FootNote:ข่าวปล่อยหัวหน้าพลังประชารัฐ สะท้อนขัดแย้งแตกแยกภายใน
ปัญหาความขัดแย้งภายในพรรคพลังประชารัฐ อันแสดงออกผ่านการขอให้ นายอุตตม สาวนายน ถอยจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค อาจเริ่มต้นด้วยกระบวนการ”ข่าวปล่อย”
กระนั้น ก็ได้รับการยอมรับ 1 จากตัวของ นายอุตตม สาวนายน ว่าได้เกิดขึ้นจริง มีการเสนอและเรียกร้องจริง
ที่สำคัญอีก 1 คือ การปล่อยเนื้อหา”ไลน์”ภายในให้”หลุด”
แม้จะมีการปฏิเสธอย่างแข็งขันจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และการปฏิเสธในลักษณะไม่ชัดถ้อยชัดคำจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
แต่ทุกฝ่ายไม่ว่าจะ “ภายใน”พรรคพลังประชารัฐ ไม่ว่าจะจาก “ภายนอก”พรรคพลังประชารัฐไปในแนวทางเดียวกัน
ว่าดำรงอยู่จริง เพียงแต่ใครเป็นฝ่ายปล่อยออกมาเท่านั้น
ต้องยอมรับว่ารากฐานอันเป็นต้นตอแห่ง”ข่าวปล่อย”ความแตกแยกที่ดำรงอยู่ภายในพรรคพลังประชารัฐมีความสำคัญเป็นอย่างสูงในทางการเมือง
คำถามแรกก็คือ 1 ข่าวปล่อยนี้ออกมาตามเส้นทางสายข่าวโดยปกติหรือไม่
ออกมาทางข่าวสด มติชน ไทยรัฐ เดลินิวส์ หรือไม่
คำถามต่อมาก็คือ 1 การระบุตัวบุคคลที่จะต้องมีการเปลี่ยน แปลงสะท้อนนัยยะอะไรในทางการเมือง เน้นให้เห็นว่าใครเป็นฝ่ายเคราะห์ร้าย ใครเป็นฝ่ายจะเข้าไปแทนที่
ระหว่างกลุ่ม 4 ยอดกุมาร กลุ่มสามมิตร กลุ่มดาวดวงใหม่ที่เข้าไปยึดกุมจำนวน ส.ส.
เพียงแค่นี้ก็รู้แล้วว่าฝ่ายใดปล่อย ฝ่ายใดรุกทางการเมือง
เหมือนกับฝ่ายของ นายอุตตม สาวนายน นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ อันหมายถึง นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ จะตั้งรับ
แต่เมื่อดูรายชื่อใหม่ที่จะเข้ามาแทนที่ก็รู้แล้วว่าใครเป็นฝ่ายได้ ใครเป็นฝ่ายรุกและเปิดโปงอีกฝ่าย
เด่นชัดอย่างยิ่งว่ากระบวนการ”ข่าวปล่อย”ออกมาเพียงสื่ออันเป็น เครือข่าย”พลังประชารัฐ”
ไม่ใช่ข่าวสด มติชน ไทยรัฐ เดลินิวส์
เด่นชัดว่าต้องการเอาชื่อบางคน บางกลุ่มออกมาเพื่อประจานมากกว่าที่จะแสดงให้เห็นความล้ำเลิศในทางการเมือง
ไม่ว่าจะเป็น”เสี่ย ส.” ไม่ว่าจะเป็น 2 “เสี่ย ฮ.”
เป้าหมายเพื่อแสดงความเหนือกว่าของ นายอุตตม สาวนายน นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ นายสุวิทย์ เมษินทรีย์
ต้องการปล่อยเพื่อรักษาสถานะ แต่ในที่สุดอาจต้องเสียสถานะอย่างไม่คาดหมายได้ในภายหลัง