อายัดแล้ว 7 บัญชี ทนายยิ่งลักษณ์ยื่นศาลปค. ขอทุเลายึดทรัพย์ “ปู”ลั่นยืนหยัดสู้ ย้ำ”ไม่ได้ทำอะไรผิด” พร้อมแจงศาลฎีกาฯ วันแถลงปิด “มีชัย”ชี้ช่องรธน. ให้สิทธิ “ปู” ทั้งอุทธรณ์-ประกันตัว คสช.ฮึ่มใช้พ.ร.บ.ชุมนุม ฟันมวลชน บิ๊กตู่งัดม.44 เด้งขรก.-นักการเมืองท้องถิ่นล็อต 9 รอบนี้โดน 70 ราย
“ปู”ยันยืนหยัดต่อสู้
เมื่อวันที่ 25 ก.ค. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงคดีโครงการรับจำนำข้าวว่า ตนอยากจะสะท้อนถึงความพยายามต่างๆ ในการกระทำที่เสมือนสร้างเป็นเงื่อนไขเพื่อชี้นำคดี ก่อนที่จะมีผลตัดสินของศาลฎีกาฯ ใน คดีโครงการรับจำนำข้าวแต่ในที่สุดรัฐบาลก็เลือกที่จะทำ เพราะคิดว่าตัวเองมีอำนาจจะใช้อำนาจอย่างไรก็ได้ รวมทั้งไม่รอคำสั่งศาลปกครองที่ตนได้ขอให้ทุเลาการบังคับคดีไว้
“แม้วันนี้ ดิฉันจะถูกอายัดบัญชีธนาคารและกำลังจะถูกยึดทรัพย์สินทั้งหมด จนต้องร้องต่อศาลปกครองเพื่อขอทุเลา คงได้แต่บอกว่าดิฉันยังเข้มแข็งและพร้อมยืนหยัดต่อสู้ พิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจว่า ดิฉันไม่ได้ทำอะไรผิด ผ่านการแถลงการณ์ปิดคดีด้วยวาจาต่อ ศาลอย่างหมดใจ ในวันที่ 1 ส.ค.นี้ ซึ่งดิฉันจะทำอย่างดีที่สุด ขอเปลี่ยนกำลังใจจากแฟนเพจและพี่น้องประชาชนมาเป็นพลังให้ดิฉันได้มีความเข้มแข็งและอดทน” น.ส.ยิ่งลักษณ์ ระบุ
ทนายยื่นศาลปค.ขอทุเลายึดทรัพย์
นายนพดล หลาวทอง ทนายความ น.ส. ยิ่งลักษณ์ กล่าวถึงกระทรวงการคลังส่งรายการบัญชีธนาคารของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ให้กรมบังคับคดีทำการอายัดทรัพย์ว่า เมื่อวันที่ 19 ก.ค.ที่ผ่านมา เราได้ยื่นคำร้องต่อศาลปกครอง ขอให้ศาลมีคำสั่งทุเลาบังคับการอายัดทรัพย์สินของน.ส.ยิ่งลักษณ์อีกครั้ง หลังจากศาลเคยยกคำร้อง เนื่องจากครั้งนั้นศาลจะเห็นว่า คำสั่งดังกล่าวยังไม่มีการใช้มาตรการบังคับทางปกครองโดยยึดหรืออายัดทรัพย์ สินของน.ส.ยิ่งลักษณ์ หรือนำทรัพย์สินอื่นไปขายทอดตลาด เพื่อชำระค่าสินไหมทดแทน จึงยังไม่เกิดความเสียหาย เเต่ครั้งนี้พอเริ่มมีการอายัดบัญชีทรัพย์ขึ้นมา ทางเราเลยร้องขอให้ศาลปกครองออกคำสั่งทุเลาคำสั่งทางปกครองดังกล่าวด้วย
นายนพดลกล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครอง ซึ่งศาลไม่ได้กำหนด วันนัดฟังคำสั่ง หากศาลเห็นว่าเมื่อมีการอายัดทรัพย์สินเกิดขึ้นจริงเเล้ว อาจพิจารณามีคำสั่งคุ้มครองออกมา หรืออาจเรียกไต่สวนพยานว่าได้อายัดทรัพย์สินดังกล่าวเกิดขึ้นจริงเเละสร้างความเสียหายเเก่น.ส.ยิ่งลักษณ์จริงหรือไม่ก่อนจะมีคำสั่ง หรืออีกกรณีหนึ่งที่ศาลเห็นว่าจะไม่คุ้มครองก็จะมีคำสั่งยกคำร้องมา นายนพดลกล่าวอีกว่า ไม่ทราบว่ากรมบังคับคดีได้อายัดทรัพย์บัญชีน.ส.ยิ่งลักษณ์ไปกี่บัญชีเเล้ว เเต่เท่าที่ทราบก่อนยื่นคำร้องต่อศาลปกครอง ทางธนาคารมีการเเจ้งเรื่องน.ส.นิ่งลักษณ์ ถูกอายัดบัญชีทั้งหมด 7 บัญชี ซึ่งเป็นบัญชีของธนาคารกรุงเทพทั้งหมด พอทราบจากธนาคาร ก็ไปยื่นคำร้องขอทุเลาบังคับคดี โดยขอให้ศาลสั่งให้ธนาคารหยุดอายัดบัญชีธนาคารทันที ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาคดีของศาลปกครอง ที่เราขอให้คุ้มครองชั่วคราว
