ดราม่าฝ่ายค้าน! “โรม” กังขาเพื่อไทย เปิดอภิปรายทั่วไป อาจเป็นประโยชน์ต่อฝ่ายรัฐบาล เจอโต้กลับ ใครกันแน่คือศัตรู อย่าทำลายมิตร ศัตรูแท้จริงคือเผด็จการ

เมื่อวันที่ 24 ส.ค. นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เปิดเผยว่า ในวันพรุ่งนี้ (25ส.ค.) จะมีการประชุมวิปฝ่ายค้าน โดยมี 2 ประเด็นที่จะต้องพูดคุยคือ กรณีที่ ส.ส. พรรคเพื่อไทยเข้าชื่อเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อซักถามข้อเท็จจริง

และเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรีโดยไม่มีการลงมติ ตามมาตรา 152 ของรัฐธรรมนูญ โดยไม่ได้เป็นการยื่นร่วมกับพรรคร่วมฝ่ายค้านอื่น จากสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบัน ประชาชนได้ออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลเนื่องจากพฤติกรรมอันเลวร้ายหลายประการ

และมีข้อเรียกร้องถึงขั้นที่จะให้ยุบสภาแล้ว ดังนั้นหาก ส.ส. จะใช้สิทธิในการเปิดอภิปรายทั่วไป ก็ควรเป็นการอภิปรายเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 มากกว่า การที่พรรคเพื่อไทยเลือกที่จะอภิปรายตามมาตรา 152 ในทางปฏิบัติจะกลายเป็นเพียงการหยิบยื่นโอกาสให้รัฐบาลได้หาข้อแก้ตัวให้กับการกระทำของตัวเอง โดยที่สภาผู้แทนราษฎรไม่สามารถใช้อำนาจที่มีในการลงโทษรัฐบาลได้เลย

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า ดังนั้นจึงต้องหารือกันในวิปวันพรุ่งนี้ว่าเพราะเหตุใดพรรคเพื่อไทยจึงรีบเข้าชื่อเสนอการอภิปรายทั่วไปขนาดนี้ ไม่ปรึกษาพรรคร่วมฝ่ายค้านให้ดีก่อนถึงผลดีผลเสีย และทวงถามความชัดเจนในการเข้าชื่อเสนอญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2562 มาตรา 272 ที่กำหนดให้ ส.ว. ชุดแรกตามบทเฉพาะกาลมีอำนาจในการร่วมลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งพรรคก้าวไกลเป็นผู้ริเริ่มในการจะเสนอญัตติดังกล่าว

และเคยมีการหารือในที่ประชุมหัวหน้าพรรคร่วมฝ่ายค้านมาแล้วครั้งหนึ่ง เนื่องจากญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญจะต้องเข้าชื่อโดย ส.ส. จํานวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของจํานวน ส.ส. ทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร คือ 98 คน แต่พรรคก้าวไกลมี ส.ส. เพียง 54 คน จึงต้องอาศัยการร่วมเข้าชื่อจากพรรคร่วมฝ่ายค้าน โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทย จึงจะสามารถเสนอญัตติดังกล่าวเข้าสู่รัฐสภาได้

เพื่อไทยโต้กลับ ลั่น “เราไม่ใช่ศัตรูของคุณ”

ต่อมา นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย กล่าวกรณีที่นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวหาพรรคเพื่อไทยยื่นญัตติอภิปรายตาม ม.152โดยไม่ลงมติต่อประธานสภาฯ เพื่อเปิดโอกาสให้รัฐบาลได้ชี้แจงและฟอกตัว ทั้งๆที่ควรต้องยื่นญัตติ ตาม ม.151 คือลงมติไม่ไว้วางใจมากกว่า และควรต้องปรึกษากับพรรคร่วมฝ่ายค้านอื่นๆเสียก่อนว่า

อยากถามนายรังสิมันต์ ว่าที่พูดออกมาเพื่อต้องการให้คนเกลียดชังพรรรคเพื่อไทย หรือต้องการอะไรกันแน่ สิ่งที่พรรค พท.ดำเนินการเป็นไปตามมติพรรค และญัตติที่ยื่นก็เป็นเอกสิทธิ์ของ ส.ส.ทุกพรรค หากพรรคก้าวไกลต้องการยื่นญัตติตามมาตรา 151 ก็สามารถกระทำได้เช่นเดียวกัน การออกมาโวยวายหาเรื่องพรรค พท. ตนอยากถามกลับไปว่าไปรับงานใครมาหรือเปล่า

หากนายรังสิมันต์อยากโวยวาย ก็ควรโวยกับพรรคตัวเองเท่านั้น เช่น ใครแอบไปเปิดซุปเปอร์ดีลกับใคร เพื่อหลอกเพื่อนและเอาตัวรอด แล้วใครได้ประโยชน์บ้าง เรื่องแบบนี้ต่างหากที่ต้องโวยวายกันเอง ไม่ใช่มายุ่งกับสิทธิเสรีภาพในการปฏิบัติหน้าที่ของพรรคอื่น

“อยากถามว่าสิ่งที่ พรรค พท.ปรึกษาไปหลายเรื่อง พรรค ก.ก.เคยฟังหรือไม่ เคยให้เกียรติพรรค พท.บ้างมั้ย เช่น การยื่นญัตติการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทั้งที่พรรคร่วมฝ่ายค้านมีมติร่วมกันแล้ว แต่ 30 นาทีก่อนยื่น พรรคก้าวไกลก็ขอถอนชื่อออกไปทั้งหม อย่างนี้หรือคือสิ่งที่เพื่อนทำกับเพื่อน ปล่อยให้เพื่อนคนอื่นต้องกลืนเลือด แต่ตัวเองตีกินทางการเมืองยืนหล่ออยู่คนเดียว” นายประเดิมชัย กล่าว

นายประเดิมชัย กล่าวต่อว่า หากเรายื่นญัตติตาม ม.151 เพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐบาล ถามว่ามือในสภาฯ เราจะชนะเขาไหม เพราะมือในสภาเราน้อยลงมากหลังจากอดีต ส.ส.บางพรรคย้ายพรรคไปเป็นสิบๆคน ทำให้กำลังของส่วนรวมอ่อนแอไปมากเพราะนักการเมืองที่ไร้อุดมการณ์บางพรรค ขอร้องว่าจากนี้ไปอย่าหาเสียงแบบทำลายมิตร

อย่าใช้วิธีเอาดีใส่ตัว เอาชั่วใส่คนอื่น พรรค พท.เคารพและให้เกียรติทุกพรรคการเมือง แต่บางพรรคทำลายจิตใจพวกเรามามาก อย่าทำให้เราต้องลุกขึ้นมาสู้กับมิตรเลย เพราะศัตรูที่แท้จริงของเราไม่ใช่คุณ ศัตรูของเราคือเผด็จการ ดังนั้นโปรดรักษาน้ำใจกันบ้าง มิเช่นนั้นน้ำใจของเราที่มีต่อคุณอาจเหือดแห้งและหมดไปในเร็วๆนี้ก็ได้


 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน