Khaosod
Online

วันอาทิตย์ ที่ 29 มี.ค. 2563

‘วรวัจน์’ชูแพร่โมเดล มาตรการเกราะเพชร ตั้งศูนย์คัดกรอง-ใช้แอพ SafeT Thailand

25 มี.ค. 2563 - 16:12 น.

‘วรวัจน์’ชูแพร่โมเดล มาตรการเกราะเพชร ตั้งศูนย์คัดกรอง-ใช้แอพ SafeT Thailand หากลุ่มเสี่ยง

เกาะติดข่าวโควิด กดติดตามไลน์ ข่าวสด official account
เพิ่มเพื่อน

จะสังเกตว่าผู้ที่พลาดติดเชื้อไปแล้ว ส่วนใหญ่จะเสียชีวิต เพราะปอดถูกทำลาย ดังนั้นการคัดกรองดูแลบุคคลที่เป็นกลุ่มเสี่ยง ที่อาจไปติดเชื้อมาโดยไม่รู้ตัว และเดินทางมาจ.แพร่ของเรา จึงเป็นเรื่องจำเป็น เพื่อไม่ให้ไวรัสโควิดมีโอกาสมาแพร่ขยายในบ้านของเราได้ ปัจจุบันยารักษาไวรัสโควิดยังไม่มี ทุกคนมีโอกาสรับเชื้อและป่วยเหมือนกันหมด ดังนั้นการป้องกันไม่ให้มีโอกาสรับเชื้อ จึงเป็นเรื่องแรกที่สำคัญที่สุด

อย่างที่ 2 คือการสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรง ทำให้เม็ดเลือดขาวในร่างกายเรามีประสิทธิภาพที่จะฆ่าไวรัสที่หลุดเข้ามาในร่างกายของเราได้ การเลือกอาหารทานในช่วงนี้ จึงต้องเป็นอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ไม่ใช่บะหมี่สำเร็จรูป อาหารที่มีผงชูรสสูงจะต้องเป็นอาหารที่บำรุงร่างกาย มีวิตามินสูง โดยเฉพาะวิตามินซีจะทำให้ไวรัสอ่อนแอ ไม่สามารถเกาะติดกินปอดของเรา และทำให้เม็ดเลือดขาวสามารถเข้าไปกินกำจัดไวรัสได้หมด ก่อนที่ไวรัสจะมาทำลายปอดของเรา แต่การป้องกันไวรัสนั้นจะต้องใช้วิตามินซีในปริมาณที่สูงมาก ควรจะใช้ถึง 3,000-5,000 มิลลิกรัมเลยทีเดียว

นายวรวัจน์ ระบุว่า ดังนั้นจ.แพร่ จึงกำหนด 3 มาตรการเกราะเพชร ป้องกันโควิดเพิ่มเติมคือ 1.ตั้งศูนย์อาสาสมัครต้านภัยโควิดจ.แพร่ เพื่อผนึกกำลังพี่น้องทุกฝ่าย และร่วมมือกันกับทีมบริหารจังหวัด คัดกรอง สอดส่องกลุ่มเสี่ยงที่พลาดติดเชื้อไวรัสมา โดยท่านกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อบจ. เทศบาล อบต.ชุมชน ร่วมมือกับ อสม.โดยการสนับสนุนจากท่านผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด หมอ พยาบาลทุกคน เราดูแลพี่น้องเราทุกคนที่พลาดไปติดเชื้อมาอย่างดียิ่ง

2.ตั้งศูนย์สร้างสุขภาพชุมชน เพื่อดูแลสุขภาพสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายเบื้องต้นจะเริ่ม 2 แห่งคือ เทศบาลเมืองแพร่ ที่ศูนย์ร่องซ้อโดยนายกโชคชัย พนมขวัญ ดูแล และเทศบาลเด่นชัย นายกศรชัย สุวรรณกาศ ดูแล เมื่อตั้งศูนย์เรียบร้อยไปใช้บริการได้นะครับ ในศูนย์จะมีการดูแลสุขภาพกระตุ้นภูมิคุ้มกันด้วยวิตามินต่างๆ มีตู้อบอินฟราเรด สร้างสุขภาพให้แข็งแรง และสิ่งอำนวยความสะดวกในความร่วมมือของพวกเราทุกคน (สนับสนุนโดย รพ.พระราม2 และกลุ่มนุศาสิริ) แนวทางการดูแลผู้ป่วยและกลุ่มเสี่ยงฯ จัดกลุ่มดังนี้

กลุ่ม A : ป่วย + มีอาการ ไข้ ไอ ผลโควิด19 เป็นบวก ติดเชื้อ 1.ต้องนอนโรงพยาบาล รักษาตามมาตรฐาน

2.ให้ Megadose vit C ทางน้ำเกลือ(IV) วันละครั้ง เป็นเวลา 7 วัน กลุ่ม B : คนที่มาจากพื้นที่เสี่ยงและคนที่สัมผัสโรค แต่ไม่มีไข้ ให้ตรวจคัดกรองโควิด 19 ทุกราย B.1 ผลตรวจโควิด19 เป็นบวก 1.ให้แยกเข้ารีสอร์ตเฉพาะ 3 สัปดาห์ 2.ให้ Megadose vit C (IV) วันละครั้ง 3 วัน

3.กิจกรรมส่งเสริมภูมิต้านทาน 4.อาหารเสริมภูมิต้านทาน B.2 ผลตรวจโควิด19เป็น ลบ ไม่มีเชื้อ 1.แยกเข้ารีสอร์ท 2 สัปดาห์ 2.อาหารเสริมเพิ่มภูมิต้านทาน 3.กิน vit c 1,000 มิลลิกรัม วันละ 3 เวลา กลุ่ม C : กลุ่มทั่วไป ใช้ชีวิตตามปกติที่บ้าน 2 สัปดาห์ 1.ไม่ออกข้างนอกโดยไม่จำเป็น 2.รักษาความสะอาดทั้งร่างกายและสถานที่ เปิดให้แสงแดดส่องถึง 3.ดูแลรักษาสุขภาพ การทานอาหาร ออกกำลังกาย สวดมนต์ (เครดิต นพ.บัญชา แดงเนียม เลขาธิการสมาคมเซลบำบัด)

นายวรวัจน์ ระบุอีกว่า 3.จะมีการใช้แอพพลิเคชั่น SafeT Thailand เพื่อตามหากลุ่มเสี่ยงว่ายังต้องการ การติดตามหรือเข้าไปดูแลอยู่ที่ตรงจุดไหน และสามารถป้องกันไม่ให้บุคคลทั่วไปกับกลุ่มเสี่ยง ได้มาสัมผัสกันโดยไม่ตั้งใจ โดยในระบบจะมีสัญญาณเตือนเมื่อเข้าใกล้กันเกินกว่า 20 เมตร ติดตามใน Facebook ที่ผ่านมาได้นะครับ (สนับสนุนโดยสถาบันนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์นานาชาติ) ความร่วมไม้ร่วมมือที่เป็นระบบเป็นหนึ่งเดียว จะทำให้จ.แพร่เรา แก้ไขสถานการณ์โควิดที่คุกคามพี่น้องเราได้อย่างมั่นใจ


ติดตามข่าวสด


ข่าวเด่นประจำวัน













ภาพที่



อัลบั้มภาพ ‘วรวัจน์’ชูแพร่โมเดล มาตรการเกราะเพชร ตั้งศูนย์คัดกรอง-ใช้แอพ SafeT Thailand
ข่าวที่เกี่ยวข้อง