กมธ.พิจารณากฎหมายลูก 2 ฉบับแรกของสนช. เริ่มถกนัดแรกวันนี้ เล็งชั่งน้ำหนัก 3 ปมต้านพ.ร.บ.พรรคการเมือง ทั้งการจ่ายค่าสมาชิก เงื่อนไขตั้งพรรคและบทลงโทษ “เสรี สุวรรณภานนท์” หนุนยุบทิ้งกกต.จังหวัด ย้ำต้องเซ็ตซีโร่องค์กรอิสระ เหตุขาดคุณสมบัติ เพื่อไทย-ปชป.แนะสนช.ฟังเสียงประชาชน “มาร์ค”จี้คสช.ผ่อนปรนให้จัดประชุมพรรคได้ ด้านพงศ์เทพ ยังมั่นใจไม่มีใครดึงเลือกตั้งถึงปลายปี”61 เชื่อเลือกเร็วส่งผลดีต่อประเทศ “จตุพร”ค้านเก็บค่าสมาชิก ชี้หากยังแก้ปัญหาไม่ได้ การเลือกตั้งก็ไม่ใช่ทางออก สวนดุสิตโพลเผยชาวบ้านเริ่มไม่ปลื้มรัฐบาล พิษเศรษฐกิจแย่-บังคับใช้กฎหมายเข้ม ทำคะแนนนิยมลดลง ป.ป.ช.เล็งยึดทรัพย์”ธาริต เพ็งดิษฐ์”ร่ำรวยผิดปกติเพิ่มอีก พบข้อมูลโอนให้ญาติ-นายตำรวจคนสนิท 100 ล้าน เผยสำนักนายกฯมีคำสั่งไล่”ธาริต”ออกจากราชการแล้ว
ไร้บิ๊กกองทัพนั่งกก.ยุทธศาสตร์
เมื่อวันที่ 23 เม.ย. พล.อ.ชูศักดิ์ เมฆสุวรรณ สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาร่างพ.ร.บ.การจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ…. คนที่ 3 ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวว่า เมื่อวันที่ 21 เม.ย.ที่ผ่านมา กมธ.วิสามัญได้ประชุมนัดแรก มีการเลือกตำแหน่งในกมธ.วิสามัญ โดยมีพล.อ.วรพงษ์ สง่าเนตร เป็นประธาน พร้อมทั้งพิจารณาเบื้องต้นได้ 5 มาตรา ยังไม่เข้าสู่รายละเอียดเนื้อหาอะไรมาก ซึ่งเรามีกรอบเวลาพิจารณาทั้งสิ้น 60 วัน เปิดให้สมาชิกสนช.ยื่นคำขอแปรญัตติภายใน 15 วัน
พล.อ.ชูศักดิ์กล่าวว่า สำหรับการให้ความเห็นจากฝ่ายการเมืองถึงการดำรงตำแหน่งกรรมการยุทธศาสตร์ชาติของตัวแทนจากกองทัพนั้น ในเนื้อหาร่างแรกของสปท.ที่เสนอไปยังครม.และคณะกรรมการกฤษฎีกา ก่อนส่งให้สนช.พิจารณานั้นไม่มีในส่วนนี้ แต่การพิจารณารายมาตราวาระสอง ในชั้นกมธ.วิสามัญของสนช.ยังต้องถกอีกหลายนัด ซึ่งอาจมีการปรับเนื้อหาบางส่วนบ้าง ทั้งยังต้องรับฟังความเห็นจากสมาชิกที่เสนอขอแปรญัตติด้วย
สนช.ชั่งน้ำหนัก 3 ข้อปมกม.พรรค
พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม สมาชิกสนช. ในฐานะกมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมือง เปิดเผยว่า ในวันที่ 24 เม.ย. กมธ.จะประชุมนัดแรก เพื่อเริ่มเดินหน้าพิจารณาแต่งตั้งประธาน รองประธาน และตำแหน่งต่างๆ ในกมธ. รวมทั้งวางแนวทางพิจารณายกร่างกฎหมายดังกล่าว ประเด็นที่กมธ.ต้องพิจารณาเป็นพิเศษคือ เรื่องที่พรรคมีความเห็นต่างจาก คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ได้แก่ การจ่ายเงินค่าสมาชิกพรรคคนละ 100 บาทต่อปี เงื่อนไขการตั้งพรรคที่มีหลักเกณฑ์ยุ่งยากแต่ยุบพรรคง่าย และบทลงโทษพรรคที่รุนแรง ประเด็นเหล่านี้กมธ.จะนำเหตุผลของ กรธ.มาชั่งน้ำหนักดูว่ามีเหตุผลมากน้อยเพียงใด อาทิ กรณีการให้สมาชิกพรรคจ่ายเงินค่าบำรุงพรรคปีละ 100 บาท ซึ่งกรธ.ให้เหตุผลว่าเป็นจำนวนเงินที่สามารถจ่ายได้เพื่อให้สมาชิกกับพรรคมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันมากขึ้นกว่าในอดีตนั้น ซึ่งพรรคต้องตอบให้ได้ว่า จะมีวิธีการใดที่ช่วยให้สมาชิกกับพรรคมีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกัน นอกเหนือจากวิธีจ่ายค่าสมาชิกพรรค