วัฒนาสวนให้กำลังใจไม่ใช่กดดัน
นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่าน เฟซบุ๊กว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ แสดงความกล้าหาญต่อสู้คดีที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ย่อมสมควรได้รับกำลังใจจากประชาชนที่มาด้วยความสงบ ไม่เคยก่อความวุ่นวายและไม่เคยขัดขวางกระบวนพิจารณาของศาล แต่หัวหน้ารัฐบาลกลับแสดงการข่มขู่จะดำเนินคดีกับคนที่จะมาให้กำลังใจน.ส.ยิ่งลักษณ์ในวันฟังคำพิพากษา ขณะที่มีนักการเมืองที่อ้างตัวว่ามาจากประชาชน แทนที่จะประณามพฤติกรรมที่ละเมิดสิทธิของประชาชนดังกล่าว กลับกล่าวหาคนที่ปกป้องสิทธิของประชาชนว่ากดดันศาล
“ผมจึงขอประกาศอีกครั้งว่าการที่ประชาชน จะมาให้กำลังใจใคร ย่อมถือเป็นเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ เพราะมากันเองด้วยใจและด้วยค่าใช้จ่ายส่วนตัว ไม่มีใครจัดตั้ง ไม่ได้ขอเบิกเงินหลวงเป็นค่าเดินทางที่ต้องขออนุญาต การมาให้กำลังใจถือเป็นกิจกรรมตามประเพณีและไม่ได้มากดดันศาล ทั้งไม่ใช่การชุมนุมทางการเมืองที่ต้องขออนุญาตเผด็จการ ดังนั้นในวันที่ 1 ส.ค. เวลา 09.00 น. ผมจะไปให้กำลังใจน.ส.ยิ่งลักษณ์ ในการแถลงการณ์ด้วยวาจาที่ศาล และวันที่ 25 ส.ค. ที่เป็นวันฟังคำพิพากษา ผมจะไปให้กำลังใจเช่นกัน มีปัญหาอะไรมั้ย” นายวัฒนาระบุ
นายสมคิด เชื้อคง อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า มวลชนที่มาให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ที่หน้าศาลฎีกาฯ ล้วนมาด้วยความรัก และเขาเลือกน.ส.ยิ่งลักษณ์มาเป็น นายกฯ ด้วยคะแนนเสียงท่วมท้นถึง 16 ล้านเสียง อีกทั้งที่ผ่านมามวลชนก็ไม่เคยสร้างความวุ่นวายใดๆ ทุกคนปฏิบัติตามกฎระเบียบภายใต้การควบคุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ดูแลอำนวยความสะดวกอย่างดี ดังนั้นไม่มีใครกดดันศาลได้
สุวพันธุ์แจงเดินหน้าลุยยึด”ปู”
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการ สืบทรัพย์ได้ส่งรายละเอียดทรัพย์สินของน.ส. ยิ่งลักษณ์ ได้แก่ สมุดบัญชีเงินฝาก 12 บัญชีให้กรมบังคับคดีแล้วว่า กรมบังคับคดีได้รับรายละเอียดทรัพย์สินของน.ส.ยิ่งลักษณ์แล้ว จากนี้จะดำเนินการตามระเบียบปกติ ตามขั้นตอนเมื่อกรมบังคับคดีแจ้งไปยังธนาคารแล้ว ทั้ง 12 บัญชีจะไม่สามารถทำธุรกรรมได้ โดย ธนาคารจะตรวจสอบดูว่ามีเงินอยู่ในบัญชีเท่าไร เมื่อตรวจสอบเสร็จจะส่งให้กรมบังคับคดี และกรมบังคับคดีจะส่งทรัพย์สินที่อายัดมาให้กระทรวงการคลังในฐานะเจ้าหนี้ผู้เสียหาย ส่วนทรัพย์สินอื่นๆ ที่เหลือ คณะกรรมการสืบทรัพย์จะดำเนินต่อ หากมีอะไรเพิ่มเติมก็จะส่งมาให้กรมบังคับคดีดำเนินการต่อ เช่น บัญชีเงินฝาก อสังหาริมทรัพย์ ยืนยันว่ากรมบังคับคดีจะทำเป็นมาตรฐานเดียวกันกับทุกเรื่อง
