“หลานปู” อัด “รัฐบาลประยุทธ์” เลิกเหยียบหัวคนอื่น อ้างรัฐบาลยิ่งลักษณ์

“หลานปู” อัดกลับ “รบ.ประยุทธ์” เลิกตีกิน เหยียบหัวคนอื่นให้ตัวเองสูงขึ้น ย้ำ “รบ.ยิ่งลักษณ์” กู้ชดเชยขาดดุลน้อยลง ฟุ้งจำนำข้าว ช่วยเศรษฐกิจดีขึ้น

เมื่อวันที่ 21 ต.ค. น.ส.ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ อดีตประจำสำนักเลขาธิการนายกฯ รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ กล่าวถึงกรณีมีการโพสต์เฟซบุ๊กกล่าวพาดพิงถึงรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ว่า ตลอดเวลา 5 ปีที่ผ่านมารัฐบาลประยุทธ์กู้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณเพิ่มสูงขึ้นเกือบทุกปี โดยกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณสูงมากกว่า 2.659 ล้านล้านบาท

ขณะที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ช่วงเวลาที่ผ่านมาถูกกล่าวหาจากรัฐบาลประยุทธ์ต่างๆ นานานั้น เมื่อพิจารณารายละเอียดการจัดทำงบประมาณ กลับพบตัวเลขที่ชัดเจนว่าตลอด 3 ปีที่บริหารประเทศ มีการกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณลดน้อยลงทุกปีๆ และจำนวนรวมก็น้อยกว่าอย่างชัดเจนด้วย ตัวเลขโดยรวมเพียง 950,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ ประเด็นที่เป็นสาระสำคัญมากกว่าตัวเลขการขาดดุลมากน้อย แท้จริงแล้วขึ้นอยู่กับความจำเป็นที่จะต้องกระตุ้นเศรษฐกิจ และใช้เม็ดเงินงบประมาณเพื่อลงทุนในโครงการที่เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนจริงๆ

น.ส.ชยิกา กล่าวต่อว่า ถ้ายกอคติในใจออกไปและมองด้วยใจเป็นกลาง จะเห็นความแตกต่างของการใช้งบประมาณของ 2 รัฐบาลอย่างเห็นได้ชัด รัฐบาลยิ่งลักษณ์จัดทำงบประมาณโดยให้ความสำคัญกับการลงทุนในนโยบายที่ก่อให้ประชาชนเกิดรายได้ก่อน เพราะเมื่อประชาชนมีเงินจับจ่ายใช้สอย

ประเทศก็มีรายได้เพิ่มขึ้น เช่น โครงการรับจำนำข้าว เป็นนโยบายที่ใช้งบประมาณเพื่อสร้างโอกาสให้ชาวนาผู้มีรายได้น้อย ด้วยการอัดฉีดเม็ดเงินเข้าไปสู่ประเป๋าของชาวนาโดยตรง ให้ครอบครัวชาวนาราว 15 ล้านคนของประเทศได้มีกำลังจับจ่ายใช้สอย ร้านค้าขายของได้ เมื่อเศรษฐกิจโดยรวมดีขึ้น รัฐบาลเก็บภาษีได้มากขึ้น สังเกตได้จากตัวเลขเงินกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณที่น้อยลงทุกปี เพราะประเทศมีรายได้เพิ่มขึ้นทุกปี ขณะที่รัฐบาลประยุทธ์ ซึ่งกู้เงินชดเชยงบขาดดุลมากขึ้นเกือบทุกปี

สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลประยุทธ์หารายได้เข้าประเทศไม่พอกับรายจ่ายของประเทศ เมื่อประชาชนจนลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคเกษตรที่รัฐบาลประยุทธ์ละเลย ปล่อยให้ชาวบ้านทำมาหากินตามยถากรรม รัฐบาลจัดทำงบประมาณให้ความสำคัญกับด้านความมั่นคงในมิติทางทหาร มากกว่าการคำนึงถึงความมั่นคงของประชาชน

จึงเป็นหนึ่งในหลายสาเหตุที่ส่งผลให้รัฐไม่สามารถจัดเก็บภาษีได้ตามเป้า สังเกตได้จากการจัดสรรงบประมาณไปใช้กับกระทรวงกลาโหมในการซื้ออาวุธ ซึ่งมาจากต่างประเทศ เป็นงบประมาณที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ และยังทำให้เม็ดเงินไหลออกนอกประเทศ

“ดังนั้น ก่อนที่จะมีการนำตัวเลขงบประมาณมาเปรียบเทียบและแปรความตัวเลข โดยขาดความเข้าใจในเศรษฐกิจภาพรวม เพียงเพื่อตีกิน โจมตีคนอื่นเพื่อให้รัฐบาลของพวกตัวเองดูดี ก็อยากให้รัฐบาลประยุทธ์ช่วยพิจารณาให้ละเอียดรอบคอบด้วยว่า

การพยายามเหยียบหัวคนอื่นเพื่อให้ตัวเองดูดี ดูสูงขึ้นนั้น ไม่ได้ทำให้ตัวเองดูดีในสายตาประชาชนเลย ควรใช้เวลาที่คิดแต่จะโจมตีคนอื่นไปพัฒนาตัวเอง เอาเวลาไปคิด ทำนโยบายหรือใช้เวลากับการหาวิธีแก้ไขปัญหาให้ประชาชนบ้าง ก็อาจจะมีประโยชน์กับตัวเองและสังคมมากกว่า”น.ส.ชยิกา กล่าว


 

บทความก่อนหน้านี้เปิดมุมมอง-‘ปธ.อนันดาฯ’ช่วง‘นาทีทอง’ผู้ซื้ออสังหาฯ
บทความถัดไปมจพ. ผนึกกำลัง 2 บริษัทญี่ปุ่น พร้อมร่วมฉลองความสัมพันธ์ 10 ปี กับ Kyushu Institute of Technology (Kyutech)