“พิเชษฐ์” ยัน 7 พรรคจิ๋ว หนุน “ส.ส. เต้ มงคลกิตติ์” นั่งรัฐมนตรี โควต้าพรรคเล็ก ระบุ คุยกันแล้ว อีก 4 พรรค ไม่เห็นด้วย ก็ไม่เป็นไร

เมื่อเวลา 09.25 น. วันที่ 22 มิ.ย. ที่รัฐสภา นายพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธรรมไทย แถลงว่ากลุ่มพรรคเล็กไม่เคยเรียกร้องให้มีการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) แต่ถ้ามีการปรับ ครม.ก็ควรใช้โอกาสนี้ขอให้พิจารณาพรรคเล็กเข้าไปร่วมทำงานในฐานะที่พรรคทั้งหมด 11 พรรค ได้ร่วมตั้งรัฐบาล

โดยใช้ตัวแทนพรรคเล็กเป็นรัฐมนตรี เพื่อดูแลพรรคเล็กให้นโยบายของแต่ละพรรคได้รับการขับเคลื่อน ในฐานะที่ตนมีความอาวุโสสูงสุดใน 11 พรรค ได้หารือกันว่า 1 ปีที่ผ่านมา เราไม่มีรัฐมนตรีจากพรรคเล็ก 11 พรรคเลย

หากมีการปรับก็ควรใช้โอกาสนี้เพื่อให้มีส่วนร่วมการบริหารประเทศ ตนยอมรับว่าได้ไปทาบทามทุกคนมีทั้งคนเห็นด้วย และไม่เห็นด้วย ส่วนสาเหตุที่ทำไมต้องเป็นนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ เพราะตนดูแล้วเด็กคนนี้น่าจะเป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติ

การจะทำให้เกิดการยอมรับนายมงคลกิตติ์ ก็ต้องคุยกับพรรคเล็ก และดูผลงานในสภา และการเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาประเทศ เท่าที่อยู่ด้วยกันมา 1 ปีที่เป็นฝ่ายค้านอิสระ ตนได้มีโอกาสในการแนะนำว่าจะวางตัวอย่างไร ซึ่งตนคิดว่านายมงคลกิตติ์ เปลี่ยนนิสัยค่อนข้างมาก

นายพิเชษฐ กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ใน 11 พรรคมีอย่างน้อย 7 พรรคให้การสนับสนุนนายมงคลกิตติ์ ซึ่งในทางการเมืองต้องอยู่ด้วยการเจรจา และลายลักษณ์อักษร ถ้าตนไม่มีอะไรอยู่ในมือคงไม่กล้าออกมาแถลง อย่าให้ต้องประจานไปมากกว่านี้

อยากให้เป็นเรื่องภายในของพรรคการเมืองทั้ง 11 พรรค แต่เมื่อเป็นประเด็นออกมาทำให้ตนต้องออกมาชี้แจง อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ประชาชนยอมรับนายมงคลกิตติ์ ทั้งผลงาน และการวางตัว และที่ตนไม่เสนอตัวเอง เพราะคนจะมาบริหารประเทศต้องทันกับเหตุการณ์ ตนเป็นเองไม่ได้เพราะไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ NEW NORMAL ถึงที่สุดแล้วการปรับครม.ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม

นายพิเชษฐ กล่าวว่า สำหรับพรรคการเมืองจำนวน 7 พรรค ที่สนับสนุนนายมงคลกิตติ์ ประกอบด้วย 1.พรรคประชาธรรมไทย 2.พรรคไทยศรีวิไลย์ 3.พรรคไทรักธรรม 4.พรรคพลังชาติไทย 5.พรรคครูไทยเพื่อประชาชน. 6.พรรคพลังไทยรักไทย และ7.พรรคประชานิยม

“ประชาธิปไตยขึ้นอยู่กับเสียงข้างมาก 7 พรรคเห็นด้วย 4 พรรคไม่เห็นด้วย ก็ไม่เป็นไร แต่เราขอโอกาสให้พรรคเล็กเข้าไปมีโอกาสการบริหารประเทศ ถึงที่สุดแล้วไม่ได้เป็นรัฐมนตรีก็ไม่เป็นไร และยังคงเป็นพรรคร่วมรัฐบาลตามเดิม เพราะเป็นอำนาจของนายกฯ” นายพิเชษฐ กล่าว

เมื่อถามว่า ถ้ามีโอกาสจะไปรวมกับพรรคพลังประชารัฐหรือไม่ นายพิเชษฐ กล่าว่า อะไรที่เป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติ และช่วยให้รัฐบาลมีเสถียรภาพ ตนเองก็พร้อม และตนเคยบอกรองนายกฯว่าอะไรที่ขับเคลื่อนไปได้ก็ต้องพิจารณา แต่ตอนนี้ยังเป็นพรรคการเมือง


 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน