Khaosod
Online

วันจันทร์ ที่ 30 พ.ย. 2563

นายกฯ ขอ อย่ามองว่ามาสร้างความเสียหาย "อุตตม"โต้ ชิมช้อปใช้ ไม่เอื้อนายทุน

25 ก.พ. 2563 - 00:23 น.

นายกฯ ขอ อย่ามองว่ามาสร้างความเสียหาย "อุตตม"โต้ ชิมช้อปใช้ ไม่เอื้อนายทุน

ชิมช้อปใช้ / เมื่อเวลา 22.40 น. วันที่ 24 ก.พ. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ชี้แจงตอบโต้การอภิปรายของ นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ ว่า ตนนั่งฟังมานานพอสมควร บรรยากาศเป็นไปอย่างดียิ่ง เสียงนายมิ่งขวัญ ก็นุ่มๆทุ้มๆน่าฟังดี จนเกือบจะง่วงเหมือนกัน แต่ถือว่า เป็นประโยชน์

ตนจดทุกอันที่ท่านพูดมา โดยจะรับไว้พิจารณา ที่ผ่านมาก็เคยคุยกับนายมิ่งขวัญ มาแล้ว แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด คือวิธีการกฏหมายกลไกต่างๆยังมีปัญหาอยู่มากพอสมควร เราจำเป็นต้องวางโครงสร้างพื้นฐานเพื่อให้เป็นศูนย์กลางจริงๆ

แต่หากเราแตกความสามัคคีประเทศชาติไม่พร้อม ต่างชาติก็พร้อมจะอ้อมเราไปทันที เช่น รถไฟความเร็วสูงที่จะผ่านไทยก็เตรียมจะอ้อมไปทางประเทศเพื่อนบ้านของเราแล้ว อย่างไรก็ตาม ต้องขอบคุณในคำแนะนำ อะไรทำได้ตนพร้อมตัดสินใจอยู่แล้ว แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของความถูกต้องของกฏหมาย เป็นการตัดสินใจร่วมกันของครม.

แม้แต่รัฐบาลชุดที่แล้วตนก็ไม่เคยติดสินใจคนเดียว ต้องแก้ไขกฏหมายหลายร้อยฉบับถึงมีวันนี้ อย่างมองว่าตนเข้ามาแล้วจะสร้างความเสียหายอะไรนักเลย ไม่มีใครอยากทำให้เสียหาย เพราะที่นี่คือแผ่นดินไทย อย่างไรก็ตาม ตนขอใช้เวลาให้สั้นที่สุด จะได้ตั้งหลักไว้ เดี๋ยวจะหมดแรงกันเสียก่อน พรุ่งนี้มาสู้กันใหม่

กดติดตามไลน์ ข่าวสด official account ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน

จากนั้น เวลา 22.50 น. นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง ชี้แจงว่า หากดูรายละเอียดหนี้ครัวเรือนของประเทศไทยไตรมาส 3 ปี 2562 จะพบว่าหนี้ครัวเรือนมีหลายประเภท ซึ่งร้อยละ 47 เป็นหนี้ที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน คือ เป็นหนี้ที่คุณภาพ ร้อยละ 18 กู้เพื่อประกอบอาชีพสร้างรายได้ ซึ่งก่อให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจ

และร้อยละ 35 เป็นหนี้ด้านอื่นๆ นี่คือข้อมูลภายในหนี้ครัวเรือนที่เรามีอยู่ กระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทย ร่วมกันดูแลเรื่องนี้ และมีมาตการที่เข้มข้นขึ้น ยืนยันว่า หนี้ครัวเรือนเป็นสิ่งปกติที่ต้องมีเพียงแต่โครงสร้างหนี้ครัวเรือนต้องมีความเหมาะสม ส่งผลบวกต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ ในภาวะปัจจุบันเศรษฐกิจโลกไม่ปกติ เรามีความจำเป็นต้องดูแลทุกภาคส่วนในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ จึงมีการออกชุดมาตรการเศรษฐกิจ เพื่อดูแลการหมุนเวียนเศรษฐกิจในประเทศ ผ่านการกระตุ้นเศรษฐกิจ การบรรเทาภาระค่าใช่จ่ายภายในครัวเรือน ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และพยายามดูแลให้ครบห่วงโซ่การผลิตที่ต่อเนื่องกัน

เราพยายามพัฒนามาตรการที่ครบวงจรมีเป้าหมายที่ชัดเจน ไม่ได้ตั้งใจให้เป็นมาตรการถาวรในเวลานี้ เพราะต้องสร้างความมั่นใจให้มีสภาพคล่องเพียงพอ มีการอุปโภค บริโภค ที่จะสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการ และมาตรการเหล่านี้คงไม่มีมาตรการใด มาตรการหนึ่ง ที่จะตอบโจทย์เราได้ทั้งหมด รัฐบาลจึงจัดเป็นชุดมาตรการมาดูแลคนทุกกลุ่ม

รมว.คลัง กล่าวด้วยว่า ส่วนมาตรการชิมช้อปใช้ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อช่วยการดูแลเรื่องการอุปโภค บริโภคในวงกว้าง ส่วนที่พูดกันว่ามาตรการดังกล่าวใช้วงเงิน 2 หมื่นล้านบาทนั้น เป็นเพียงวงเงินที่ตั้งไว้ แต่ใช้จริงแค่ 1.83 หมื่นล้าน สร้างเม็ดเงินกว่า 2.9 หมื่นล้านบาท และมีการหมุนเวียนของเงินครบ 77 จังหวัดของประเทศไทย

มีการใช้จ่ายในเมืองรองมากกว่าเมืองหลัก นอกจากนี้ เรื่องของภาษีมูลค่าเพิ่มที่เกิดจากการอุปโภค บริโภค ในประเทศ พบว่าภาษีดังกล่าวขยายตัวในไตรมาส 4 ซึ่งมีผลในการช่วยดูแลเศรษฐกิจที่ถูกกระทบจากปัจจัยภายนอกอย่างต่อเนื่อง เป็นผลบวกคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ

ส่วนการใช้ระบบคิวอาร์โค้ดในการเข้าถึงมาตรการชิมช้อปใช้ ยืนยันว่า ไม่ได้เป็นการเอื้อประโยชน์ร้านค้าขนาดใหญ่ ซึ่งสาเหตุที่ใช้ระบบนี้ เพราะเครือข่ายการโอนเงินอิเล็กทรอนิกส์ช่วยลดต้นทุนในการโอนเงิน และยังได้ช่วยจูงมือประชาชนหลายสิบล้านคนก้าวข้ามกำแพงดิจิทัล

วันนี้โลกเปลี่ยนไปสู่เศรษฐกิจสังคมดิจิทัล ซึ่งประเทศไทยมีเป้าหมายใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีนี้อย่างเต็มที่ ส่วนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เป้าหมายเพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพสำหรับการดำรงชีพพื้นฐาน โดยไม่มีการเอื้อกลุ่มทุนแต่อย่างใด การจัดสรรโครงการนี้มีเจตนาให้ผู้ถือบัตรซื้อของกินของใช้ในชีวิตประจำวันเท่าที่จำเป็นเท่านั้น

 

 

line-qr

เกาะติดข่าวสำคัญ

กดติดตาม "ข่าวสด"

single-line

ติดตามข่าวสด


ข่าวเด่นประจำวัน













ภาพที่



อัลบั้มภาพ นายกฯ ขอ อย่ามองว่ามาสร้างความเสียหาย "อุตตม"โต้ ชิมช้อปใช้ ไม่เอื้อนายทุน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง