ประธานวิปฝ่ายค้าน “สุทิน คลังแสง” เผย ยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ตีความ “พ.ร.ก.กู้เงิน” เป็นทางเลือกสุดท้าย ชี้หากยื่นศาลแล้ว อาจทำให้ล่าช้า
เมื่อวันที่ 22 พ.ค. เวลา 08.45 น.ที่รัฐสภา นายสุทิน คลังแสง ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ให้สัมภาษณ์ว่า ในวันนี้ (22พ.ค.) ที่จะมีการหารือกับนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร และ ตัวแทนพรรคการเมืองเกี่ยวกับกรอบการอภิปรายพระราชกำหนด(พ.ร.ก.) เกี่ยวกับการกู้เงิน
ฝ่ายค้านจะยืนยันตามหลักการเดิมว่าไม่ควรมีข้อจำกัดในเรื่องเวลาการอภิปราย เพราะ พ.ร.ก.ดังกล่าวเป็นเรื่องสำคัญ อีกทั้งประธานสภาฯมีอำนาจควบคุมการประชุมได้ตามข้อบังคับการประชุมสภาฯ เช่น หากใครอภิปรายวกวนก็สามารถให้หยุดการอภิปรายได้ เป็นต้น
สำหรับท่าทีของฝ่ายค้านต่อการลงมติ ใน พ.ร.ก.นั้น นายสุทิน กล่าวว่า ฝ่ายค้านเห็นด้วยกับหลักการเพราะเป็นความเดือดร้อนของประชาชนที่กำลังรอคอยความช่วยเหลือ แต่เนื่องจากการตราา พ.ร.ก.ดังกล่าว ซึ่งรัฐบาลไม่ได้กำหนดรายละเอียดสำคัญบางประการเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นที่มาของเงิน กระบวนการการใช้เงิน
และการตรวจสอบการใช้เงิน ด้วยเหตุนี้ฝ่ายค้านจึงขอตั้งเงื่อนไขว่าหากฝ่ายค้านลงมติเห็นชอบกับพ.ร.ก.แล้ว รัฐบาลจะต้องรายงานการใช้เงินกู้ดังกล่าวต่อสภาฯทุกเดือน ไปจนถึงร่วมกับฝ่ายค้านในการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาเพื่อตรวจสอบ ซึ่งพรรคก้าวไกลได้เสนอญัตติเข้าสู่สภาฯไปแล้ว
เมื่อถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่จะมีการยื่นศาลรัฐธรรมนูญก่อนที่สภาฯจะพิจารณา พ.ร.ก.นายสุทิน กล่าวว่า การยื่นศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของ พ.ร.ก.จะเป็นทางเลือกสุดท้ายของฝ่ายค้านที่จะดำเนินการ เพราะฝ่ายค้านเห็นว่าหากยื่นตีความแล้วจะทำให้การดำเนินการตามพ.ร.ก.เกิดความล่าช้า แต่หากถึงที่สุดแล้วมีความจำเป็นก็จะต้องมาพิจารณากันอีกครั้ง ยืนยันว่าการยื่นศาลรัฐธรรมนูญจะเป็นทางเลือกสุดท้ายของฝ่ายค้าน
“เท่าที่ตรวจสอบ พ.ร.ก.พบว่าอาจมีปัญหา การตรา พ.ร.ก.ไม่สอดคล้อง กับรัฐธรรมนูญเนื่องจากมีข้อมูลว่า รัฐบาลเพิ่งดำเนินการกู้เงินไปเพียงบางส่วนเท่านั้น ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นว่าการตราพ.ร.ก.อาจไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน จึงเห็นว่าถ้ารัฐบาลจะดำเนินการเช่นนี้เงินส่วนที่เหลือที่จะต้องกู้ตามพ.ร.ก.ควรเปลี่ยนมาเป็นการดำเนินการกู้ผ่านการร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)งบประมาณกลางปีแทน เพื่อให้สภาฯได้ตรวจสอบ” นายสุทิน กล่าว