ยันไม่เชิญนักการเมืองเข้าชี้แจง
พล.อ.สมเจตน์กล่าวว่า ในการพิจารณาของกมธ.คงไม่สามารถเรียกนักการเมืองมาให้ความเห็นได้แล้ว เพราะมีเวลาพิจารณาเพียง 45 วัน แต่ถ้าพรรคต้องการแสดงความเห็น ก็ส่งเป็นเอกสารเข้ามาได้ กมธ.ไม่ได้ปิดโอกาสพรรค และที่ผ่านมาในชั้นการพิจารณาของกรธ. และคณะกรรมการพิจารณาศึกษาร่างพ.ร.บ.พรรคการเมือง ได้ให้พรรคมาแสดงความเห็นต่อการยกร่างกฎหมายลูกฉบับนี้แล้ว
พล.อ.สมเจตน์กล่าวว่า อยากให้พรรคเสนอความเห็นให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศ ไม่ใช่เสนอให้ง่ายต่อการดำเนินกิจกรรมของพรรค ขอยกตัวอย่างเรื่องการห้ามบุคคลภายนอกเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการบริหารพรรค เพื่อป้องกันการแทรกแซงครอบงำพรรค เป็นผลมาจากการปฏิบัติในอดีตของพรรคที่ให้คนมีมลทินเข้ามาครอบงำพรรค ดังนั้น ถือว่ามีความชอบธรรมที่ต้องมีข้อห้ามไม่ให้บุคคลภายนอกมายุ่งเกี่ยวกับการบริหารพรรค
ส่วนที่พรรคเรียกร้องให้ปลดล็อกคำสั่งมาตรา 44 เรื่องการทำกิจกรรมพรรคนั้น พล.อ.สมเจตน์กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ คสช.ได้พิจารณาอยู่แล้ว คิดว่าไม่จำเป็นต้องเรียกร้องหรือไปบอก และในกฎหมายก็ระบุไว้ชัดว่าภายใน 180 วัน พรรคจะต้องทำกิจกรรมการเมือง เมื่อถึงเวลานั้น เชื่อว่าคสช.จะพิจารณาอยู่แล้ว
สปท.หนุนยุบทิ้งกกต.จังหวัด
นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานกมธ.ด้านการเมือง สปท. ในฐานะกมธ.วิสามัญพิจารณร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยกกต. กล่าวว่า ในวันที่ 24 เม.ย. กมธ.จะประชุมนัดแรก เท่าที่ดูเนื้อหาที่กรธ.เสนอมาเห็นว่ามีหลายเรื่องที่กรธ.เห็นด้วยกับสิ่งที่สปท.การเมืองเคยเสนอไป เช่น การยกเลิกกกต.จังหวัด เนื่องจากมีข้อครหาเป็นคนของนักการเมือง ขาดความเป็นกลาง การทำสำนวนมีการเรียกรับผลประโยชน์ จึงควรให้ผู้ตรวจการเลือกตั้งเข้ามาทำหน้าที่แทน เพราะเป็นคนนอกพื้นที่ ไม่มีระบบอุปถัมภ์มาเกี่ยวข้อง ช่วยให้มีประสิทธิภาพการทำงานเพิ่มขึ้น
นายเสรีกล่าวว่า ส่วนคุณสมบัติกกต.ที่กำหนดให้มีคุณสมบัติสูงนั้น ถือว่าเป็นไปตามเงื่อนไขที่รัฐธรรมนูญกำหนด หากจะมีกกต.คนใดต้องพ้นตำแหน่งก็ช่วยไม่ได้ เพราะกกต.เป็นองค์กรสำคัญดูแลเรื่องการเลือกตั้งให้เกิดความเป็นกลาง จึงต้องกำหนดคุณสมบัติให้สูงเป็นพิเศษ
ชี้เก็บค่าสมาชิกช่วยสกัดนายทุน
