“ฝ่ายค้าน” พร้อมซักฟอกรัฐบาล “ประธานวิป” ฟุ้ง หลักฐานพร้อมผลัก “รัฐบาลหัวคะมำ”

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 5 พ.ย. ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) ตัวแทนคณะกรรมการประสานงาน (วิป) พรรคร่วมฝ่ายค้าน นำโดย นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานวิป น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ที่ปรึกษาวิปฝ่ายค้าน น.พ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย คณะกรรมการวิป นายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ นายสุภดิช อากาศฤกษ์ รองหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ ร่วมแถลงภายหลังการประชุม

น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่า สำหรับประเด็นการยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลนั้น ที่ผ่านมาเราได้ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลมาโดยใกล้ชิด หลังจากปิดสภาฯ เราได้เก็บข้อมูลรวบรวมหลักฐาน โดย 7 พรรควบรวมเอาความหนักแน่นของข้อมูลมาประมวลและประเมิน ก่อนที่ 7 พรรคจะมีมติเป็นเอกฉันท์ว่าควรยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล

แต่จะยื่นเมื่อไหร่ เป็นรายคนหรือรายกระทรวง รวมถึงมีรายละเอียดอย่างไรนั้น เราจะประชุมกันอีกครั้งหนึ่งเพื่อหาข้อสรุป ส่วนล็อกเป้ารัฐมนตรีคนใด หรือกระทรวงใดบ้างนั้น ที่ผ่านมาคณะกรรมาธิการทั้ง 35 คณะได้ตรวจสอบทุกกระทรวงและทุกคน พรรคฝ่ายค้านทุกพรรคมองความสำคัญของข้อมูลเป็นเรื่องสำคัญ โดยข้อมูลที่จะอภิปรายต้องหนักแน่นพอ

ด้านนายสุทิน กล่าวว่า เรายึดกรอบความพร้อมในเรื่องข้อมูลและหลักฐาน การอภิปรายครั้งนี้มาตรฐานอาจเปลี่ยนไปจากเดิม ที่ผ่านมาเราจะเน้นเรื่องการทุจริตเป็นหลัก แต่ครั้งนี้เราจะมองไปถึงความผิดพลาด ความสามารถในการบริหารประเทศที่ทำลายเครดิตของประเทศให้ตกต่ำ โดยยึดฐานความผิดมาจากระยะเวลา 5 ปีที่รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา บริหารประเทศ

เราเห็นว่าความผิดในอดีตส่งผลต่อปัจจุบัน และเป็นความกังวลไปสู่อนาคต ซึ่งกรอบเวลาคร่าวๆ ที่เราเห็นว่าเหมาะสมในยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ คือ วันที่ 18-20 ธ.ค. โดยเราจะอภิปรายผสมผสานกันไปทั้งรัฐบาลที่ผ่านมาและรัฐบาลปัจจุบัน เนื่องจากคนเก่าสร้างความผิดและคนใหม่มาต่อยอดความผิด ดังนั้นต้องอภิปรายทั้งคนเก่าและคนใหม่ควบคู่กันไป

อย่างไรก็ตาม จะแตกต่างที่ประเด็นความผิด เพราะบางกรณีความผิดทำกันหลายคน ยึดโยงกันหลายกระทรวง บางเรื่องโยงไปถึงหัวหน้ารัฐบาลที่ดึงลูกน้องมาทำความผิด แต่บางเรื่องก็เป็นความผิดส่วนบุคคล

เมื่อถามว่าตั้งเป้าว่าจะล้มรัฐบาลได้หรือไม่ นายสุทิน กล่าวว่า เจตนาเราไม่ได้ต้องการล้มรัฐบาล แต่ถ้าเขาชี้แจงไม่ได้ แล้วทำความผิดจริง เขาจะล้มด้วยตัวของเขาเอง ทั้งนี้ โอกาสในการล้มรัฐบาลโดยการยกมือในสภาฯ เป็นไปได้น้อยอยู่แล้ว แต่หากหลักฐานเราดีก็เป็นไปได้ที่พรรคฟากรัฐบาลจะยกมือสนับสนุนเรา

แต่ที่ผ่านมาไม่เคยมีรัฐบาลไหนล้มด้วยการยกมือในสภา แต่จะเพลี่ยงพล้ำจากสภา แล้วไปล้มข้างนอก เสมือนเป็นการเปิดแผลในสภา แล้วไปเน่าข้างนอก ตนเชื่อว่าปัจจุบันพลังโซเชียลจะเป็นม็อบที่สำคัญ และเป็นม็อบใหญ่ที่สุด ที่จะทำให้รัฐบาลหมดความชอบธรรมในการบริหารประเทศ ทั้งนี้ เรามีหลักฐานแน่นอน เพราะถ้าไม่มีเราไม่กล้าเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ พรรคฝ่ายค้านจะมาคุยกันว่าหลักฐานที่มีจะเป็นการผลักให้เซ หรือผลักให้ล้ม แต่วันนี้เราสรุปกันได้แล้วว่าผลักให้หัวคะมำ

ด้าน นพ.ชลน่าน กล่าวว่า หากวางกรอบที่จะอภิปรายในวันที่ 18-20 ธ.ค. เราต้องจัดทำญัตติให้เสร็จเพื่อยื่นให้ประธานสภา บรรจุเข้าสู่วาระการประชุมสภาฯ โดยอย่างช้าที่สุดต้องไม่เกินวันที่ 6 ธ.ค. ที่เราจะต้องยื่นญัตติให้ประธานสภา


 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน