เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 7 ต.ค. ที่ม.หอการค้าไทย พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีป.ป.ช.ตั้งคณะทำงานเพื่อแสวงหาข้อเท็จจริงกรณีที่มีผู้ยื่นร้องให้ตรวจสอบกรณีที่พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม มีพฤติกรรมเอื้อประโยชน์ให้กับภรรยาในการดำเนินการสร้างฝายแม่ผ่องพรรณ ที่จ.เชียงใหม่ และบุตรชายในการเปิดบริษัทรับเหมาก่อสร้างในพื้นที่ของกองทัพภาคที่3 ว่า เมื่อมีผู้ร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. ในขั้นตอนเบื้องต้นต้องแสวงหาข้อเท็จจริงก่อน ส่วนจะใช้เวลานานแค่ไหนขึ้นอยู่กับการรวบรวมข้อมูล เพราะเมื่อคณะทำงานสามารถรวบรวมข้อมูลได้ครบถ้วนแล้ว จะนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.เพื่อให้พิจารณาว่า จะดำเนินการต่อไปอย่างไร ซึ่งถือว่าเป็นขั้นตอนปกติของการทำงาน ป.ป.ช. ส่วนจะตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นไต่สวนหรือไม่ต้องขึ้นอยู่กับเนื้อหา, ข้อมูล และหลักฐาน ที่ได้แสวงหามา
ผู้สื่อข่าวถามว่า สังคมกำลังวิจารณ์ว่าผู้ถูกกล่าวหามีนามสกุลจันทร์โอชา ซึ่งเป็นนามสกุลเดียวกันกับนายกรัฐมนตรีจะมีผลต่อการแสวงหาข้อเท็จจริงหรือไต่สวนหรือไม่ ประธาน ป.ป.ช. กล่าวว่า ไม่มีผลทุกอย่างเป็นไปตามข้อเท็จจริง อย่างไรก็ตาม กระบวนการทำงานของ ป.ป.ช. เป็นกระบวนการบังคับใช้กฎหมายทางอาญา ซึ่งผู้ถูกกล่าวหายังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ และในกระบวนการไต่สวนทุกอย่างจะต้องคำนึงถึงเรื่องสิทธิของผู้ถูกกล่าวหาด้วย
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีการตรวจสอบของ ป.ป.ช. ต่อประเด็นที่กระทรวงกลาโหมและสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฐานะหน่วยงานของรัฐและจัดให้มีการเดินทางโดยเครื่องบินการบินไทยแบบเช่าเหมาลำ งบประมาณ 20.9 ล้านบาท เพื่อเดินทางไปประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียน-สหรัฐฯ ที่มลรัฐฮาวาย ประเทศสหรัฐอเมริกา ประธาน ป.ป.ช. กล่าวว่า ขณะนี้ส่วนราชการที่มีอำนาจหน้าที่กำลังพิจารณาอยู่แล้วซึ่งถือเป็นหน้าที่ตามกฎหมาย ส่วน ป.ป.ช.มีหน้าที่ตรวจสอบการทุจริตและประพฤติมิชอบ
เมื่อถามต่อว่า ถึงแม้จะไม่มีผู้ร้องเรียนเข้ามาที่ ป.ป.ช. แต่เรื่องดังกล่าวถือเป็นที่สนใจของสังคม ป.ป.ช.จะดำเนินการไต่สวนเพื่อให้เกิดความชัดเจนหรือไม่ พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า อย่างที่ตนบอกว่า เรามีหน้าที่อย่างไร ก็ต้องทำหน้าที่ของเราหากมีข้อร้องเรียน กล่าวหา ต้องดำเนินการแต่วันนี้หน่วยงานที่มีหน้าที่กำลังตรวจสอบอยู่ ก็ให้เขาดำเนินการไปก่อน
“เราต้องดูว่าเข้ากับอำนาจหน้าที่ของเราหรือไม่ ถึงแม้ว่าจะสามารถยกขึ้นมาเป็นเหตุอันควรสงสัยได้ แต่ต้องดูที่เหตุผล ดูข้อกล่าวหาต่างๆ ไม่เช่นนั้นอาจจะเป็นการไปล่วงละเมิดทั้งๆ ที่ไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของเรา อย่างไรก็ตามในที่ประชุมกรรมการ ยังไม่มีใครหยิบยกขึ้นมาหารือ เพราะขณะนี้ มีหน่วยราชการตรวจสอบตามอำนาจหน้าที่กฎหมายอยู่แล้ว ทั้งนี้หากสตง.ดำเนินการตรวจสอบแล้วจะส่งมาที่ป.ป.ช. ทาง ป.ป.ช. ต้องดูก่อนว่า เข้ากับอำนาจหน้าที่ของ ป.ป.ช.หรือไม่” พล.ต.อ.วัชรพล กล่าว