นายเสรีกล่าวถึงเนื้อหาร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยพรรรคการเมืองที่กำหนดให้สมาชิกพรรคต้องจ่ายค่าธรรมเนียมปีละ 100 บาทว่า เห็นด้วยแนวทางดังกล่าว ตรงกับแนวทางที่สปท.การเมืองเคยเสนอไป ทำให้ประชาชนมีส่วนร่วมเป็นเจ้าของพรรคอย่างแท้จริง ไม่ใช่ของนายทุนเหมือนที่ผ่านมา และค่าสมาชิกพรรคปีละ 100 บาท ไม่ถือว่ามากเกินไปอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้ หากพรรคใดแอบจ่ายเงินดังกล่าวให้สมาชิกพรรคจะมีบทลงโทษรุนแรง ทำให้ฝ่ายการเมืองออกมาต่อต้านอย่างหนัก โดยเอาคนจนมาเป็นข้ออ้าง เพราะกลัวถูกจับได้ว่าจ่ายเงินแทน ทั้งนี้ ถ้าไม่มีการกำหนดหลักเกณฑ์ดังกล่าว การเมืองจะกลับไปอยู่ภายใต้การครอบงำของนายทุนเหมือนเดิม โดยที่ประชาชนไม่มีส่วนร่วม
“มาร์ค”ห่วงเก็บเงินสมาชิก
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรธ. บัญญัติให้เก็บค่าบำรุงสมาชิกพรรคคนละ 100 บาทต่อปีว่า พรรคประชาธิปัตย์เคยพยายามทำเรื่องนี้ โดยเก็บค่าสมาชิกพรรคคนละ 20 บาท แต่ต้องยอมรับว่าประชาชนไม่คุ้นเคยกับแนวคิดการชำระเงินเพื่อเป็นสมาชิก และการกำหนดค่าบำรุงที่สูงขึ้นโดยที่สิทธิไม่ได้เพิ่มมากขึ้น อีกทั้งพรรคไม่มีเวลาไปทำความเข้าใจกับสมาชิกซึ่งมีจำนวนมากว่าถ้าไม่ชำระเงินจะขาดสมาชิกภาพ ถือเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องอธิบาย ซึ่งยากในการทำงาน
นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ส่วนตัวสนับสนุนแนวคิดที่ให้ประชาชนและสมาชิกพรรคมีส่วนร่วมทางการเมือง แต่อยากขอว่าหากจะปรับเปลี่ยนอะไร ควรต้องมีเวลาให้พรรคได้ทำงาน และต้องมีการเปลี่ยนแปลงอย่างอื่นให้ประชาชนมั่นใจว่าการเข้ามาเป็นสมาชิกจะได้สิทธิมากขึ้น แต่ขณะนี้การเข้ามาเป็นสมาชิกพรรคจะต้องเสียสิทธิในหลายด้าน เพราะในกฎหมายหลายฉบับระบุว่าใครเคยเป็นสมาชิกพรรคไม่สามารถทำสิ่งนั้นสิ่งนี้ได้ จึงเป็นเรื่องยากในการอธิบายว่าจะเสียเงินค่าบำรุงพรรคเพื่อเป็นสมาชิกพรรคทำไม เรามีการส่งเสริมเปลี่ยนแปลงวัฒธรรมในสังคมหรือยังที่จะมาทำตรงนี้ ดังนั้น หากทำสิ่งเหล่านี้ควบคู่ไปด้วย พวกตนไม่ขัดข้อง แต่ถ้าจะมาพยายามให้มันเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เก็บเงินในอัตราที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง ไม่มีรูปธรรมที่ชัดเจนว่าประโยชน์ที่ได้รับคืออะไร นอกจากจะไม่สำเร็จแล้ว จะมีปัญหาการฉ้อฉลเกิดขึ้น และจะมีการเอาเงินไปจ่ายแทนประชาชน และจะตรวจสอบยากมาก
นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ขณะเดียวกันเมื่อเขียนว่าการจ่ายเงินแทนกันเป็นความผิด มีโทษรุนแรง ก็สุ่มเสี่ยงว่าจะมีการกลั่นแกล้งกัน เช่น ส่งคนมาล่อซื้อแล้วเกิดปัญหาว่าตกลงใครเป็นผู้ชำระเงิน ดังนั้น จึงอยากให้เอาหลักการสำคัญมากำหนดไว้ในกฎหมายแล้วรายละเอียดให้ออกเป็นระเบียบของหน่วยงานนั้น จะดีกว่า
จี้คสช.ผ่อนปรนประชุมพรรค
นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า อยากให้คสช. ผ่อนปรนในบางเรื่อง เพื่อสามารถประชุมพรรคและจัดองคาพยพของพรรคได้ โดยผ่อนปรนในส่วนที่เกี่ยวกับการปฏิบัติเพื่อนำไปสู่มาตรฐานตามกฎหมายก่อน ซึ่งเชื่อว่าขณะนี้ไม่มีพรรคไหนที่เรียกร้องอยากจะหาเสียง แต่ต้องประชุมเพื่อบริหารจัดการภายในและเตรียมตัวปฏิรูปพรรค ซึ่งเป็นเรี่องจำเป็น ส่วนที่ กรธ.ยกเลิกการมีกกต.จังหวัดและให้มีผู้ตรวจการเลือกตั้งแทนนั้น ตนเห็นด้วยกับการไม่ใช้ กกต.จังหวัดแบบที่เคยใช้ เพราะไม่เห็นด้วยกับการที่มีคณะกรรมการที่จะให้คุณให้โทษเกี่ยวกับการดูคดีเลือกตั้ง ซึ่งอยู่ในพื้นที่และเกิดปัญหาว่าผู้เล่นกับกรรมการมีความสัมพันธ์กัน ดังนั้น ระบบที่มีความยืดหยุ่นหมุนเวียนนำคนที่มาจากนอกพื้นที่มาช่วยทำงาน ถือเป็นหลักคิดที่ใช้ได้ แต่ควรให้ กกต.ซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติ เป็นผู้คิดหลักเกณฑ์ต่างๆ ในการทำงานมากกว่าที่ กรธ.จะไปกำหนดบังคับไว้ในกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ เพราะจะเป็นการกำหนดกฎเกณฑ์ที่รัดตัวเกินไป ซึ่งยากต่อการปฏิบัติ
ชง 5 ข้อสกัดนายทุนครอบงำ
นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมืองว่า เป็นร่างกฎหมายสำคัญที่จะมีส่วนทำให้การเมืองไทยเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้นหรือไม่ ซึ่งขึ้นอยู่กับการทำหน้าที่ของ สนช. ว่าจะพิจารณากฎหมายออกมามีรูปร่างหน้าตาอย่างไร สามารถแก้ไขปัญหาทางการเมืองและนักการเมืองบางคนที่ใช้พรรค เป็นบันไดไต่สู่อำนาจและใช้อำนาจโดยมิชอบ เพื่อประโยชน์ของตนเองและพวกพ้องได้หรือไม่ ขอให้ สนช. ยึดแนวทางพิจารณาดังนี้ 1.ทำให้เป็นพรรคของประชาชน ไม่ใช่พรรคของใครคนใดคนหนึ่ง หรือครอบครัวใดครอบครัวหนึ่ง
นายองอาจกล่าวว่า 2.เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมืองกับพรรคอย่างกว้างขวางบนพื้นฐานที่เป็นจริงของสังคมไทย 3.การบริหารพรรคการเมืองด้วยกลไกประชาธิปไตย 4.พรรคควรมีระบบการเงินที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และควรมีกลไกป้องกันนายทุนพรรคที่จะใช้เงินเป็นเครื่องมือครอบงำการทำงานของพรรค 5.สร้างกลไกให้การก่อตั้งพรรค อยู่บนพื้นฐานของอุดมการณ์ทางการเมืองเพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน ไม่ใช่พรรคเฉพาะกิจเพื่อผลทางการเมืองเฉพาะหน้าเท่านั้น อยากให้ สนช.ใช้ความรู้ความสามารถอย่างเต็มที่ในการทำกฎหมายพรรคการเมือง เพื่อให้เป็นกฎหมายที่จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองไปในทิศทางที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืนต่อไป
พท.เชื่อไม่ยื้อเลือกตั้งถึงปลายปี61
นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา แกนนำพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรธ. ระบุการเลือกตั้งจะเกิดช้าสุดในปลายปี 2561 ว่า นายมีชัยระบุการเลือกตั้งช้าสุดปี 2561 แต่ไม่ได้ระบุว่าจะต้องเกิดปลายปี 2561 เชื่อว่าโรดแม็ปการเลือกตั้งไม่น่าจะยาวนานถึงปลายปี 2561 เพราะมีกรอบกำหนดการเขียนกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญไว้ชัดเจนว่าต้องทำให้เสร็จใน 240 วัน โดยกฎหมายที่มีผลต่อการจัดเลือกตั้งมีทั้งหมด 4 ฉบับ ขณะนี้พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมือง และพ.ร.บ.ว่าด้วยกกต. เข้าสู่สนช.วาระแรกแล้ว อีก 2 ฉบับที่เหลือคือพ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. และพ.ร.บ.ว่าด้วยการได้มาซึ่งส.ว. ถ้าทั้ง 4 ฉบับพิจารณาแล้วเสร็จ การเลือกตั้งก็เกิดได้ทันที
นายพงศ์เทพกล่าวว่า เชื่อว่าขณะนี้กรธ.ได้ร่างกฎหมายอีก 2 ฉบับไว้เสร็จแล้ว ส่วนการประสานการแก้ไขกฎหมายต่างๆ ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ไม่ได้ยาก ที่จะทำให้การเลือกตั้งยาวนานไปถึงปลายปี 2561 และควรเกิดเร็วกว่านี้ หากเลือกตั้งเกิดขึ้นเร็ว ประเทศจะกลับเข้าสู่ประชาธิปไตย ได้รับความเชื่อถือจากนานาอารยประเทศ การค้าการลงทุนจะดีขึ้น ส่งผลดีต่อประชาชนชาวไทยที่จะมีสิทธิเสรีภาพดีขึ้นกว่าขณะนี้ ส่วนความหวังที่สนช.จะปรับปรุงพ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมือง ตามเสียงสะท้อนของนักการเมืองหรือไม่นั้น มองว่า สนช.ชุดนี้ไม่ได้มาจากประชาชน แต่หวังว่าสนช.จะคิดถึงประโยชน์ส่วนรวมและฟังเสียงประชาชนในการพิจารณากฎหมายสำคัญเหล่านี้
“จตุพร”ชี้สร้างภาระประชาชน
นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวถึงข้อเสนอของพรรคการเมืองให้ปรับปรุงคณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ ที่มีสัดส่วนทหาร ผบ.เหล่าทัพ ฝ่ายความมั่นคง เข้ามามีส่วนร่วมว่า ไม่แปลกใจหรือน่ากังวลมากไปกว่าสถานการณ์ที่ผ่านมา รวมถึงเรื่องการวางกรอบยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ก็ไม่เกินความคาดหมาย เพราะหลายส่วนได้ทักท้วงไปแล้วว่าหากทำจริงจะมีปัญหาอะไรเกิดขึ้น
นายจตุพรกล่าวว่า ร่างกฎหมายลูก 2 ฉบับที่ผ่านสนช.วาระแรก ก็เป็นอีกประเด็นที่สังคมจะได้เรียนรู้ว่าเหมาะสมหรือไม่ ยกตัวอย่าง การทำให้ประชาชนยุ่งยากในการสมัครเป็นสมาชิกพรรค ต้องจ่ายเงินค่าสมาชิกเป็นรายปี ทั้งที่ในระบอบประชาธิปไตยควรให้ประชาชนยินยอมด้วยความสมัครใจ ไม่ใช่การบังคับหรือสร้างภาระให้ประชาชน เช่นเดียวกับการกำหนดลงโทษรุนแรงต่อกรรมการบริหารพรรค ที่ต้องรับผิดชอบด้วยหากสมาชิกทำไม่ถูกต้อง เป็นต้น
“เรื่องเหล่านี้สังคมจะได้เห็นผลในอนาคต ผมเชื่อว่าจะหนักกว่าที่ผ่านมาและปัญหาจะกลับมาที่จุดเดิม คือไม่มีอนาคตและไม่เห็นทางออกว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร เรื่องเหล่านี้คนการเมืองเห็นว่าปลายทางไม่สามารถต่อไปได้ตามปกติ จึงไม่สนใจว่าจะเลือกตั้งเมื่อใด เพราะโรดแม็ปเปลี่ยนตลอด และการเลือกตั้งก็ยังไม่สามารถแก้วิกฤตปัญหาที่ผ่านมาได้อย่างแท้จริง” นายจตุพรกล่าว
“ปึ้ง”ยื่นลาออกเพื่อไทย
นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรมว.ต่างประเทศและแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตนจะไปยื่นใบลาออกจากสมาชิกพรรคเพื่อไทยกับรักษาการหัวหน้าพรรค ในวันที่ 27 เม.ย.นี้ เวลา 10.00 น. เนื่องจากตนไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับการเมืองในช่วงที่ถูกถอดถอน อยากทำงานเพื่อช่วยเหลือสังคมแทน แต่จะทำอะไรต่อไปนั้น ตนจะขอชี้แจงอีกครั้งในวันดังกล่าว
คะแนนนิยม”บิ๊กตู่”ลดเหตุศก.แย่
สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เผยผลสำรวจเรื่อง “รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในสายตาประชาชน” จากประชาชนทั่วประเทศจำนวน 1,119 คน ระหว่างวันที่ 18-22 เม.ย. พบว่าเรื่องที่จะทำให้ประชาชนนิยมชมชอบรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ มากขึ้น ร้อยละ 70.51 ระบุว่าการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่น ร้อยละ 65.33 บ้านเมืองเป็นระเบียบ สงบสุข ร้อยละ 62.56 การบริหารบ้านเมืองให้เจริญก้าวหน้า
ส่วนที่จะทำให้ประชาชนนิยมชมชอบรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ ลดลง ร้อยละ 76.50 เศรษฐกิจย่ำแย่ ประชาชนเป็นอยู่ลำบาก ร้อยละ 73.46 การบังคับใช้กฎหมาย ร้อยละ 68.36 เผด็จการ ปิดกั้นการแสดงความคิดเห็น
ขณะที่ภาพรวม วันนี้ประชาชนมีความนิยมชมชอบรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ มากขึ้นหรือลดลง ร้อยละ 44.77 นิยมชมชอบเท่าๆ เดิม ร้อยละ 29.40 นิยมชมชอบลดลง ร้อยละ 25.83 นิยมชมชอบมากขึ้น ทั้งนี้สิ่งที่ประชาชนอยากฝากบอกรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ ร้อยละ 80.70 เร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาปากท้อง คุณภาพชีวิตของประชาชน ร้อยละ 71.58 ดำเนินงานตามโรดแม็ป จัดการเลือกตั้ง เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย และร้อยละ 69.97 ใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า โปร่งใส ตรวจสอบได้
“บิ๊กตู่”เข้าเฝ้าฯกษัตริย์บาห์เรน
เมื่อวันที่ 23 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างวันที่ 24-26 เม.ย.นี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ ประกอบด้วยนายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ และ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.สาธารณสุข จะเดินทางเยือนราชอาณาจักรบาห์เรนอย่างเป็นทางการ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างไทยและบาห์เรน ในโอกาสครบรอบ 40 ปี ถือเป็นประเทศแรกในภูมิภาคตะวันออกกลางที่นายกฯ จะเดินทางเยือน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกฯ พร้อมคณะจะเดินทางในวันที่ 24 เม.ย. เวลา 14.10 น. จากท่าอากาศยานทหาร 2 (กองบิน 6) ถึงท่าอากาศยานนานาชาติกรุงมานามา จากนั้นวันที่ 25 เม.