“ปิยบุตร” ​โต้ 4 ปมร้อน “บิ๊กแดง” ซัดบรรยายเพื่อหวังครองอำนาจ-พาชาติติดหล่ม ยอมรับเป็นซ้ายจัดดัดจริต แต่แค่ศึกษาประวัติศาสตร์ หวังแก้ไขสถานการณ์ในประเทศ

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

เมื่อวันที่ 12 ต.ค. ที่พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) รศ.ดร.ปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อและเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ เปิดเวทีบรรยายพิเศษ หัวข้อ “แผ่นดินของเราในมุมมองประชาธิปไตย บทบาทของประชาชน ในการสร้างชาติ” เพื่อตอบโต้ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ต่อประเด็นต่างๆ ในการบรรยายพิเศษหัวข้อ “แผ่นดินของเราในมุมมองด้านความมั่นคง” เมื่อวันที่ี 11 ต.ค.ที่ผ่านมา

รศ.ดร.ปิยบุตร กล่าวว่า ในการบรรยายวันนี้ เป็นการตอบโต้ผู้บัญชาการทหารบกที่บรรยายแบบไม่มีการเอ่ยชื่อนักการเมืองคนไหนแบบเฉพาะเจาะจง ไม่เอ่ยชื่อพรรคการเมืองไหนแบบเฉพาะเจาะจง เมื่อตนฟังทั้งหมดแล้ว คงทราบดีว่าหมายถึงพรรคอนาคตใหม่ หมายถึงนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และอาจหมายรวมถึงตนและอีกหลายๆ คนในพรรคอนาคตใหม่

การบรรยายของตนวันนี้ ยืนยันกับประชาชนที่รับฟังว่า เราไม่จำเป็นต้องหลบซ่อน ไม่จำเป็นต้องกระมิดกระเมี้ยน ไม่จำเป็นต้องใช้วาทะประดิษฐ์คำ เหน็บแนมไปมา ไม่ต้องใช้น้ำเสียงกระแทกกระทั้นเสียง ราวกับสบถคำออกมา ไม่ต้องใช้ภาพเงาดำทะมึน ไม่จำเป็นต้องตั้งฉายาสมมุติกับคนนั้นคนนี้

นายปิยบุตร กล่าวอีกว่า จะกล่าวตรงๆเลยว่าเนื้อหาที่ตนบรรยายทั้งหมด เพราะต้องการแก้ไขความเข้าใจที่ผิดพลาดคลาดเคลื่อนของผู้บัญชาการทหารบก ต้องการนำเสนอถึงปัญหาในวิธีคิดของผู้บัญชาการทหารบก และกองทัพไทย

ซึ่งแทนที่จะแก้ปัญหาให้กับประเทศไทย กลับนำมาสู่ความแตกแยกและร้าวฉานกับคนในชาติมากขึ้น ตนจะบรรยายเน้นในเรื่องเนื้อหา ไม่มีการประดิษฐ์ถ้อยคำกระแนะกระแหนซึ่งกันและกัน รับฟังแล้วไม่รื่นหูไม่สบายใจก็ต้องขอภัย ขอให้เข้าใจว่าอย่างน้อยนี่คือมิติใหม่ ในการเริ่มต้นสร้างบทสนทนากับผู้บัญชาการทหารบกอย่างตรงไปตรงมาในที่สาธารณะ

สอนแนวสร้างชาติ ต้องพึ่ง ปชช. ให้มีความมั่นคง ประคองมั่นคงของรัฐ

รศ.ดร. ปิยบุตร กล่าวว่า การสร้างชาติต้องสร้างจิตสำนึกร่วมกันของคนไทย ความเป็นชาติไทยเพิ่งถูกสถาปนาผ่านการเขียนประวัติศาสตร์ของนักประวัติศาสร์ ผ่านการต่อสู้เพื่อปกป้องชาติ การสร้างชาติตนมองว่าต้องสร้างชาติในยุคปัจจุบันคือ ถอดองค์อำนาจออกจากตัวบุคคลมาให้กับประชาชน

หากต้องการให้คนในชาติยุคปัจจุบันมีจิตสำนึกร่วมกัน ต้องสร้างประชาชนเพื่อให้ประชาชนสร้างชาติ เมื่อประชาชนเป็นผู้สร้างชาติ คนที่รวมตัวกันจะเกิดจิตสำนึกร่วมกัน เคารพและเสียสละเพื่อสร้างชาติ ดังนั้นชาติจึงเท่ากับประชาชน หากไม่มีประชาชนจึงไม่มีชาติ หากประชาชนไม่ถูกสร้างและมีจิตสำนึกจะไม่มีวันสร้างชาติได้ ชาติต้องเป็นของคนไทยทุกคน ที่ทุกคนเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เคารพความเสมอภาค ในสิทธิ เสรีภาพ รวมถึงเคารพความแตกต่างและหลากหลาย

