“รมว.ดีอี” ยันยังไม่มีหน่วยงานรัฐโดนไวรัส “วันนาคราย” ชี้ไทยป้องกันได้ทัน แนะปชช.อัพเดตวินโดว์-ระวังอีเมลแปลกปลอม แจงพ.ร.บ.มั่นคงไซเบอร์ไม่มีเจตนาล้วงข้อมูล
เมื่อวันที่ 16 พ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวกรณีที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านสื่อสารมวลชน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) เสนอให้หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้มาตรา 44 แต่งตั้งคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (กปช.)โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ระหว่างที่ร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. … ยังพิจารณาไม่แล้วเสร็จ ว่า ร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว เป็นการดำเนินการตามขั้นตอน เพราะเป็นเรื่องที่เราจะต้องคุ้มครองสังคม
การที่จะคุ้มครองจะต้องมีการกำหนดหลักเกณฑ์ โดยดึงประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม ส่วนที่มีความกังวลว่าเจ้าหน้าที่จะล้วงข้อมูลได้นั้น คงไม่เกี่ยว เนื่องจากเป็นเรื่องของการคุ้มครองป้องกันฐานข้อมูลทั้งในภาครัฐและเอกชน และข้อมูลต่างๆ ของประชาชน ยืนยันว่าเรากำลังทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ของสังคม ขออย่ากังวล สิ่งที่เราทำไม่เข้าข่ายล้วงข้อมูล แต่เป็นการประกาศให้เจ้าของข้อมูลช่วยเหลือตัวเอง
นายพิเชฐ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีมัลแวร์เรียกค่าไถ่ “วันนาคราย” (WannaCry) แพร่ระบาดในหลายประเทศนั้น ขณะนี้สถานการณ์ทั่วโลกบรรเทาลงแล้ว แต่ยังต้องมีการดูแลและเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยกระทรวงดิจิทัลฯ ได้เฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง มีการประสานไปยังหน่วยงานหลักที่มีการดูแลโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการเงิน การคลัง สาธารณูปโภค ไฟฟ้า ประปา อุตสาหกรรม อย่างใกล้ชิด หลักสำคัญคือ ต้องป้องกันตัวเองขณะที่เชื้อยังมาไม่ถึง
โดยต้องอัพเดตระบบปฏิบัติการที่เรียกว่าโอเอส เพราะมัลแวร์ดังกล่าวจะวิ่งผ่านระบบวินโดว์เข้ามาในอีเมล มาในรูปแบบของจดหมายพ่วง ขอแนะนำว่าถ้ามีอีเมล์แปลกปลอมไม่ควรรีบเปิด ส่วนคนที่ใช้ระบบวินโดว์แบบเก่าขอให้รีบอัพเดต ขณะที่บางหน่วยงานคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องจะมีความเชื่อมโยงกัน ขอให้ปิดกั้นไม่ให้มีความเชื่อมโยงกัน เนื่องจากไวรัสชนิดนี้แพร่เร็วมาก รวมถึงการเชื่อมโยงภายนอกองค์กรขอให้ระมัดระวัง
รมว.ดิจิทัลฯ กล่าวว่า 2-3 วันที่ผ่านมา รัฐบาลได้ประกาศและติดต่อประสานงานไปยังหลายประเทศ พบว่าของไทยได้ผลค่อนข้างดีเมื่อเทียบกับหลายๆ ประเทศ แต่ที่เราเป็นห่วงคือ แม้จะสกัดในจุดนี้จะไปโผล่อีกจุดหนึ่ง อย่างไรก็ตาม หากประชาชนมีข้อขัดข้องหรือสงสัยจะมีเจ้าหน้าที่คอยให้คำช่วยเหลือแนะนำตลอด 24 ชั่วโมง ขอให้มั่นใจได้ว่าเราทำเต็มที่ หวังว่าจะไม่มีการแพร่ระบาดในประเทศไทย หรืออาจมีบ้าง แต่ไม่อันตรายมากนัก เนื่องจากเรามีการป้องกันอย่างทันท่วงที และขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานว่า ระบบฐานข้อมูลของหน่วยงานรัฐโดนไวรัสตัวนี้ ถ้าจะมีคงเป็นเล็กๆ น้อยๆ ที่หน่วยงานจัดการเองได้