ย. เข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระราชาธิบดีฮามัด บิน อิซา อัล คอลิฟะห์ และหารือข้อราชการกับเจ้าชายคอลิฟะห์ บิน ซัลมาน อัล คอลิฟะห์ นายกฯ บาห์เรน และร่วมเป็นสักขีพยานการลงนามเอกสาร 3 ฉบับ ได้แก่ 1.บันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไทยและกระทรวงกิจการเทศบาลและผังเมืองบาห์เรน ว่าด้วยความร่วมมือด้านการเกษตร 2.พิธีสารแก้ไขอนุสัญญาระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลบาห์เรน เพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนและการป้องกันการเลี่ยงรัษฎากรในส่วนที่เกี่ยวกับภาษีเก็บจากเงินได้ และ 3.บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์กับมหาวิทยาลัยบาห์เรน และเดินทางกลับถึงประเทศไทยในเวลา 08.20 น.วันที่ 26 เม.ย.
ฟัน”ธาริต”พ้นราชการ-จ่อยึดเพิ่ม
เมื่อวันที่ 23 เม.ย. นายปรีชา เลิศกมลมาศ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะผู้รับผิดชอบสำนวนคดีที่คณะกรรมการป.ป.ช.แต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริง กล่าวหานายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ร่ำรวยผิดปกติอีกครั้งหนึ่ง โดยมีพฤติการณ์เบื้องต้น อาจจะมีทรัพย์สิน บางส่วนถูกถ่ายเทไปยังบุคคลอื่น กล่าวถึงความคืบหน้าว่า เป็นการขยายผลการสอบสวนจากการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินเดิมของนายธาริต เบื้องต้นมติของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้อายัดทรัพย์สินไว้ก่อนประมาณ 90 ล้านบาท จากทรัพย์สินทั้งหมด 346 ล้านบาทที่ถูกตั้งข้อสงสัยว่าอาจร่ำรวยผิดปกติ ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการไล่สอบเส้นทางการเงิน และตรวจสอบเชิงลึก
นายปรีชากล่าวว่า มีข้อมูลที่น่าเชื่อได้ว่านายธาริต ได้โยกย้ายทรัพย์สินบางส่วนมูลค่าเกือบ 100 ล้านบาทไปอยู่กับคนใกล้ชิด ซึ่งยังอยู่ระหว่างการไต่สวน ถ้าทรัพย์สินส่วนไหนที่นายธาริตชี้แจงได้ถูกต้อง มีที่มาที่ไปก็จะไม่ถูกอายัด แต่ถ้าส่วนไหนชี้แจงไม่ได้ หรือมีที่มาที่ไปไม่ชัดเจน อาจจะถูกอายัดไว้เพื่อตรวจสอบก่อนได้ ยืนยันว่าป.ป.ช.ให้ความยุติธรรมกับนายธาริตอย่างเต็มที่
แหล่งข่าวจากป.ป.ช. เปิดเผยว่า จากการไต่สวนคดีพบข้อเท็จจริงว่านายธาริต ได้โอนทรัพย์สินบางส่วนให้กับบุตร ภรรยา คนใกล้ชิด และนายตำรวจใกล้ชิดรายหนึ่งเป็นผู้ถือทรัพย์สินแทน โดยส่วนใหญ่เป็นเงิน และหุ้นของบริษัทต่างๆ รวมถึงที่ดินด้วย อย่างไรก็ตาม ภายหลังที่ ป.ป.ช.มีมติตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนคดีนี้ นายธาริตได้ฟ้องร้องนายปรีชา เลิศกมลมาศ กรรมการป.ป.ช. ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการไต่สวน ในหลายคดี แต่ศาลได้ยกคำร้องทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นศาลยุติธรรมที่สู้กันถึงชั้นอุทธรณ์ และศาลแพ่ง