เมื่อถามถึงทนายของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้ขอให้ศาลปกครองมีคำสั่งทุเลาบังคับการอายัดทรัพย์สิน นายสุวพันธุ์กล่าวว่า นอกจากยื่นศาลปกครองแล้ว ทนายความ น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้มายื่นเรื่องต่อกรมบังคับคดีด้วย เพื่อขอให้หยุดบังคับ แต่การยื่นต่อกรมบังคับคดีไม่มีผลต่อการทุเลาคำสั่งทางปกครอง เพราะไม่มีกฎหมายเรื่องนี้ กรมบังคับคดีจึงทำต่อไป ขณะนี้ได้เริ่มดำเนินการแล้วจนกว่าศาลปกครองจะมีคำสั่งให้หยุด
ปัดยึดทรัพย์ไม่เกี่ยว 25 ส.ค.
เมื่อถามว่ามีการตั้งข้อสังเกตว่าการยึดทรัพย์ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ช่วงนี้ พอดีกับช่วงที่ศาลฎีกาฯจะตัดสินคดีรับจำนำข้าวในวันที่ 25 ส.ค. นายสุวพันธุ์กล่าวว่า ทุกเรื่องกระทรวงยุติธรรมเดินตามเนื้อผ้า ข้อเท็จจริง ข้อกฎหมายและอำนาจหน้าที่ เคยปฏิบัติกับกรณีอื่นอย่างไรก็ทำในมาตรฐานเดียวกัน
นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า คณะกรรมการสืบทรัพย์น.ส.ยิ่งลักษณ์ส่งบัญชีเงินฝาก 12 บัญชีให้กรมบังคับคดีทำการยึดทรัพย์ ถือเป็นการทำตามหน้าที่ ตอนแรกคลังทำช้า ก็หาว่าคลังไม่ยอมทำอะไร พอตอนนี้ทำเร็วก็ถูกกล่าวหาว่าไปกลั่นแกล้ง ต้องการให้มีความพอดีในเรื่องนี้ เรื่องอดีตนายกฯไปฟ้องศาลปกครองเพื่อขอความเป็นธรรมและให้ทุเลาคำสั่งบังคับคดีนั้นทำได้ แต่คณะกรรมการสืบทรัพย์ก็ต้องทำหน้าที่ของตัวเองเหมือนกัน ส่วนที่ดิน หรือรถยนต์ พอรู้แล้วต้องไปถ่ายรูประบุตำแหน่งที่ชัดเจน เพื่อส่งให้กรมบังคับคดีดำเนินการยึดทรัพย์ ซึ่งคดีนี้มีอายุความที่จะดำเนินการได้ถึง 10 ปี
มีชัยชี้”ยิ่งลักษณ์”มีสิทธิอุทธรณ์
ที่รัฐสภา นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงกรณีที่ศาลฎีกาฯ นัดอ่านคำพิพากษาคดี น.ส. ยิ่งลักษณ์ในวันที่ 25 ส.ค.ว่า ต้องรอดูว่าศาลจะวินิจฉัยว่าอย่างไร ซึ่งน.ส.ยิ่งลักษณ์ มีสิทธิที่จะอุทธรณ์ได้ตามรัฐธรรมนูญใหม่ แต่จะอุทธรณ์ในข้อกฎหมายหรือข้อเท็จจริงนั้น จะต้องรอดูว่าในวันนั้นร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐ ธรรมนูญว่าด้วยคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่ง ทางการเมืองที่ผ่านความเห็นชอบของสนช. จะมีผลบังคับใช้แล้วหรือยัง หากมีผลแล้วก็ให้เป็นไปตามกฎหมายนั้น คือสามารถอุทธรณ์ ได้ทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย แต่หากกฎหมายยังไม่มีผลบังคับใช้ ก็มีสิทธิตามรัฐธรรมนูญในการยื่นอุทธรณ์ แต่กฎหมาย ยังไม่ออก อาจต้องรอไประยะหนึ่งจนกว่ากฎ หมายจะออก หรือไม่ก็ศาลต้องใช้ดุลพินิจในการรับหรือไม่รับ ซึ่งเป็นเรื่องของศาล แต่ไม่ต้องใช้กฎหมายเก่า ที่อุทธรณ์ได้เฉพาะข้อเท็จจริง เพราะถือว่าจำกัดมากกว่ารัฐธรรมนูญ รออีก 1-2 เดือนก็น่าจะออกมาแล้ว
