เมื่อวันที่ 11 ต.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ว่า ที่ประชุมเห็นชอบหลักการร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยคณะกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี (ฉบับที่…) พ.ศ…. ตามที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี โดยสาระสำคัญเป็นการปรับปรุงองค์ประกอบคณะกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยคณะกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี พ.ศ.2546 แก้ไขระเบียบฯดังกล่าว ให้เพิ่มจำนวนผู้ช่วยรัฐมนตรี จากเดิม 30 คน เพิ่ม 10 คน รวมทั้งสิ้น 40 คน เพื่อเข้ามาเร่งรัดและขับเคลื่อนการปฏิบัติงานตามนโยบาย และตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เกี่ยวกับแผนการปฏิรูปประเทศ และการกำหนดยุทธศาสตร์ที่มีมากขึ้น ซึ่งผู้ช่วยรัฐมนตรีจะมีอำนาจหน้าที่ตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย ให้ปฏิบัติภารกิจเฉพาะเรื่องตามที่ได้รับมอบหมายเป็นกรณีพิเศษ โดยให้ถือว่าเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อยู่ภายใต้กำกับของนายกรัฐมนตรีที่ต้องดูแลงาน 6 กลุ่ม และสามารถรายงานตรงต่อนายกรัฐมนตรีได้ทันที
พล.ท.สรรเสริญ กล่าวอีกว่า ในการแก้ไขระเบียบฯ ครั้งนี้ นายกฯ ได้มอบหมายให้ชี้แจงทำเข้าใจกับสาธารณชน โดยเฉพาะในส่วนค่าตอบแทนและการเพิ่มภารกิจที่มีมากขึ้น ทางรัฐบาลมีการปรับลดค่าตอบแทนในตำแหน่งผู้ช่วยรัฐมนตรีตั้งแต่ปี 2557 จากเดิมที่เคยได้รับเดือนละ 63,800 บาท เหลือเป็น 50,000 บาท ซึ่งการเพิ่มจำนวนผู้ช่วยรัฐมนตรีอีก 10 คน ไม่ถือว่าเป็นภาระต่องบประมาณแต่อย่างใดเพราะงบประมาณเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในขณะที่ได้คนทำงานเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ผู้ช่วยรัฐมนตรีตามระเบียบ พ.ศ.2546 มีวาระ 1 ปี และได้รับค่าตอบแทนเดือนละ 50,000 บาท และให้ถือว่าเป็นการดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช.ด้วย