แหล่งข่าวกล่าวว่า หลังจากป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิดนายธาริต ในคดีร่ำรวยผิดปกติ ได้ส่งสำนวนการไต่สวนและรายงานความเห็นกรณีชี้มูลความผิดนายธาริต ไปยังพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคสช. เพื่อให้ลงโทษไล่นายธาริตออกจากราชการ เนื่องจากนายธาริต ถูกย้ายไปปฏิบัติหน้าที่สำนักนายกฯ ตามคำสั่งคสช. ซึ่งฝ่ายเลขาธิการนายกฯ แจ้งว่าให้ส่งเรื่องไปยังผู้บังคับบัญชาสำนักนายกฯ แทน เพราะเป็นผู้บังคับบัญชาโดยตรงของ นายธาริต สำนักงาน ป.ป.ช.จึงส่งหนังสือให้ลงโทษไล่นายธาริต ออกจากราชการไปยังผู้บังคับบัญชาของสำนักนายกฯอีกรอบหนึ่ง ล่าสุดเท่าที่ทราบข่าวคือ มีการไล่นายธาริต ออกจากราชการแล้ว
ผบ.ทบ.สั่งเข้มตอบโต้ป่วนใต้
เมื่อเวลา 09.20 น. วันที่ 23 เม.ย. ที่กองบังคับการหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 45 อ.ระแงะ จ.นราธิวาส พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบกพร้อมคณะเดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญกำลังพล รวมทั้งมอบนโยบายในการปฏิบัติงาน โดยมีนายสิทธิชัย ศักดา ผวจ.นราธิวาส พล.ต.วิชาญ สุขสง ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส และพ.อ.อิศรา จันทะกระยอม ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 45 รวมทั้งกำลังพลจำนวน 50 นาย ร่วมให้การต้อนรับ ก่อนประชุมร่วมกับหัวหน้าหน่วยทหารชุดเฉพาะกิจกรมทหารพราน ที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ 13 อำเภอ ของจ.นราธิวาส ฟังบรรยายสรุปผลการปฏิบัติงานที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ในที่ประชุม พล.อ.เฉลิมชัยมอบนโยบายเน้นย้ำภารกิจเร่งด่วน 4 ข้อ เพื่อแก้ปัญหาความไม่สงบให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน และทำงานด้วยความเป็นเอกภาพคือ 1.การสลายการจัดตั้งเขตอำนาจรัฐที่ซับซ้อนในหมู่บ้าน ด้วยการทำงานการเมืองในเชิงลึกต่อกลุ่มเป้าหมาย รวมไปถึงผู้ให้การสนับสนุนอยู่เบื้องหลังอย่างจริงจัง 2.ขับเคลื่อนโครงการประชารัฐในหมู่บ้านสีแดงในพื้นที่ให้กลายสภาพเป็นหมู่บ้านปลอดโจร 3.สร้างภาพลักษณ์และสร้างความเข้าใจที่ดีระหว่างเจ้าหน้าที่และประชาชน และ 4.ปฏิบัติหน้าที่ทุกวิถีทางชักชวนผู้เห็นต่างและผู้ก่อเหตุรุนแรง เข้าร่วมโครงการพาคนกลับบ้าน
นอกจากนี้ ก่อนเสร็จสิ้นภารกิจ พล.อ.เฉลิมชัยยังได้ให้หัวหน้าหน่วยปรับใช้นโยบายที่เคยมอบให้ อย่าเน้นการตั้งรับแต่ให้เน้นเชิงรุก เมื่อมีเหตุร้ายต้องสามารถตอบโต้ได้ทันควันและจับคนร้ายมาลงโทษให้ได้ ส่วนกรณีที่ตั้งฐานหรือหน่วยย่อย ต้องมีมาตรการที่รัดกุมอย่าปล่อยปละละเลยให้คนร้ายโจมตี หรือสร้างสถานการณ์ รวมทั้งเตรียมพิจารณาความดีความชอบให้แก่เจ้าหน้าที่ทหารพรานด้วยการคัดเลือกเป็นรายบุคคลผลักดันให้ท่านได้เจริญก้าวหน้าในหน้าที่บรรจุเป็นนายสิบต่อไป
