‘สุทิน คลังแสง’-โหมโรงศึก‘ไม่ไว้วางใจ’ : สัมภาษณ์พิเศษ

‘สุทิน คลังแสง’

‘สุทิน คลังแสง’-โหมโรงศึก‘ไม่ไว้วางใจ’ : สัมภาษณ์พิเศษ

‘สุทิน คลังแสง’-โหมโรงศึก‘ไม่ไว้วางใจ’ : สัมภาษณ์พิเศษ – เปิดสภาสมัยสามัญรอบนี้รัฐบาลต้องเจอศึกหนักส่งท้ายปี 7 พรรคฝ่ายค้านเตรียมยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ

นายกฯ และรัฐมนตรีที่ตกเป็นเป้าจะถูกเปิดแผลเรื่องใดบ้าง มีหมัดเด็ดอะไรที่จะน็อกรัฐบาล

นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ให้สัมภาษณ์ น.ส.พ.ข่าวสด ไว้ดังนี้

วันที่ 4 พ.ย.นี้ จะเข้าพูดคุยกับนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร รวมทั้งคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรค เพื่อไทย เพื่อขอรับทราบแนวนโยบายการอภิปราย

จากนั้นในวันที่ 5 พ.ย. วิปของ 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านจะประชุมร่วมกัน เพื่อหารือถึงกรอบการทำงานและเนื้อหาที่จะใช้อภิปรายของแต่ละพรรค ที่ได้ไปติดตามการทำหน้าที่หรือการดำเนินนโยบายของรัฐบาลมาก่อนหน้านี้

หากพบประเด็นใดที่มีน้ำหนัก มีหลักฐาน มากเพียงพอก็จะเอามาแชร์กัน จากนั้นจะได้ มอบหมายเป็นการเฉพาะเจาะจงให้กับส.ส.แต่ละพรรค ซึ่งประเด็นจะล้อไปกับกรรมาธิการที่ แต่ละพรรคดูอยู่ โดยฝ่ายค้านจะหารือ สกรีนข้อมูลและหลักฐานต่างๆ กันไปเรื่อยๆ

จะมีการประมวลข้อหาและหลักฐานที่จะใช้ ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลประมาณกลางเดือนพ.ย.นี้ หลังจากช่วงกลาง พ.ย.เป็นต้นไป เชื่อว่ารัฐบาลจะสร้างข้อหาใหม่ๆ เพิ่มเติม ซึ่งทางฝ่ายค้านก็จะเก็บข้อมูลและหลักฐานที่เกี่ยวข้องไปเรื่อยๆ เรื่องหรือประเด็นไหนสำคัญก็จะเก็บไปอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลเช่นเดียวกัน

ทั้งนี้ ทั้งหัวหน้าพรรคและวิปจากทุกพรรคจะหารือและตัดสินใจร่วมกัน เพื่อสรุปประเด็นที่จะอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลช่วงปลายเดือน พ.ย.นี้ สำหรับวันและเวลาในการอภิปรายนั้น ต้องหารือร่วมกับวิปรัฐบาลและสภาอีกครั้ง ซึ่งจะขึ้นอยู่กับเนื้อหาและจำนวนผู้อภิปราย คาดว่าน่าจะใช้เวลาอภิปราย 3 วัน และไม่ควรเกินวันที่ 20 ธ.ค.

สำหรับกรอบการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล แบ่งได้เป็น 3 กลุ่มข้อหาหลัก คือ 1.กลุ่มข้อหาทุจริต 2.กลุ่มความไม่ชอบธรรมในทางการเมือง และ 3.กลุ่มที่ทำความเสียหายให้กับประเทศชาติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม ความเชื่อมั่น

ในส่วนของกลุ่มข้อหาทุจริต จะเป็นเรื่องหรือโครงการที่เคยเป็นข่าวมาก่อนหน้านี้ รวมถึงเรื่อง ที่ยังไม่เคยปรากฏเป็นข่าวมาก่อน ซึ่งยังไม่ขอ เปิดเผยรายละเอียดแต่รับรองว่าเป็นประเด็นที่จะเซอร์ไพรส์สังคมอย่างแน่นอน

