ทบ.ยันเดินหน้าซื้อ‘รถเกราะ’ต่อ เพราะเป็นงบผูกพัน แต่ปีนี้หั่นให้แล้ว 50 %

22 เม.ย. 2563 - 17:24 น.

ทบ.แจงงบซื้อรถเกราะ ต้องเดินหน้าซื้อต่อเพราะเป็นงบผูกพัน แต่หั่นแล้ว 50 เปอร์เซ็นต์เหลือ 450 ล้าน ระบุกองทัพคืนงบปีนี้แล้ว 1.8หมื่นล้าน ฮึ่มดำเนินคดีเพจด่า

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

เมื่อเวลา 16.10 น. วันที่ 22 เม.ย. ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.)พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก แถลงชี้แจงกรณีมีการเผยแพร่ประกาศแผนจัดซื้อจัดจ้าง ประจำปีงบประมาณ 2563 ของกรมสรรพาวุธทหารบก (สพ.ทบ.) เรื่องยานเกราะล้อยาง หรือสไตรเกอร์ พร้อมระบบอาวุธ และการบริการทางเทคนิค 50 คัน วงเงิน 4,515,000,000 บาท ว่า

จากนโยบายของรัฐบาล กระทรวงกลาโหมขอให้ทุกหน่วยงานในสังกัด พิจารณาปรับลดงบประมาณในปี 2563 นำไปเป็นงบประมาณกลางของรัฐบาล เพื่อแก้ไขปัญหาสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด 19 ซึ่งในภาพรวมกระทรวงกลาโหมปรับลดงบประมาณจากหน่วยงานในสังกัดที่มี 7 หน่วยงาน รวมถึงเหล่าทัพด้วย โดยได้ยอดงบประมาณรวม 18,000 ล้านบาท

ซึ่งจะต้องถูกนำไปใช้ในรูปแบบของพ.ร.บ.การโอนงบประมาณของกระทรวงกลาโหม ทั้งนี้ ตัวเลข 18,000 ล้านบาทถือเป็นตัวเลขที่สูงเมื่อเทียบกับกระทรวงอื่นๆ และในจำนวนนี้เป็นเงินงบประมาณปี 2563 ในส่วนของกองทัพบกเพียงหน่วยงานเดียวเกือบ 1 หมื่นล้านบาท

สำหรับการดำเนินการปรับลดงบประมาณตามหลักเกณฑ์กระทรวงกลาโหมนั้น หากเป็นโครงการที่ไม่ได้เป็นงบประมาณผูกพันก็จะตัดทั้งหมด แต่โครงการใดเป็นโครงการงบประมาณผูกพันก็จะตัดอย่างน้อย 50 เปอร์เซ็นต์

ดังนั้น ในงบประมาณปี 2563 ทำให้ 4 โครงการขนาดใหญ่ของกองทัพบก อาทิ รถถัง ปืนใหญ่ เรดาห์ต่างๆ จะถูกตัดออกไปทั้งหมด อีกทั้งยังมีโครงการระดับกลางและระดับย่อยอีกประมาณ 26 โครงการด้วย

ส่วนกรณียานเกราะล้อยาง หรือสไตรเกอร์ อยู่ในกลุ่มโครงการงบประมาณผูกพันข้ามปีคือปี 2563-2565 โดยทุกอย่างดำเนินการตามขั้นตอนการเบิกจ่ายตามหลักเกณฑ์กรมบัญชีกลาง ในปีแรกจะสามารถใช้ได้เพียง 10 เปอร์เซ็นต์ก่อนปรับลดงบประมาณ ซึ่งมีแผนที่จะใช้งบประมาณปี 2563 จำนวน 900 ล้านบาท เมื่อให้มีการปรับลดประมาณเกิดขึ้นก็จะเหลือให้ใช้เพียง 450 ล้านบาท สรุปแล้วโครงการจัดซื้อจัดจ้างยานเกราะล้อยางยังคงมีอยู่ แต่จะใช้จ่ายงบประมาณปี 2563 ได้ 450 ล้านบาทเท่านั้น

ทั้งนี้ คุณลักษณะโครงการดังกล่าว เป็นการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธี FMS หรือการจัดซื้อในรูปแบบโครงการความช่วยเหลือทางทหาร ระหว่างกองทัพบกไทยกับกองทัพบกสหรัฐฯ ที่ได้รับอนุมัติงบประมาณทั้งโครงการไว้ประมาณ 4,515,000,000 บาท ซึ่งจะได้ยานเกราะล้อยางทั้งสิ้น 100 กว่าคัน รวมถึงรถติดปืน ค.120 มม. รถพยาบาล รถผู้บังคับบัญชา รถโดยลาดตระเวน การจัดชุดครูฝึกสอนขับรถ รูปแบบการใช้รถทางยุทธวิธี การสอนเทคนิคต่างๆ ชิ้นส่วนอะไหล่ การซ่อมบำรุง การฝึกศึกษาในต่างประเทศ และการสร้างอาคารโรงซ่อมที่ได้มาตรฐานสูง เพื่อดูแลและรักษายานเกราะล้อยางดังกล่าว


นอกจากนี้ช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา กองทัพบกไทยยังได้รับการช่วยเหลือเรื่องระบบกระสุนจากสหรัฐ มูลค่าถึง 6 แสนเหรียญ พร้อมกันนี้กองทัพบกสหรัฐยังอนุญาตได้นำนักเรียนทุนกลับมาประเทศไทยโดยเครื่องสหรัฐและไม่คิดค่าใช้จ่าย

“สำหรับโครงการใหญ่ที่ถูกตัดจำนวน 4 ส่วนโครงการ ได้แก่ รถถัง ปืนใหญ่ เรดาร์ ส่วนยานเกราะเกราะ ไม่ได้ถูกตัดงบ ที่ตั้งไว้ในปี 2563 ทั้งโครงการ เพราะถือว่าได้ทำสัญญาและจัดทำเป็นโครงการที่มีการดำเนินการมาก่อน ผูกพันงบประมาณทั้งโครงการ ดังนั้นจึงตัดเพียงครึ่งเดียว โดยต้องไปเจรจาว่าในปีแรกที่คุยกันว่า ใช้งบ 900 ล้านบาท แต่ขอจ่ายเงินงวดได้แค่ 450 ล้านบาท

ส่วนรถถังVT-4 ของจีนที่มีการตั้งงบประมาณจัดหาอีกล็อตหนึ่งนั้น อยู่ในกลุ่มที่ยังไม่ได้มีการผูกพันงบฯ จึงต้องชะลอทั้งโครงการ ซึ่งทั้งหมดต้องดูตามหลักเกณฑ์ของกระทรวงกลาโหม 2 ข้อที่ให้นโยบายมา คือ ถ้ายังไม่ผูกพัน งบฯก็ให้ชะลอหรือเลื่อนไปทั้งโครงการก่อน แต่ถ้ามีการตั้งงบฯผูกพันแล้วก็ให้จ่ายบางส่วน” พ.อ.วินธัย กล่าว

พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. กล่าวถึงการปรับลดงบประมาณของกองทัพบก ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อการพัฒนาอำนาจกำลังรบ และกำลังพลของกองทัพบก ที่ทำให้บางโครงการที่เกี่ยวเนื่องกับยุทโธปกรณ์ หรืออุปกรณ์ สิ่งจำเป็นที่จะต้องจัดหามาต้องชะลอและเลื่อน หรือระงับไปบ้าง

แต่กองทัพบกเข้าใจในความจำเป็นของประเทศ และยินดีปรับลดงบประมาณ โดยการบริหารจัดการทรัพยากรที่เหลืออยู่อย่างดีที่สุด และให้สามารถดำรงสถานภาพอำนาจกำลังรบในการรักษาอธิปไตย เพื่อดูแลประชาชน สนับสนุนรัฐบาล และดำเนินการพัฒนาประเทศ อย่างเต็มกำลังความสามารถ ขอให้เชื่อมั่นในสิ่งที่กองทัพบกดำเนินการได้ยึดเอาประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ

พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ กล่าวต่อว่า ขอฝากถึงการนำเสนอข้อมูลข่าวสารที่ผ่านมาที่มีความเปราะบาง มีหลายความเห็นอยู่บนพื้นฐานข้อมูลที่จำกัด ไม่ได้ทราบข้อเท็จจริงอย่างครบถ้วน หรือนำความคิดเห็นที่ไม่ปรากฏที่มาที่ไปอย่างชัดเจน สร้างความสับสนให้กับสังคม เช่น งบประมาณของกองทัพบกในส่วนที่เกี่ยวข้องกับรถยานเกราะล้อยางสไตรเกอร์

และในขณะนี้เราอยู่ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งประชาชนมีความเดือดร้อนและอ่อนไหวต่อการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร กองทัพบกจึงขอความร่วมมือจากทุกฝ่ายให้เสนอข้อมูลข่าวสารตามข้อเท็จจริง เนื่องจากข่าวสารที่นำเสนอมีความสำคัญต่ออารมณ์ของคนไทย ที่อยู่ในสภาวะตึงเครียด กับปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด -19 อยากให้ร่วมแรงร่วมใจนำสิ่งดีๆสร้างพลังใจในการต่อสู้กับสถานการณ์ให้ดีที่สุด

“มีบางเพจนำเข้าข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง ใส่อารมณ์ต่อว่าต่อขานกองทัพบกและผู้บังคับบัญชาระดับสูง ขอให้เบาๆ ลงกันหน่อย เพราะกองทัพบกไม่อยากใช้มาตรการทางกฎหมายดำเนินการกับทางเพจ ที่นำข้อมูลการประชุมและการดำเนินการภายในของกองทัพบกไปวิพากษ์วิจารณ์ว่ามีการทุจริต อะไรที่ไม่ชัดเจนอย่าเผยแพร่” พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ ทบ.ยันเดินหน้าซื้อ‘รถเกราะ’ต่อ เพราะเป็นงบผูกพัน แต่ปีนี้หั่นให้แล้ว 50 %
ข่าวที่เกี่ยวข้อง