“เลขาฯ สมช.” เผย ถกคณะกรรมการเฉพาะ วางแนวทางก่อนเปิด “Travel Bubble” 17 มิ.ย. เล็งหารือ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ในช่วงสัปดาห์หน้า
เมื่อเวลา 13.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะประธานคณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาการผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการในการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 เปิดเผยว่า
ในวันที่ 17 มิ.ย.จะมีการประชุมคณะกรรมการเฉพาะกิจฯวงเล็ก โดยมีวาระการพิจารณาหลายเรื่อง รวมถึงแนวทางการเปิดประเทศเพื่อการท่องเที่ยวอย่างจำกัด (Travel Bubble) โดยจะเป็นการพูดคุยในเบื้องต้นก่อน ยังไม่ได้ข้อสรุป
ผู้สื่อข่าวถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ในฐานะผอ.ศอ. แสดงความกังวลเรื่องที่จะเปิดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาใน พล.อ.สมศักดิ์ กล่าวว่า ชาวต่างชาติเขายังไม่เดินทางเข้ามาในตอนนี้ เมื่อถามถึงความคืบหน้าในการพิจารณาการคงประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ พล.อ.สมศักดิ์ กล่าวว่าจะมีการพิจารณาเรื่องนี้ในสัปดาห์หน้า
จากนั้น พล.อ.สมศักดิ์ ให้สัมภาษณ์อีกครั้ง ภายหลังเข้าพบนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ว่า เป็นการหารือพูดคุยถึงการเตรียมการ กรณีหากจะมีการยกเลิกการประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ( พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) ซึ่งกำลังพิจารณาดูว่าจะมีกฎหมายฉบับอื่นมาใช้แทนได้อย่างมีประสิทธิภาพบ้าง
โดยในสัปดาห์หน้าจะมีการประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งด้านการสาธารณสุข และหน่วยงานด้านความมั่นคง เพื่อหารือกันอีกครั้งว่าควรจะมีการต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉินหรือไม่ หรือควรมีกฎหมายฉบับใดมีประสิทธิภาพมากเท่ากับ พ.ร.ก.ฉุกเฉินบ้าง เพราะการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จะครบกำหนดในวันที่ 30 มิ.ย.นี้
“สำหรับกฎหมายที่จะนำมาใช้ทดแทนนั้นพิจารณาไว้หลายฉบับ ทั้ง พ.ร.บ.โรคติดต่อ ที่ขณะนี้นำมาใข้ควบคู่กับ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน นอกจากนี้ยังมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ยืนยันว่าเราพิจารณาหลายทางเลือกเพื่อให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด
อีกทั้ง นายกรัฐมนตรีก็ให้ความสำคัญกับการเปิดประเทศ เราจึงจำเป็นต้องมีมาตรการมารองรับในกรณีที่ไม่มีการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินแล้ว วันนี้ไม่ได้ตั้งธงว่าจะต้องมีหรือไม่มี แต่เราพิจารณาตามสภาพแวดล้อม โดยให้น้ำหนักกับด้านสาธารณสุขเป็นหลัก”
ผู้สื่อข่าวถามว่ากังวลหรือไม่ว่าถ้าหากไม่มี พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แล้วจะมีการเคลื่อนไหวชุมนุมทางการเมืองมากขึ้น เลขา สมช.กล่าวว่า ตั้งแต่เริ่มประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เราไม่ได้คำนึงถึงปัจจัยทางการเมืองเลย หรือถ้าจะต่ออายุเพื่อใช้ พ.ร.ก.ฉบับดังกล่าว ก็จะต้องไม่มีเรื่องทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะแม้จะมีการชุมนุมก็มีกฎหมายฉบับอื่นที่บังคับใช้กับเรื่องนั้น ๆ อยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และที่พูดก็เพื่อชี้ให้เห็นว่าไม่เกี่ยวข้องอะไรกับการเมือง
เมื่อถามว่ากระทรวงสาธารณะสุขมีความกังวลสถานการณ์ในภาพรวมขณะนี้หรือไม่เพราะมีหลายประเทศ ที่มีผู้ติดเชื้อกลับมาอีก พล.อ.สมศักดิ์ กล่าวว่า สถานการณ์โดยรวมของโลกก็ยังไม่น่าไว้วางใจ เช่น จีน ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย ก็เกิดการระบาดรอบ 2
จึงต้องนำเรื่องดังกล่าวมาพิจารณาประกอบด้วยรวมถึงต้องดูตัวเลขความร่วมมือของประชาชนในประเทศ ซึ่งนายกรัฐมนตรีเห็นว่าประชาชนเริ่มการ์ดตก เพราะวันแรกหลังการยกเลิกเคอร์ฟิวก็มีการไปเฉลิมฉลอง
จึงขอเตือนประชาชนว่าการ์ดอย่าตก มาตรฐานที่ทำดีมาตลอดก็ขอให้คงไว้ต่อไป แม้ขณะนี้ยังมีการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินอยู่ แต่ก็มีการผ่อนคลายกิจกรรมกิจการหลายอย่างไปแล้ว รวมถึงมีการยกเลิกเคอฟิวทำให้ทุกคนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ ไม่มีอะไรมาบังคับแต่ก็อยากให้ทุกคนให้ความร่วมมือและช่วยกันดูแล
ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในการประชุม กรรมการเฉพาะกิจพิจารณาการผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการในการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 จะมีการประชุมทุกวันพุธ และในวันพุธที่ 24 มิ.ย. นี้ จะมีวาระว่าจะต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หรือไม่ เพื่อนำเสนอต่อ ศบค.ชุดใหญ่ต่อไป