“การสร้างชาติยุคปัจจุบัน ต้องอาศัยคุณค่าพื้นฐาน คือ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพ ความเสมอภาค การอาศัยพึ่งพา เคารพความแตกต่างและหลากหลายของผู้อื่น ผมขอชวนคนไทยฐานะประชาชนที่แม้ความเห็นแตกต่าง หรือทะเลาะ ขัดแย้ง หรือสนับสนุนฝ่ายการเมืองที่ต่างกัน ร่วมกันสร้างชาติ และแผ่นดินของเราด้วยการเคารพความเป็นคนของผู้อื่น ยึดมั่นสิทธิเสรีภาพ เคารพความแตกต่างของบุคคลอื่น หากทำได้เชื่อว่าจะเกิดแผ่นดินของคนไทยและของเราทุกคน เพื่อให้เกิดความมั่นคงของประชาชน ซึ่งเปรียบเหมือนเป็นความมั่นคงของรัฐ” นายปิยบุตร กล่าว

ระหว่าง คนมีปากกา กับคนมีอาวุธ ใครละเมิด ม.1 กว่ากัน

รศ.ดร. ปิยบุตร กล่าวว่า รัฐธรรมนูญ 2560 กำหนดเงื่อนไขการแก้ไขได้ทุกหมวด ทุกมาตรา แต่มีเงื่อนไขที่เขียนไว้ในมาตรา 255 และมาตรา 256 ที่ระบุว่าห้ามแก้ไข อาทิ รูปแบบการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข การเปลี่ยนรูปของรัฐ การปกครอง ดังนั้นมาตรา 1 สามารถแก้ไขได้

แต่ต้องไม่มีผลที่ทำให้เปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข การเปลี่ยนรูปของรัฐ การปกครองประเทศ ดังนั้น สิ่งที่ผบ.ทบ.ระบุว่ามาตรา 1 แก้ไขไม่ได้ จึงไม่ใช่ข้อเท็จจริง ตนมองว่าเป็นความพยายามที่จะทำลายความชอบธรรมในการแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ที่ต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามเงื่อนไขและกติกาที่กำหนดไว้

“ไม่มีทางที่ส.ส.จะแก้ไขรัฐธรรมนูญเกินกรอบ ผมขอคิดให้ดี ระหว่างคนที่มีปากกา มีปาก มีมือ กับคนที่มีอาวุธ ใครกันแน่ที่ละเมิดมาตรา 1 เพราะที่ผ่านมา คณะรัฐประหารที่เข้ามาและฉีกรัฐธรรมนูญ เขามีโอกาสมากกว่าที่จะแก้ไขมาตรา 1 เพราะการฉีกรัฐธรรมนูญคือการสร้างสุญญากาศ” นายปิยบุตร กล่าว

ไม่ไว้ใจ “กองทัพ-สื่อดาวสยาม-รัฐบาลสืบทอดอำนาจ” พาชาติพ้นวิกฤต

รศ.ดร.ปิยบุตร กล่าวอีกว่า หากกองทัพต้องการมีบทบาททางการเมืองและครองอำนาจต่อไป ต้องทำให้ประเทศมีวิกฤตตลอดเวลา เพื่อให้มีบทบาทในการแก้ไขวิกฤต เช่น กรณีการประดิษฐ์วาทกรรมว่าด้วยการล้างสมองคนรุ่นใหม่ สำหรับในบทเรียนที่ผ่านมา จะพบคำว่าวงจรอุบาทว์ของการเมืองไทย ที่มีการเลือกตั้ง มีวิกฤตการเมือง และรัฐประหาร

ตนมองว่าวงจรอุบาทว์รูปแบบใหม่ คือ การตัดตอน หรือหยุดยั้งประชาธิปไตยด้วยการปฏิวัติรัฐประหาร อย่างไรก็ตามกรณีที่ พล.อ.อภิรัชต์ กล่าวถึงภัยคุกคามรูปแบบใหม่ หรือ ไฮบริด วอร์แฟร์ นั้น ในต่างประเทศกลับมองประเทศไทยว่าเป็นระบอบลูกผสม หรือ ไฮบริด รีจีม ที่มีสาระสำคัญคือใช้ระบบเลือกตั้งเป็นเครื่องมือสืบทอดอำนาจ