นายมีชัยกล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตามยังไม่จำเป็นต้องยื่นอุทธรณ์ในทันที เพราะเพิ่งทราบคำตัดสิน คงไม่สามารถเขียนได้ในทันที และมีเวลาให้ยื่นได้ภายใน 30 วัน ซึ่งคิดว่าร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญดังกล่าวน่าจะมีผลบังคับใช้ทัน ส่วนหากถูกตัดสินให้จำคุก ก็มีสิทธิขอประกันตัวได้ทันทีอยู่แล้ว แต่การจะอนุญาตหรือไม่ ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล
ตู่ปัดปรับครม.-ลั่นยังทำงานได้
ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมร่วมคสช. และคณะรัฐมนตรี (ครม.) และให้สัมภาษณ์หลังประชุมถึงกรณีมีผลโพลสนับสนุนให้ปรับครม.ว่า “ขอร้องว่าอย่าเพิ่งพูด ถึงเรื่องการปรับครม. ไม่ใช่ว่าผมจะพูด เพื่อเอาใจใคร ไม่ว่าจะเอาใจเพื่อน พี่ มันไม่ใช่ วันนี้ผมอยากเรียนว่าไม่ว่าจะปรับใครเป็นครม. มันทำไม่ได้ทั้งหมด เพราะความขัดแย้งมันสูง”
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า วันนี้ตนประเมินของตนเอง ถ้าดูแล้วว่าสิ่งที่สั่งลงไปแล้วไม่ทำ หรือกำหนดนโยบายแล้วไม่ทำ หรือทำแล้วไม่มีประสิทธิภาพประสิทธิผล ตนก็ค่อยปรับ แต่วันนี้ยืนยันว่า ทุกคนยังทำงานอยู่ได้ ช่วงนี้เหลือเวลาอีก 1 ปี จะทำอย่างไรต้องดูว่าถ้าเปลี่ยนมาแล้วไม่ดีจะทำอย่างไร วันนี้พวกเขาทำอะไรมาแล้วบ้าง ถ้าทุกคนไม่รู้ก็ต้องปรับทุกรัฐมนตรี หากทุกคนบอกไม่รู้ว่าบางรัฐมนตรีทำงานอะไร ซึ่งความจริงรัฐมนตรีเขาทำงานมาก เพียงแต่ไม่ใส่ใจ ไม่สนใจกันเอง และต้องยอมรับว่ารัฐมนตรีบางคนมีทั้งคนชอบและไม่ชอบ อย่าไปเป็นกระบอกเสียงให้กับคนที่ไม่ดีและไม่ชอบ เพราะมันคนละเรื่องกัน เรื่องนี้ก็ฝากให้ไปดูกันด้วย
ฮึ่มชุมนุมหน้าศาลผิดกฎหมาย
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ในช่วงที่กำลังมีคำพิพากษา วันนี้อยากให้สังคมได้เข้าใจ ถ้าใครเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม หากผิดก็ต้องถูกลงโทษ หากไม่ผิดก็ไม่ถูกลงโทษ จะมาต่อต้านนอกศาลอย่างนี้ไม่ได้ ซึ่งต้องดูว่าหมิ่นศาลกันหรือเปล่า เห็นว่าทางฝ่ายศาล ฝ่ายกระบวนการยุติธรรมกำลังดูอยู่ พูดจาให้ร้ายหรือหมิ่นศาลไม่ได้
“ผมเป็นห่วงประชาชนที่ไปร่วมในวันพิจารณาคดีต้องระวังด้วย ถ้าไปร่วมแล้วเดือดร้อนขึ้นมา ผมก็ไม่รู้จะช่วยอย่างไรเหมือนกัน เพราะมันผิดกฎหมาย รัฐบาลคงไม่ไปสกัดประชาชนที่จะเข้ามา แต่คิดว่าทุกคนต้องสกัดใจตัวเองมากกว่า ว่าเราจะไปทำไม จะได้ประโยชน์อะไรตรงไหน ไม่ว่าจะไปมากหรือน้อย หรือจะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นมาก็ตาม มันไม่มีผลต่อการตัดสินคดี แล้วจะไปทำไม ศาลจะตัดสินก็ตัดสินไป ถ้าไม่ผิด จะเข้าไปสู่กระบวนการพิจารณาของศาลได้หรือไม่ มันต้องมีอะไรผิด ไม่ผิดคงเข้าไปไม่ได้” พล.อ. ประยุทธ์กล่าวและว่า หากใครมาก็ต้องตรวจสอบว่าจะมาอย่างไร ถ้ามาเองก็คงเป็นเรื่องความชอบส่วนตัว แต่ถ้ามีคนไปรับไปเกณฑ์ เอารถไปรับมา อย่างนี้ไม่ได้ถือว่าผิดกติกา อย่าสร้างความวุ่นวายเลย เขตศาลต้องระวัง โทษมันแรง