ถือเป็นหมัดเด็ด แม้ว่าจะไม่สามารถล้มรัฐบาล ด้วยมือในสภาได้เพราะพลังไม่พอ แต่จะล้มรัฐบาลด้วยมือนอกสภาได้อย่างแน่นอน

สําหรับกลุ่มความไม่ชอบธรรมในทางการเมืองนั้น จะเกี่ยวข้องกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ซึ่งดำเนินนโยบายที่ทำให้สังคมรับไม่ได้ จะมีทั้งเรื่องที่ปรากฏเป็นข่าวไปแล้วและยังไม่เป็นข่าวอีกเช่นกัน รับรองว่าเมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ ได้ฟังแล้วเชื่อว่าจะควบคุมตัวเองไม่ได้

ในส่วนของกลุ่มที่ทำความเสียหายให้ประเทศชาตินั้น จะเป็นเรื่องที่สร้างความเสียหายโดยที่เรา ไม่สามารถประเมินเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ ถือเป็นเรื่องของเครดิตและโอกาสของประเทศ

กลุ่มรัฐมนตรีที่จะถูกอภิปรายนั้น หลักๆ จะเป็นรายชื่อตามที่ผู้นำฝ่ายค้านเคยเปิดเผยไปก่อนหน้านี้ ซึ่งจะเป็น 3 ป. พล.อ.ประยุทธ์ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ส่วนที่เหลือจะประเมินจากข้อหา ที่จะใช้อภิปรายอีกครั้ง

‘สุทิน คลังแสง’

แต่ก่อนจะไปถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ต้องเจอกับ 3 ญัตติใหญ่ๆ ซึ่งขณะนี้ทราบว่าได้บรรจุเป็นวาระในสภาเรียบร้อยแล้วในวันที่ 6 พ.ย. เริ่มด้วย

1.วาระการรับทราบความคืบหน้ารายงานการปฏิรูปประเทศ ซึ่งพูดได้เลยว่าจะเป็นน้องๆ การอภิปรายไม่ไว้วางใจ

หากรัฐบาลตอบดี ตอบเคลียร์ว่าปฏิรูปอะไรไปบ้างก็ดีไป แต่ถ้าตอบไม่เคลียร์ ข้อมูลก็จะถูกเก็บไปใช้ในช่วงการอภิปรายไม่ไว้วางใจต่อไป เพราะ คราวก่อนเราคาดโทษไว้ว่าต้องเห็นความคืบหน้า ซึ่งขณะนี้ก็ยังไม่เห็นความคืบหน้าในการปฏิรูป

ตราบใดที่ไม่แก้รัฐธรรมนูญซึ่งอัปลักษณ์ สร้างความเสื่อมขนาดนี้การปฏิรูปคงไม่เกิดขึ้น ส่วนตัวเห็นว่าที่ผ่านมาการปฏิรูปเกิดขึ้นอยู่เรื่องเดียว คือ มีคณะกรรมการปฏิรูป มีกฎหมายเท่านั้น

2.ญัตติการตั้งกรรมาธิการศึกษาผลกระทบจาก การใช้มาตรา 44 ซึ่งเป็นญัตติของนายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งจะผนวกกับของนายจอน อึ๊งภากรณ์ ที่เคยเสนอเป็น พ.ร.บ.ยกเลิกคำสั่ง คสช.ทั้งหมดเข้าสภาซึ่งอยู่ในขั้นรับหลักการ

งานนี้เชื่อฝีมือนายปิยบุตรได้เลย เพราะมรรคผลของการใช้มาตรา 44 เริ่มโผล่ขึ้นมาให้เห็นเยอะมาก โดยเฉพาะงบกลาโหม ที่พองป่องขึ้นมาก็เพราะคำสั่งจากมาตรา 44 หรือเรื่องเหมืองทองอัครา อยากรู้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะรับผิดชอบอย่างไรหากแพ้คดี คิดง่ายๆ แค่ค่าจ้างทนาย 600 ล้านบาท ถามว่าใช้เงินส่วนไหนมาจ่าย