สิ่งที่ผบ.ทบ.ระบุถึงวอร์แฟร์นั้น ในเทรนด์ของโลกมีการพูดถึง ลอว์แฟร์ คือการใช้กฎหมายเพื่อทำลายคนเห็นต่างและคู่ต่อสู้ทางการเมือง อย่างไรก็ตามตนไม่เช่ื่อว่าหากต้องการให้ประเทศพ้นวิกฤต จะสามารถฝากความหวังไว้กับคน 3 กลุ่ม คือ กองทัพ, รัฐบาลสืบทอดอำนาจ และสื่อมวลชนที่ยุยงปลุกปั่น ที่ลักษณะคล้ายกับดาวสยาม แต่เป็นยุค 4.0

“ผมไม่เถียงที่ผบ.ทบ.คิดว่าพวกเราเป็นซ้ายจัดดัดจริต ชอบปฏิวัติ แต่ผมศึกษาประวัติศาสตร์ทั่วโลกเพื่อเป็นบทเรียน เพื่อไม่ให้ประเทศไทยเจอสถานการณ์แบบนั้น ทั้งนี้ ผมมองว่าการเปลี่ยแปลงแปลงในโลก มี 2 แบบคือ ปฏิวัติและปฏิรูป ซึ่งพรรคอนาคตใหม่พร้อมปฏิรูปประเทศไปพร้อมกับผบ.ทบ.​ ทั้งนี้ ขอเชิญชวนทหาร กองทัพ และชนชั้นนำ

เลิกการสร้างศัตรูในใจ หรือมองคนเห็นต่างเป็นศัตรู ซึ่งปรากฏการณ์ของพรรคอนาคตใหม่ ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าคือ การเมืองของคนหนุ่มสาวที่ตื่นรู้ อย่ามองว่าเป็นเพราะถูกยุยงปลุกปั่น เพราะวิธีคิดที่ว่ามีมาสเตอร์มายด์อยู่เบื้องหลัง ไม่ใช่แนวทางแก้ปัญหา ขอกองทัพอย่ากังวลใจกับพรรคอนาคตใหม่ แกนนำพรรคหรือคนที่สนับสนุนพรรคอนาคตใหม่ แต่ต้องเข้าใจว่านี่คือการเมืองยุคใหม่” เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าว

ซัด “บิ๊กแดง” บรรยายสร้างความแตกแยก แนะให้ปรับความคิด

รศ.ดร. ปิยบุตร กล่าวต่อไปว่า ตนมองว่าการบรรยายของผบ.ทบ.​เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม ไม่เป็นผลดี และเป็นการตอกลิ่ม สร้างความแตกแยกแล้วปกครอง สร้างภาวะให้เหมือนกับยุคสงครามเย็น เพื่อให้ทหารเข้ามาปกครองประเทศ

เนื้อหาการบรรยายของผบ.ทบ.แสดงให้เห็นว่า ไม่เข้าใจการเมืองยุคใหม่ เพราะเป็นการบรรยายที่สร้างความเกลียดชัง สร้างศัตรูและกระตุ้นให้เกิดการแตกแยกระหว่างรุ่น หรือ แคลช ออฟ เจเนอร์เรชั่น ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องปฏิรูปกองทัพ ทั้งนี้ ขอให้ ผบ.ทบ.ยอมรับความจริง และพูดคุยกันร่วมกัน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดวิกฤตในชาติขึ้นอีก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่นายปิยบุตร บรรยายนั้น มีชายสูงวัย ได้พูดขึ้นเพื่อซักถามรายละเอียดหลายครั้ง จนทำให้ประชาชนที่ร่วมฟังการบรรยายไม่พอใจ และขอให้ออกจากห้องบรรยาย พร้อมตะโกนต่อว่าว่า “ไร้มารยาท” จากนั้นมีการคุมตัวออกจากห้อง

อย่างไรก็ตาม นายปิยบุตร อนุญาตให้นั่งฟังในห้องได้ด้วยความเรียบร้อย และอย่าพูดแทรกระหว่างบรรยาย ทำให้ชายคนดังกล่าวกลับมานั่งฟังด้วยความสงบ และตั้งคำถามหลังจากนายปิยบุตร จบการบรรยาย


 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน