วันที่ 1 พ.ค. ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตรมว.คมนาคม กล่าวว่า เมื่อวันพุธ ผมและทีมงานอาสาสมัครได้ลงพื้นที่แจกข้าวกล่องที่ทางบริษัท Gulf ได้มอบให้วันละ 2,500 กล่อง ถึงวันนี้ติดต่อกันเป็นวันที่ 23 แล้วครับ ลงพื้นที่ชุมชนหลังโรงพยาบาลเดชา
ชุมชนนี้อยู่ใจกลางเมืองมาก อยู่ริมทางรถไฟ ระหว่างสถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์ราชปรารภกับพญาไท มีคนอยู่อาศัยประมาณ 87 ครัวเรือน ประชากร 300 คน และทั้งหมดกำลังถูกให้ย้ายออกจากพื้นที่เพราะอยู่ในเขตรถไฟและมีโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงสามสนามบินที่กำลังเริ่มดำเนินโครงการ
ผมเดินนำข้าวกล่องไปแจกตามทางรถไฟและคุยกับคนในชุมชน คนส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบจากการหยุดงาน หลายคนทำงานในโรงแรม ห้างสรรพสินค้าบริเวณประตูน้ำ พญาไท บางคนค้าขายในตลาดแถวๆนั้น ซึ่งต้องหยุดตัวลง
ส่วนใหญ่ลำบากเพราะไม่มีเงินเก็บ ตรงกับงานวิจัยของศูนย์ EIC ธนาคารไทยพาณิชย์ ที่ระบุว่า 59% ของครัวเรือนในประเทศไทยหรือ ประมาณ 12.7 ล้านครัวเรือนมีทรัพย์สินทางการเงินน้อยกว่าค่าใช้จ่าย 3 เดือน หมายความว่าคนส่วนใหญ่ในประเทศไทยอยู่ได้ไม่เกิน 3 เดือน ถ้าไม่มีรายได้ ซึ่งเรื่องนี้คือเรื่องสำคัญมากที่ต้องดูแลควบคู่ไปกับการดูแลการระบาดของโรคโควิด
ผมแวะคุยกับป้าอรวรรณกับป้าระเบียบ ที่อาชีพหลักคือการรับจ้างซักเสื้อผ้าของคนที่อยู่ละแวกนั้น ป้าบอกว่างานลดน้อยลงมาก คนอยู่บ้าน ซักผ้าเองมากขึ้น ผมกลับมาแล้วคิดถึงอนาคตของงานของป้าและคนอื่นๆในชุมชนที่จะเปลี่ยนไปหลังจากวิกฤตโควิด
เรื่องเศรษฐกิจของความไว้ใจหรือ Trust Economy ที่ผมเคยพูดไว้อาจจะมีผลต่องานของคนจำนวนมากถ้าไม่ได้มีการเตรียมตัวให้ดี ลูกค้าอาจจะไม่เอาเสื้อผ้ามาให้ป้าทั้งสองคนซักแล้ว อาจเลือกที่จะไปใช้บริการเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญเอง เพราะเครื่องซักผ้าไม่ติดโควิด ในอนาคตเราอาจจะไว้ใจเครื่องจักรมากกว่าไว้ใจคน งานของเราหลายๆคนในอนาคตอาจจะเปลี่ยนไป
คิดต่อไปถึงงานที่ผมได้ไปเสวนาของคณะบัญชี จุฬาฯ ผมพูดเรื่องเศรษฐกิจของความไว้ใจ มีคนฟังถามว่า บริษัทใหญ่น่าจะได้เปรียบมากกว่าบริษัทเล็กๆในการสร้างความไว้ใจหรือไม่ ตอนนั้นผมตอบไปว่า ขนาดไม่น่าจะเกี่ยว บริษัทเล็กๆถ้าใส่ใจ ก็สามารถสร้างความไว้ใจได้ไม่แพ้บริษัทใหญ่ๆ
แต่พอมานั่งคิดถึงคนธรรมดาๆในชุมชนเหมือนคุณป้าอรวรรณ คุณป้าระเบียบแล้ว ผมอาจจะคิดผิดก็ได้ หลังโควิด คนอาจจะไว้ใจข้าวกล่องในร้านสะดวกซื้อมากกว่าข้าวแกงตามรถเข็น เราอาจจะไม่กล้าซื้อพวงมาลัยตามสี่แยกเพราะไม่ไว้ใจเรื่องสุขอนามัย คนอาจจะไว้ใจซุปเปอร์มาร์เก็ตมากกว่าตลาดสด บริษัทใหญ่ๆอาจมีกำลังในการสร้างความไว้ใจมากกว่าคนตัวเล็กๆ
เราคงต้องมาช่วยกันคิดต่อและเตรียมตัวหาทางช่วยคนตัวเล็กๆในอยู่รอดในโลกหลังโควิดครับ
ที่มา ชัชชาติ สิทธิพันธุ์