“ส.ส.สมคิด” ทวงสัญญามารดาประชารัฐ ข้องใจทุ่มเงิน 7 แสนล้าน แต่ไทยเหลื่อมล้ำอันดับ 1 

“สมคิด” ทวงสัญญามารดาประชารัฐ

“ส.ส.สมคิด” ทวงสัญญามารดาประชารัฐ ข้องใจทุ่มเงิน 7 แสนล้าน แต่ไทยเหลื่อมล้ำอันดับ 1 

เวลา 15.20 น. วันที่ 19 ต.ค. นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า รัฐบาลตั้งงบปราบยาเสพติดในร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 ไว้ที่ 5,300 ล้านบาท ตนไม่อยากจะตัด แต่ขอถามว่าสถานการณ์ยาเสพติดดีขึ้นหรือไม่ ขณะนี้ยาเสพติดระบาดทั่วประเทศ มีมาตรา 44 ก็ปราบไม่ได้ การจับยาเสพติดเดี๋ยวนี้จับได้เป็นล้านเม็ด ไม่ใช่หลักร้อยเม็ด แสดงว่านโยบายป้องกันและปราบปรามยาเสพติดผิดพลาด

อยากฝากให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ไปดำเนินการ อย่าลูบหน้าปะจมูก ใครเข้าไปเกี่ยวข้องต้องไม่ไว้หน้า รวมถึงขอทวงสัญญาที่บางพรรคการเมืองให้ไว้ตอนหาเสียง เช่น โครงการมารดาประชารัฐ การประกันราคาพืชผลการเกษตรต่างๆ เริ่มทำแล้วหรือยัง ขอให้ทำตามสัญญา มิเช่นนั้นเป็นการโกหกประชาชน

นายสมคิด กล่าวต่อว่า ส่วนการจัดเก็บภาษีตั้งแต่ปี 2556-2562 ของหน่วยงานต่างๆ มีแต่จัดเก็บได้เท่าเดิมและเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ดังนั้นจะมาบอกว่าเศรษฐกิจดีขึ้นได้อย่างไร อย่าหวังว่าโครงการชิมช้อปใช้จะมากระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะเป็นแค่การโฆษณา หรือมาตรการเพิ่มภาษียาสูบ เหตุใดถึงเก็บภาษียาสูบได้น้อยลง ถ้าเศรษฐกิจดีจริง ทำไมจึงเป็นแบบนี้ ตนเห็นว่าเรื่องที่วุ่นวายยุ่งยากเหล่านี้เป็นผลมาจากรัฐธรรมนูญ

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่
เพิ่มเพื่อน

ด้าน นายขจิตร ชัยนิคม ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า ขอถามนายกฯ ว่ายุทธศาสตร์ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคในสังคม วงเงิน 765,000 ล้านบาท แต่ 5 ปีประเทศไทยยังมีสถิติความเหลื่อมล้ำเป็นอันดับ 1 ของโลก

หลังจากใช้งบก้อนนี้จะทำให้ประเทศไทยลดความเหลื่อมล้ำลงจากอันดับ 1 ได้หรือไม่ รวมถึงยุทธศาสตร์ด้านปรับสมดุลและพัฒนาระบบบริหารจัดการภาครัฐ ใช้งบ 5 แสนล้านบาท จะทำให้เกิดบริการของรัฐที่มีความรวดเร็ว ให้ความยุติธรรมกับประชาชนได้หรือไม่

นายขจิตร กล่าวต่อว่า อีกเรื่องคือหน่วยงานรัฐสภา ในร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ ปี 2562 ได้งบ 10,008 ล้านบาท ทั้งที่ขณะนั้นยังไม่มีรัฐสภา ไม่มีส.ส. ไม่มีส.ว. แต่งบรายจ่ายปี 2563 รัฐสภาได้งบ 8,664 ล้านบาท ทั้งที่มีรัฐสภามีส.ส.แล้ว ทำไมจึงได้งบน้อยลง อีกเรื่องที่เป็นห่วงคือรัฐธรรมนูญเขียนให้ส.ส.ทำงานได้อิสระ ไม่มีอะไรหยุดยั้งได้ แต่วันนี้มีอำนาจเหนือนิติบัญญัติให้ส.ส.หยุดปฏิบัติหน้าที่ได้

วันนี้ต้องสังคายนา 3 อำนาจ อย่าให้อำนาจตุลาการมาหยุดยั้งการทำงานของส.ส.ที่มาจากประชาชนได้ ขอให้อำนาจทั้ง 3 ฝ่ายเป็นอิสระต่อกัน แต่เวลานี้ไปกันใหญ่แล้ว ถ้าเป็นเช่นนี้ส.ส.จะทำหน้าที่อย่างไร ใกล้วันจะพิจารณาเรื่องสำคัญ ศาลออกคำสั่งให้ส.ส.หยุดปฏิบัติหน้าที่ แสดงให้เห็นว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้บิดเบี้ยว

บทความก่อนหน้านี้แตกตื่นทั้งหอพัก ชายฉกรรจ์ถือเอ็ม 16 บุกเคาะห้องกลางดึก ตร.แจงแค่ปืนปลอม
บทความถัดไปเงินบาทแข็งค่าใกล้แนว 30.25 บาทต่อดอลลาร์อีกครั้ง ขณะที่หุ้นไทยเคลื่อนไหวตามปัจจัยต่างประเทศ