ป้อมลั่นรวมตัวชุมนุมไม่ได้
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีคนจะมาให้กำลังใจน.ส.ยิ่งลักษณ์ ว่า บอกประชาชนไปแล้วว่าคนที่จะให้กำลังใจไม่จำเป็นต้องมาที่ศาล ไปให้กำลังใจที่ไหนก็ได้ มั่นใจว่าจะไม่มีเรื่องความวุ่นวายในวันดังกล่าว ส่วนคนที่จะมาให้กำลังใจ ต้องดูด้วยว่าหากออกมาแล้วทำให้เกิดความสับสนหรือขัดแย้ง แบบนั้นไม่สามารถทำได้ และการพิจารณาเรื่องเหล่านี้สืบเนื่องมาจากอดีต ไม่ใช่รัฐบาลไปกระทำ ฉะนั้นเป็นหน้าที่ศาลที่จะตัดสินตามกระบวน การและพยานหลักฐาน
“เรื่องคดีความว่าตามกระบวนการ การจะมารวมตัวเพื่อชุมนุมทำไม่ได้ และเวลานี้เราร่วมกันมาสร้างสามัคคีปรองดอง จะมารวมตัวกันอย่างนั้นไม่ได้” พล.อ.ประวิตรกล่าว
เมื่อถามว่านอกจากคดีน.ส.ยิ่งลักษณ์ ศาลฎีกาฯจะพิพากษาคดีสลายการชุมนุม 2551 ซึ่งมีชื่อพล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ เป็นจำเลยด้วย จะเพิ่มมาตราการดูแลอย่างไร รองนายกฯ กล่าวว่า “ผมไม่เห็นไปเรียกใครมารวมตัวกัน ถามว่าผมเรียกใครมาหรือไม่ และไม่ต้องเพิ่มอะไร ดูแลเหมือนกัน ส่วนความผิดนั้นเป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรมก็ว่ากันไป ไม่ว่าคดีน.ส.ยิ่งลักษณ์หรือพล.ต.อ.พัชรวาท ก็โดนเหมือนกัน จะมาถามว่าถ้าพล.ต.อ.พัชรวาท โดนแล้วผมต้องลุกฮือหรืออย่างไร ถ้าจะโดนก็โดนเหมือนกันทั้งนั้น”
คสช.จ่อฟันผิดพ.ร.บ.ชุมนุม
พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกคสช. เปิดเผยถึงมาตรการรับมือกับมวลชนที่จะมาให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ภายหลังพล.อ.ประยุทธ์สั่งไม่ให้มีการรวมกลุ่มว่า ทุกอย่างต้องปฏิบัติตามที่หัวหน้า คสช.ระบุ โดยยึดกฎหมายเป็นหลักเพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อย ไม่กระทบต่อบุคคลอื่น
พ.อ.พีรวัชฌ์ แสงทอง โฆษกกอ.รมน. กล่าว ถึงกรณีเดียวกันว่า พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. ในฐานะ รองผอ.รมน.ระบุว่า การมาให้กำลังใจน.ส.ยิ่งลักษณ์สามารถทำได้ แต่การรวมตัวกันเพื่อจัดตั้งมวลชนหรือม็อบนั้นไม่สามารถทำได้ เพราะผิด พ.ร.บ.ชุมนุม และคำสั่งคสช. ที่ห้ามชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คน หรือจัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเมือง ตรงนี้ต้องระวัง หากการดำเนินการเข้าข่าย เจ้าหน้าที่ก็ต้องดำเนินการ
พล.อ.ทวีป เนตรนิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวว่า หน่วยงานด้านความมั่นคงและหน่วยงานด้านการข่าวได้ประชุมร่วมกันอย่างละเอียด เพื่อหาแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดความวุ่นวาย โดยหน่วยงานด้านการข่าวได้ติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มมวลชนอยู่ตลอดเวลา ซึ่งถือเป็นหน้าที่ที่ต้องสร้างความมั่นใจให้ได้ว่าจะไม่เกิดเหตุวุ่นวายใดๆ ขึ้น ทั้งนี้ ไม่มีการเตรียมแผนอะไรเป็นพิเศษในวันที่ 25 ส.ค.นี้เพราะเชื่อว่าเหตุการณ์จะไม่รุนแรงบานปลาย