3.ญัตติตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษา หลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งตนเป็นเจ้าของญัตติ โดยมีพรรคฝ่ายค้านร่วมด้วย หลังจากเราใช้รัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 จนได้เห็นกำพืดของผู้ที่เกี่ยวข้องกับการร่างรัฐธรรมนูญจนล่อนจ้อนแล้ว

แม้ว่าพรรคพลังประชารัฐจะยื่นญัตติประกบไป กับทางฝ่ายค้าน แต่เท่าที่ฟังเสียงซีกรัฐบาลจนถึงตอนนี้เห็นว่าจะไม่แก้ ที่ ยื่นญัตติประกบก็แค่หวังแก้ผ้าเอาหน้ารอด ลดแรงเสียดทาน ทำทีขอโดยสารรถจาก จุดสตาร์ต แล้วก็โดดรถลงกลางทาง

อย่างไรก็ตาม ญัตติที่ 2-3 หากรัฐบาลตอบคำถามได้ก็รอดตัว แต่ถ้าตอบ ไม่ได้ทั้งสองญัตติก็จะไปโผล่ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่ก่อนจะไปถึงจุดนั้นฝ่ายค้านเราจะอภิปรายโน้มน้าวให้เพื่อนสมาชิกโดยเฉพาะ ซีกรัฐบาลยกมือสนับสนุนให้ตั้งกรรมาธิการขึ้นมาให้ได้

มั่นใจว่าสองญัตตินี้จะทิ่มแทงรัฐบาลได้ อย่างแน่นอน สะท้อนให้เห็นความล้มเหลวของรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะสูตรคำนวณส.ส. ที่แย่ ขนาดคนทำยังตอบคำถามไม่ได้

ในส่วนของ 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านนั้น แม้พรรคอนาคตใหม่จะมีปัญหาภายในเกิดขึ้นบ้างแต่ก็เชื่อว่าจะไม่ส่งผลไปถึง การอภิปรายไปจนถึงการโหวตลงมติ เพราะส่วนที่เป็นปัญหาไม่ได้มีบทบาทในสภา ส่วนที่อยู่ในสภา เชื่อว่าเขาจะแก้ไขปัญหาภายในได้ทัน

ขณะที่รัฐบาลก็อาจทุ่มสรรพกำลังใช้ทรัพยากร ที่มีเพาะฟาร์มงูเห่าอย่างเต็มที่ แต่เราไม่คาดหวังมือในสภาอยู่แล้ว เราคาดหวังมือนอกสภา ที่จะทำลายความชอบธรรมของรัฐบาล

เราเชื่อว่าจะสร้างอิมแพคให้เกิดขึ้นใน สังคม และจะต่อเนื่องไปถึงช่วงอภิปรายไม่ไว้วางใจ แม้ว่าเราเป็นเสียงข้างน้อยคงยกมือล้มรัฐบาลไม่ได้แต่เชื่อว่าหลังอภิปราย ซักฟอกแล้วจะเกิดอาฟเตอร์ ช็อก ทำให้รัฐบาลขาดความชอบธรรมจนอยู่ไม่ได้ ต้องลาออก

ไม่ก็มือนอกสภาที่จะทำให้รัฐบาลอยู่ไม่ได้ เราจะเปิดแผลรัฐบาลในสภา รัฐบาลจะแผลเน่านอกสภา จากนั้นจะติดเชื้ออย่างแน่นอน

บทความก่อนหน้านี้พระพิศาลสิทธิคุณ วัดห้วยมงคล ประจวบฯ : มงคลข่าวสด
บทความถัดไปรายงานพิเศษ : เยือนโอซากา-บ้านเกิด‘ยันม่าร์’ชมเทคโนโลยีเพื่อ‘อนาคตที่ยั่งยืน’