รัฐสภามีมติเอกฉันท์เห็นชอบพิธีสารระงับข้อพิพาท-สมาชิกแนะตั้งหน่วยงานด้านกฎหมายดูแลผู้ค้าขาย
เมื่อวันที่ 21 ก.พ.ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมรัฐสภา มีนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา เป็นประธานการประชุม โดยที่ประชุมลงมติเห็นชอบพิธีสารว่าด้วยกลไกระงับข้อพิพาทด้านเศรษฐกิจอาเซียน ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้เสนอ ด้วยเสียงข้างมาก 549 เสียง โดยไม่มีผู้ไม่เห็นชอบ และงดออกเสียง 9 เสียง
ทั้งนี้สมาชิกรัฐสภาได้อภิปรายสนับสนุนพิธีสารฉบับดังกล่าว พร้อมเสนอแนะให้รัฐบาลตั้งหน่วยงานเพื่อพิจารณาข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติตามพิธีสาร เนื่องจากเชื่อว่าการระงับข้อพิพาทด้านเศรษฐกิจอาเซียนต้องใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องหลายฉบับ ดังนั้นหากสามารถตั้งหน่วยงานด้านกฎหมายเพื่อติดตามอย่างใกล้ชิดจะทำให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายตามพิธีสารได้โดยไม่มีปัญหา นอกจากนั้นยังมีข้อเสนอให้กลุ่มประเทศอาเซียนตั้งศาลเพื่อพิจารณาคดีของกลุ่มประเทศอาเซียน และให้หน่วยงานของรัฐบาลคำนึงถึงการสร้างประโยชน์กับประชาชนทุกระดับ
นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า ขอตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการพิจารณาคดีที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียดรอบคอบ หากมีผลตัดสินขออนุญาโตตุลาการ แต่ประเทศในกลุ่มประเทศอาเซียนไม่เห็นด้วยจะดำเนินการอย่างไร มองว่าพิธีสารดังกล่าวมีประเด็นที่ทำให้ประเทศไม่สามารถค้าขายได้ กระทรวงพาณิชย์ควรร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศพิจารณารายละเอียดเพื่อไม่ให้เกิดปัญหา ไม่ใช่แค่ขยายเวลาที่จะนำรายละเอียด มาให้สภาพิจารณาหรือเห็นชอบเท่านั้น ขอให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องพิจารณารายละเอียด หากไม่สามารถทำได้ เตรียมตัวถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ด้วยเหตุที่ทำให้ประเทศไม่สามารถค้าขายได้ ขณะที่การระงับข้อพิพาทตามประชาคมอาเซียน หากพิจารณาตามเนื้อหาของพิธีสาร อาจต้องใช้หลักเกรงใจเพื่อระงับข้อพิพาท
ด้านนายกนก วงษ์ตระหง่าน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า ผู้ประกอบการที่ไม่มีกำลังคนไทยไม่สามารถช่วยตนเองได้จำนวนมาก เช่น กรณีผู้ประกอบการชาวสวน ที่มีประเด็นกับล้งขนาดใหญ่ ไม่สามารถส่งผลไม้ที่มีคุณภาพไปถึงประเทศที่ต้องการส่งออกได้ ดังนั้นกระทรวงพาณิชย์ควรพิจารณาถึงการแก้ปัญหาให้กับเกษตรกรรายย่อย เอสเอ็มอี วิสาหกิจชุมชน โอท็อป ที่เจอปัญหา เพราะพิธีสารที่ให้รัฐสภาพิจารณานั้นยังไม่เห็นประโยชน์ต่อกลุ่มเกษตรกรรายย่อย
เชื่อว่าหากพิธีสาร บังคับให้เกิดประโยชน์กับกลุ่มเกษตรกรรายย่อย ให้สามารถส่งสินค้าไปยังต่างประเทศได้ จะเพิ่มจีดีพีของประเทศให้สูงขึ้นได้ พิธีสารระบุว่ามีปัญหาจะแก้อย่างไร แต่ตนต้องการให้เจ้าหน้าที่รัฐคิดเชิงรุกเพื่อให้กรอบพิธีสาร ใช้เชิงรุก ป้องกันและแก้ปัญหาล่วงหน้า เพื่อให้เกษตรกรรายย่อย ได้รับประโยชน์เมื่อเปิดประเทศอาเซียน ขณะเดียวกันการส่งสินค้าไปยังประเทศจีนถูกบังคับโดยกรอบข้อตกลงว่าด้วย จีเอ็มพี ที่ทำให้เกษตรกรตัวน้อยไม่ได้รับประโยชน์ ดังนั้นขอให้พิจารณาเพื่อให้เนื้อหาเกิดประโยชน์กับคนไทยทั้งประเทศ และไม่ใช่เกิดประโยชน์เมื่อเกิดข้อพิพาท ไม่ใช่ประโยชน์ของคนบางกลุ่ม และรายใหญ่เท่านั้น
นายดวงอาทิตย์ นิธิอุทัย รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ชี้แจงว่า กรณีที่กังวลว่าหากมีข้อพิพาทเกิดขึ้นพิธีสารสามารถใช้ตอบโต้ได้ ขณะที่การพิจารณาเนื้อหาของพิธีสารดังกล่าวไม่มีความขัดแย้งใดๆของหน่วยงาน