ป๊อกขอให้เชื่อมั่นระบบยุติธรรม
พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีจะมีมวลชนมาให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในวันพิพากษาคดีจำนำข้าววันที่ 25 ส.ค.นี้ ว่า เชื่อคงมีประชาชนมาตาม ที่เป็นข่าว ทางกระทรวงมหาดไทยได้สั่งการให้ผู้ว่าฯทำความเข้าใจและชี้แจงประชาชนว่าประเทศต้องการความสงบเรียบร้อย แม้การมาจะมีเจตนาดี แต่สุ่มเสี่ยงเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นได้ เชื่อว่าศาลยุติธรรมจะเป็นที่พึ่งสุดท้ายให้กับประชาชน เราต้องเชื่อมั่นในระบบนี้ ตนเข้าใจผู้ที่จะมาให้กำลังใจ แต่ขอให้เอาประเทศเป็นหลักก่อน และขอให้มีความสงบเรียบร้อย ซึ่งขณะนี้ยังไม่พบการเคลื่อนไหวและไม่จำเป็นต้องจับตาแกนนำ
พล.อ.อนุพงษ์ยังกล่าวถึงการชี้แจงร่างสัญญาประชาคม 10 ข้อว่า คณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) จะแถลงขั้นต่อไปอย่างเป็นทางการ ซึ่งคงจะกำหนดวันแถลงอีกครั้ง จากนั้นจะเป็นขั้นตอนการสร้างความรับรู้ให้กับประชาชนพร้อมกันทั้งประเทศ ขั้นต้นได้ให้กระทรวงมหาดไทยและกอ.รมน. พิจารณาแนวทางดำเนินการ เช่น อาจมีทีมไปชี้แจงตามหมู่บ้าน แต่ยังไม่ได้ข้อยุติเพราะอยู่ในขั้นตอนขออนุมัติหลักการ
ทนายจ่อยื่นประกันวรชัยรอบ 5
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 24 ก.ค. ที่ผ่านมา ทนายความประจำตัวของนายวรชัย เหมะ อดีตส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ได้ยื่นเรื่องต่อศาลฎีกาฯ ขอประกันเพื่อปล่อยตัวชั่วคราวนายวรชัยเป็นครั้งที่ 4 จากกรณีนายวรชัยกับพวกรวม 13 ราย ถูกศาลพิพากษาจำคุก 4 ปีคดีล้มการประชุมอาเซียนปี 2552 ที่โรงแรมรอยัล คลิฟ บีช พัทยา จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 11 เม.ย. 2552 โดยศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัวเนื่องจากเป็นคดีที่มีพฤติกรรมร้ายแรง เกรงว่าจำเลยจะหลบหนี ทั้งนี้ทนายความนายวรชัยเตรียมจะยื่นเรื่องต่อศาลฎีกาฯ เพื่อขอให้ปล่อยตัวชั่วคราวนาย วรชัยอีกครั้งหนึ่ง
สนช.จ่อรีเซ็ตผู้ตรวจการแผ่นดิน
ที่รัฐสภา นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติ แห่งชาติ (วิปสนช.) แถลงหลังการประชุมว่า ในวันที่ 27 ก.ค.นี้ สนช.จะพิจารณาร่างพ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. … ในวาระ 2 และ 3 ตามที่กมธ.วิสามัญได้พิจารณาเสร็จแล้ว มีทั้งสิ้น 63 มาตรา เนื้อหาสำคัญอยู่ที่บทเฉพาะกาล ในเรื่องสถาน ภาพของประธานและผู้ตรวจการแผ่นดิน หลังพ.ร.บ.ฉบับใหม่บังคับใช้ ซึ่งกมธ.