ประวิตร กล่าวติดตลกกับผู้สื่อข่าวว่า “วันนี้ไม่ว่าจะถามยังไงก็ไม่ทางหลุดหรอก”

บทความก่อนหน้านี้สหราชอาณาจักร จ่อแบน เมสซี่ เข้าประเทศ หลังแยกตัวสหภาพยุโรป
บทความถัดไปเครือซีพีหนุนเด็กไทยโชว์วิสัยทัศน์เวที ‘One Young World 2019’