พท.แนะใช้งบพันล้าน ค้นหากลุ่มเสี่ยง-กักตัว หวั่นสูญแสนล้าน-รัฐบาลเสี่ยงถังแตก? จากสถานการณ์ โควิด
โควิด / เมื่อวันที่ 18 มี.ค. นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล อดีตรองประธาน กมธ.งบประมาณ กล่าวว่า การบริหารงบประมาณในสถานการณ์ถังแตก ด้วยการขยายตัวของโควิด-19 เป็นไปอย่างรุนแรง และแนวโน้มยังไม่มีความมั่นใจว่าจะสามารถควบคุมได้ ทำให้เกิดผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจการลงทุน หรือการทำกำไรของภาคเอกชนอย่างมาก ในปีงบประมาณ 2563 และ 2564 นี้ หากรัฐบาลไม่สามารถควบคุมสถานการณ์จากระบาดของโควิด-19 ได้อย่างเฉียบขาดได้ผลแล้ว สถานการณ์งบประมาณของรัฐบาลจะอยู่ในรูปของจัดเก็บรายได้ไม่เข้าเป้า ภาคเอกชนไม่มีผลกำไรที่จะจ่ายภาษี รายได้ของรัฐบาลอาจจะลดลงนับเป็นแสนล้านบาทได้
กดติดตามไลน์ ข่าวสด official account ได้ที่นี่
![]()
นายวรวัจน์ กล่าวอีกว่า ดังนั้นในขณะที่ยังพอมีงบประมาณใช้จ่ายได้อยู่ รัฐบาลต้องตัดสินใจจ่ายเงิน เพื่อยุติปัญหาการระบาดของโควิด-19 เป็นเรื่องแรกโดย 1.ค้นหาและตรวจรักษากลุ่มเสี่ยงทั้งหมด ไม่ใช่แต่ผู้ป่วย ซึ่งในปัจจุบันมีจำนวนเป็นหลักไม่กี่หมื่นคน หากจ่ายค่ารักษาคนละ 50,000 บาท ก็จะใช้เงินเพียงไม่กี่พันล้านบาท 2.หากรัฐบาลจะไม่ใช้จ่ายงบประมาณเอง ก็อนุญาตให้ท้องถิ่นสามารถค้นหาและจ่ายเงินรักษาดูแลกลุ่มเสี่ยงให้อยู่ที่บ้าน ไม่ต้องเดินทางปะปนกับประชาชนทั่วไปและต้องดูแลในระยะเวลาที่ขาดรายได้เป็นเวลา 14 วันด้วย
นายวรวัจน์ กล่าวต่อว่า 3.ปรับลดแผนงบประมาณด้านการอบรมสัมมนา การเดินทางไปต่างประเทศ ค่าจ้างที่ปรึกษา ค่าวัสดุคุรุภัณฑ์ที่ไม่จำเป็นลง 4.อยากให้ลดการซื้ออาวุธลง เพราะตอนนี้สงครามไม่ได้อยู่บนภาคพื้นดิน แต่เป็นไวรัสที่มาทางอากาศและการเกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจที่ทำให้คนไทยได้รับผลกระทบมากกว่า
นายวรวัจน์ กล่าวอีกว่า 5.การปิดสถานที่บางสถานที่ไม่เป็นประโยชน์ เพราะกลุ่มเสี่ยงยังไม่ได้ถูกแยกออกไปจากประชาชน การระบาดยังคงมีอยู่ ดังนั้นหากจะดำเนินการต้องดำเนินการทั้งประเทศครั้งเดียวเพื่อยุติปัญหา เพราะอย่างไรตอนนี้การดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจ หรือการทำธุรกิจของภาคประชาชนก็ทำเกือบไม่ได้อยู่แล้ว จึงขอให้รัฐดำเนินการอย่างเฉียบขาดและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วนจะดีกว่าการนำเงินไปแจก
นายวรวัจน์ กล่าวด้วยว่า 6.การดำเนินการช่วยเหลือสินค้าภาคเกษตรที่ได้รับผลกระทบก็เป็นสิ่งที่จำเป็น เพราะจะทำให้เกิดการหมุนเวียนเงินในระดับรากหญ้า ซึ่งจะทำให้สถานการณ์ดีขึ้น 7.ขอให้รัฐบาลระมัดระวังในการพยุงหุ้น ในขณะที่ยังมีแนวโน้มดิ่งลงต่ำเพราะผลกระทบทางเศรษฐกิจยังไม่นิ่ง หากรัฐบาลนำเงินไปพยุงหุ้นในขณะที่ไม่เห็นความชัดเจน จะทำให้สูญเสียเม็ดเงินมากเกินกว่าที่จะประมาณการได้และไม่มีประโยชน์ด้วย
“สิ่งสำคัญที่สุดที่รัฐบาลต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วนในปัจจุบัน ก็คือการค้นหาและตรวจรักษากลุ่มเสี่ยง พร้อมดูแลค่าใช้จ่ายให้อยู่ที่บ้านได้โดยไม่ต้องออกมาปะปนกับประชาชนด้านนอก หากรัฐบาลไม่เร่งดำเนินการและปล่อยให้ผลกระทบทางเศรษฐกิจเกิดขึ้น จะทำให้รัฐบาลสูญเสียรายได้จากการที่เอกชนไม่สามารถจ่ายภาษีได้เป็นจำนวนเงินหลาย 100,000 ล้านบาท ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่ายเกิดขึ้นกับประเทศไทยในขณะนี้” นายวรวัจน์กล่าว