วิสามัญสนช. ได้ยืนตามร่างเดิมของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เสนอ นั่นคือ ให้รีเซ็ตผู้ตรวจการแผ่นดิน เฉพาะผู้ที่มีคุณสมบัติไม่ครบ และมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ โดยในประเด็นดังกล่าว มีสมาชิกสนช.เสนอคำแปรญัตติ 6 คน แบ่งเป็น 2 แนวทาง คือ 1.ยืนตามร่างเดิม และ 2.ให้สิทธิผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่ขณะนี้เหลือ 2 คน ดำรงตำแหน่งต่อไปจนครบวาระ ซึ่งต้องรอมติจากที่ประชุมในวันที่ 27 ก.ค.นี้ว่า สนช.จะเห็นอย่างไร
เมื่อถามว่าหากสนช.มีมติรีเซ็ตผู้ตรวจการแผ่นดินจะเป็น 2 มาตรฐานกับร่างพ.ร.ป. ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่สนช.มีมติให้เซ็ตซีโร่หรือไม่ นพ.เจตน์กล่าวว่า ต้องถาม กรธ. เพราะเป็นผู้เสนอร่าง ดังกล่าว ซึ่งกมธ.วิสามัญสนช.ยืนตามเนื้อหาที่กรธ.เสนอมา
รบ.โต้ใช้งบตีปี๊บเดือนละ129ล.
เมื่อวันที่ 25 ก.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวชี้แจงกรณีมีการเผยแพร่ข่าวว่าสำนักนายกฯ ติดลำดับที่ 4 ของหน่วยงานรัฐที่ใช้งบประมาณประชา สัมพันธ์ โดยฉพาะในเดือนมิ.ย. สูงถึง 129 ล้านบาทว่า จากการตรวจสอบกับบริษัทที่สำรวจ โดยใช้วิธีดูจากสื่อช่องทางต่างๆ นิตยสาร โรงหนัง โฆษณากลางแจ้ง ระบบขนส่ง ศูนย์การค้า ว่ามีหน่วยงานใดลงโฆษณาบ้าง พบว่าข้อมูลที่นำเสนอคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง
พล.ท.สรรเสริญกล่าวต่อว่า เนื่องจากมีบางหน่วยงานที่แยกไปจากสำนักนายกฯ และใช้งบฯ ของตัวเองดำเนินการ เช่น สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) สำนักงานสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนัก งานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) หรือสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มานับรวมด้วย ทำให้ตัวเลขค่อนข้างสูง นายกฯ จึงให้แนวทางการประชาสัมพันธ์ เน้นประสิทธิภาพและมีผลงานที่เกิดกับประชาชนเป็นหลัก และให้ใช้บริการสื่อของรัฐเพื่อประหยัดงบ ซึ่งการประชาสัมพันธ์ที่ขาดผลงานย่อมไม่ได้รับความเชื่อถือ
“ตู่”สั่งสอบโกงเงินดอกไม้จันทน์
เมื่อวันที่ 25 ก.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีพบทุจริตเงินทอนในการจัดผลิตดอกไม้จันทน์ เพื่อใช้ในงานพระราชพิธีพระบรมศพ ที่ จ.ชัยภูมิ โดยจ้างชาวบ้านแล้วให้โอนเงิน ส่งคืนจังหวัด 5 พันบาท คืนอำเภอ 3 พันบาทว่า ขณะนี้กำลังสอบสวนและตรวจสอบอยู่ บางพื้นที่องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น (อปท.) ได้ตั้งงบประมาณของตัวเอง จึงต้องตรวจสอบกับ อปท. เพราะไม่ใช่งบประมาณของมหาดไทย ส่วนกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) จะเป็น งบประมาณของการศึกษานอกโรงเรียน ขณะที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ส่วนใหญ่จะเป็นงบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ผู้พิการ
“ผมเห็นข่าวว่าโอนเงินคืนจังหวัด 5 พันบาท ทำไมมันงี่เง่าขนาดนั้น 5 พัน 3 พัน ก็เอาหรือแสดงว่าถ้ามากกว่านี้ ก็ยิ่งจะเอาใหญ่ใช่หรือไม่ เรื่องนี้ถ้าเป็นจริงต้องลงโทษ” พล.อ. ประยุทธ์กล่าว
70ขรก.โดนม.44พักงานล็อต9
วันที่ 25 ก.ค. เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่คำสั่งของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 35/2560 เรื่อง ประกาศรายชื่อเจ้าหน้าที่ของรัฐที่อยู่ระหว่างการถูกตรวจสอบเพิ่มเติม ครั้งที่ 9 จำนวน 70 ราย อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 265 ของรัฐธรรมนูญ ประกอบกับมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 หัวหน้าคสช.โดยความเห็นชอบของคสช. จึงมีคำสั่งดังนี้
1.ให้ผู้ที่มีรายชื่อในกลุ่มที่ 1 ผู้บริหารสถานศึกษา 1 ราย 2.ให้ผู้ที่มีรายชื่อในกลุ่มที่ 2 ข้าราชการพลเรือน 6 ราย และผู้มีรายชื่อในกลุ่มที่ 3 พนักงานอื่นของรัฐ 2 ราย ระงับการปฏิบัติ หน้าที่ชั่วคราว และไปปฏิบัติราชการประจำหน่วยงานนั้นตามที่ผู้บังคับบัญชามอบหมาย
3.ให้ผู้มีรายชื่อในกลุ่มที่ 4 ผู้บริหารในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) 37 ราย ระงับการปฏิบัติหน้าที่ในอปท.ที่ดำรงตำแหน่งอยู่เป็นการชั่วคราวโดยไม่ได้รับค่าตอบแทน
4.ให้ผู้มีรายชื่อในกลุ่มที่ 5 ข้าราชการอปท. 24 ราย ไปช่วยราชการที่ศาลากลางจังหวัดที่อปท.นั้นตั้งอยู่หรือสถานที่ราชการอื่นในจังหวัดนั้นๆ ตามที่ผวจ.กำหนด แต่ต้องมิใช่อปท.ที่ผู้นั้นปฏิบัติหน้าที่อยู่เดิม โดยไม่ต้องมีคำร้องขอ และให้ผวจ.หรือผู้ที่ผวจ.มอบหมายเป็นผู้บังคับบัญชามีอำนาจมอบหมายให้ผู้นั้นปฏิบัติงานตามความเหมาะสม
ในกรณีนี้ มิให้บุคคลดังกล่าวได้รับเงินประจำตำแหน่งและสิทธิเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการชั่วคราว ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย อันเนื่องจากการไปช่วยราชการตามคำสั่งนี้ และให้ผู้ที่มีรายชื่อในกลุ่มที่ 1 ถึงกลุ่มที่ 5 ยุติการปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งหน้าที่อื่นที่เกี่ยวข้อง พร้อมให้ผู้บังคับบัญชาของบุคคลนั้นๆ ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ให้เสร็จภายใน 30 วัน หากเป็นเรื่องความผิดอาญา ให้ผู้บังคับบัญชาดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป
กรณีไม่ปรากฏว่าผู้ถูกตรวจสอบมีความบกพร่องใดๆ หรือไม่มีมูลความผิดทางวินัยหรือความผิดอาญาหรือมีความผิดวินัย แต่มิใช่เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรงจึงมีเหตุอันควรงดโทษหรือรับโทษสถานเบาขั้นภาคทัณฑ์ ให้เยียวยาโดยให้ไปดำรงตำแหน่งในระดับเดิมตามความเหมาะสม แต่ให้อยู่นอกพื้นที่เดิม ยกเว้นผู้มีรายชื่อในกลุ่มที่ 4 และกลุ่มที่ 5 ให้กลับไปดำรงตำแหน่งหรือปฏิบัติหน้าที่เดิมได้ คำสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป